สรุปทักษะการบริหารยุคใหม่

เรื่องทักษะในการบริหารยุคใหม่ ผมขอเสนอ หลักการ 2 แนว คือ

แนวที่ 1 คือ แนวที่มีการสำรวจวรรณกรรมอย่างต่อเนื่องมาประมาณ 50 ปี ซึ่งปัจจุบันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และท่านทั้งหลายในที่นี้ก็คงจะสามารถใช้วิจารณญาณในการนำมาปรับใช้ได้

หลักการบริหารในแนวนี้ มี 5 เรื่องใหญ่ คือ

1) To Plan

2) To Organize

3) To Command

4) To Coordinate

5) To Control

ซึ่งในปัจจุบันผมขอเสนอว่าข้อ 3 กับข้อ 5 อาจจะยังจำเป็น แต่ว่าจะต้องลดลง ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผมเคยมีโอกาสได้นั่งอยู่ในกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเห็นว่า “ยากที่สุด” เพราะเกี่ยวข้องกับการบริหารการเปลี่ยนแปลงไปสู่ “Flexible”

มีหลักการบริหารแล้วก็จะต้องเน้น..

1. ความยุติธรรมและความเสมอภาค

2. การมีความคิดริเริ่ม

3. การเน้น Quality ซึ่งเรียกว่า “P-D-C-A” Plan Do Check Act

4. วินัย

5. ทิศทาง (Direction)

6. แรงจูงใจ

แนวที่ 2 คือ ทักษะในการบริหารยุคใหม่ ในมุมมองของผม คือ ทฤษฎีเรื่อง Competencies ซึ่งประกอบด้วย 5 เรื่อง คือ

1. Functional Competency

2. Organizational Competency

3. Leadership Competency

4. Entrepreneurial Competency

5. Macro and Global Competency

ซึ่งทักษะของตุลาการมี Functional Competency มาก แต่อาจจะยังขาดอีก 4 เรื่องซึ่งมีความสำคัญ

สรุปว่าในอนาคตผู้บริหารของตุลาการนอกจากจะมีความสามารถในการทำงานตามหน้าที่แล้ว ยังจะต้องมีความสามารถในการจัดองค์กร+ มีความเป็นผู้นำ+มีมุมมองแบบผู้ประกอบการและที่สำคัญที่สุดคือต้องมีโลกทัศน์ที่กว้างด้วย

สำหรับการมีโลกทัศน์ที่กว้างนั้นมีความจำเป็นมหาศาล เพราะงานในปัจจุบันของตุลาการเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การโจรกรรมโดยใช้เทคโนโลยี ฯลฯ

ยกตัวอย่างแนวความคิดของผมในการบริหาร “คน” (HRM) เป็น Case ซึ่งท่านตุลาการนำไปปรับใช้ได้

ข้อสังเกต 3 ข้อ

เรื่องคน

 ปัจเจกบุคคล

 ความหลากหลายของคน (Diversity)

 ทุนมนุษย์

 ทักษะ ทัศนคติ ความรู้

 ความสุขและความพอใจ

(Passion) ในการทำงาน

 เป้าหมายในการทำงาน

 8K, 5K มีหรือยัง

องค์กร

 นโยบายของรัฐ

 Vision ขององค์กร

 สร้าง Competency เพิ่ม

 กฎ ระเบียบ

 วัฒนธรรมองค์กร

 Learning Culture

 องค์กรต้อง Lean & Mean

 แรงจูงใจ

 คุณธรรมจริยธรรม

 Core Value

 การทำงานร่วมกัน

 รางวัลที่ได้รับ

และความเป็นเลิศ

 ความสุขของพนักงาน

 ความพอใจของลูกค้า

 ROI ต่อทรัพย์สิน

 Productivity ที่เพิ่ม

 คุณภาพที่ดี

 ยั่งยืน/สมดุล

 ความสมดุลของชีวิต

 งาน/ครอบครัว

 CSR

 จิตสาธารณะ

การจะทำงานสำเร็จได้..

ต้องมีตัวละคร 3 กลุ่ม

 CEO หรือ ผู้นำ

 Smart HR

 Non-HR

ทรัพยากรมนุษย์ต้องเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กร

HRD

• HRD ก็มีเรื่อง Macro + Globalization ซึ่งเป็นระดับกว้าง

• HRD ระดับองค์กร คือ พัฒนาคน

ระดับสากลกับโลกาภิวัตน์

 โลกาภิวัตน์ ต้องศึกษาผลกระทบต่อ HR ในระดับองค์กร

 ทฤษฎีของผมมี HR Architecture เป็น Macro

HRM

 คือ บริหารคนในองค์กร

 หรือ เรียกว่า People Management

ทฤษฎีทุน 8 ประการ เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

อยากให้ตุลาการเป็นคนหาความรู้อยู่ตลอดเวลา

5 K’s

• Emotional Capital ทุนทางอารมณ์

• Creativity Capital ทุนทางความคิดสร้างสรรค์

• Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม

• Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม

• Knowledge Capital ทุนทางความรู้

มีความคิดเชิงสร้างสรรค์เอาความรู้ใหม่ๆไปทำ

เรื่องการสร้างทุนมนุษย์ คุณหญิงทิพาวดีขอเพิ่มเติมดังนี้

8 H

• Heritage

• Home ความสำเร็จของมนุษย์ส่วนหนึ่งมากจากครอบครัว

• Hand ความสำเร็จของมนุษย์มาจากการทำ

• Head การใช้ปัญญา

• Heart ใช้จิตใจ การบริหารคนด้วยจิตใจ

• Happiness ความสุขในการทำงาน

• Harmony ต้องการความสามัคคี

• Health มีสุขภาพที่ดี

แนวคิดครบวงจร HR in Practice

ก็คือ มอง Concept ให้ครบ คือ ทฤษฎี 3 วงกลมของดร.จีระ

Context

จะเอา IT มาใช้

- ระบบองค์กรที่คล่องตัว

- process ของงาน

- การนำ data และ knowledge

มาสร้างมูลค่าเพิ่ม

Competencies

มองดูคุณภาพจาก gap analysis ว่ามี skills และ competencies อะไรและขาดอะไร แล้วพยายามลดช่องว่าง

Competencies ที่ผมได้เกริ่นไว้ในตอนต้น ประกอบด้วย 5 เรื่องที่สำคัญ ประกอบด้วย

1. Functional Competency

คือ ความรู้ที่เราต้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงาน เช่น วิศวกร ต้องฝึกเรื่องช่าง บัญชีก็ต้องฝึกเรื่องบัญชี

2.Organizational Competency เน้นเรื่องความรู้ที่มีประโยชน์ให้องค์กร มีการศึกษาเรื่อง Reengineering, Six Sigma, การปรับองค์กร, TQM, วัฒนธรรมองค์กร, การทำงานเป็นทีม, การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้

3.Leadership Competency

 เน้นเรื่อง People Skill

 เน้นเรื่อง Vision

 เน้นเรื่องการสร้าง Trust

4. Entrepreneurial Competency

• มีความคิดริเริ่ม

• มีความคิดในเชิงผู้บริหาร

• เผชิญหน้ากับความล้มเหลว

• บริหารความเสี่ยง

5. Macro and Global Competency

• รู้ทันเหตุการณ์ว่าอะไรกำลังดำเนินอยู่ทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก

• แสวงหาโอกาส และหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

ผมว่าคนไทยยังไม่มี...

 การแสวงหาความรู้ (Learning Culture )

 เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

 ภาวะผู้นำ

 การมองโลกทัศน์ที่กว้างและกำหนดวิสัยทัศน์ที่ดี

 Innovation

 การบริหารเวลา (Time Management)

 Creativity

 การแสวงหาความรู้ (Learning Culture )

 เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

 ภาวะผู้นำ

 การมองโลกทัศน์ที่กว้างและกำหนดวิสัยทัศน์ที่ดี

 Innovation

 การบริหารเวลา (Time Management)

 Creativity

MOTIVATION

- โครงสร้างเงินเดือน

- การมีส่วนร่วม

- การทำงานที่ท้าทาย

- การทำงานเป็นทีม

- การให้รางวัลพิเศษ

- การไปเพิ่มพูนความรู้

- ค่าตอบแทนที่เป็นไปได้ เช่น โบนัส

- วัฒนธรรมองค์กร

- การประเมินผลอย่างโปร่งใส

- ความเป็นธรรม

นอกจากทฤษฎี 3 วงกลมแล้ว เพิ่มขอเติมประเด็นที่อาจจะสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรของคนไทย ที่จะมองข้างในของมนุษย์มากกว่าข้างนอกที่ใช้ได้ผลในหลายวงการ คือ ทฤษฎี HRDS

• Happiness

• Respect

• Dignity

• Sustainability

จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน นอกจากแรงจูงใจที่ผมได้กล่าวถึงในเบื้องต้นแล้ว ผมคิดว่ายังมีประเด็นที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของตุลาการดังต่อไปนี้

1. การสร้างโอกาสให้แก่บุคคลลากรและเจ้าหน้าที่ได้เรียนต่อและมีโอกาสใหม่ ๆ ในความก้าวหน้า

2. หันมาดูตัวเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Style การบริหารของเรา เช่น

– คงเส้นคงวา/เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม หรือ

– เผด็จการ

3. ให้งานที่ทำไม่น่าเบื่อ ใช้ทฤษฎี P+M คือ มี Purpose และ Meaning

4. พยายามกระจายอำนาจ

5. มองเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องแบบ “Whole Person”

6. สร้างความสมดุลของงาน/ครอบครัว

7. พยายามให้นโยบายในการสนับสนุนการทำงาน เช่น IT หรือการจัดให้ไปศึกษาดูงาน

8. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดึงเอาความเป็นเลิศของทุกคนออกมา

9. ให้มีความมั่นคงในการทำงาน

สรุป บริหาร ต้องทำ 3 อย่าง

Why? – ความสำคัญ?

How? – มีวิธีการอย่างไร

Execution? – จะทำให้สำเร็จได้อย่างไร

ศาลต้องมีทีมwork การเอาชนะอุปสรรค มีเยอะ และสามารถทำได้ พยายามกระตุ้นให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน