เมื่อวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ต้นเดือนระหว่างวันที่  5 – 6  มิถุนายน 2553   ผมไปวิทยากรกระบวนการให้กับแผนงานพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในการถอดบทเรียนในการ สัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “สถานประกอบการไทย...ทำอย่างไรให้ปลอดบุหรี่(ถอดบทเรียน) ณ ศูนย์รวมตะวัน  อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส.ครับ

แนวทางการถอดบทเรียนในครั้งนี้ผมใช้กระบวนการถอดบทเรียนแบบAI(สุนทรียสาธก) โดยผลการถอดบทเรียนในตอนท้ายจะได้ออกมาเป็น “เรื่องเล่าเร้าพลังนำการเปลี่ยนแปลง”ครับ

เรื่องเล่าเร้าพลังนำการเปลี่ยนแปลงตามแนวทางการถอดบทเรียนแบบAI(สุนทรียสาธก)นั้น ผมเห็นว่าเป็นเครื่องมือจัดการความรู้ และเป็นเครื่องมือในการถอดบทเรียน ที่มีพลังเครื่องมือหนึ่ง ด้วย AI(สุนทรียสาธก)เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยการทำให้ก้าวพ้นจากวังวนของการเห็นแต่ข้อจำกัดในการดำเนินงานขององค์กร   ตามแนวทางAI(สุนทรียสาธก)นั้น  เรามักจะเริ่มต้นกระบวนการถอดบทเรียนจากการเข้าไปค้นหาเรื่องราวดี ๆในองค์กร ไปสืบค้นดูว่าศักยภาพขององค์กรอยู่ตรงไหน  แล้วสรุปเป็นเรื่องเล่า

โดยการศึกษาถอดบทเรียนผ่านการสรุปเป็นเรื่องเล่าประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุด ของสมาชิกในองค์กรนี้  อำนาจของเรื่องเล่าจะช่วยในการค้นหาและเปิดเผยเรื่องราวที่ดี ๆ ในองค์กรที่ทำให้เราเห็นถึงจุดแข็งต่าง ๆ ในองค์กร เห็นลักษณะของบุคลากรที่เราจะพัฒนาต่อยอดขึ้นมาได้ และเห็นถึงคุณค่าแรงบันดาลใจรวมทั้งอุดมคติที่มีอยู่ในการทำงาน

กระบวนการถอดบทเรียนแบบAI(สุนทรียสาธก)นี้จึงเป็นการเข้าไปเรียนรู้เพื่อค้นหาศักยภาพองค์กรว่ามีสิ่งที่ดีอะไรอยู่และจะสามารถพัฒนาเพิ่มเติมศักยภาพที่มีอยู่ได้อย่างไรศักยภาพองค์กรที่พูดถึงนี้จะสามารถค้นหาได้ในเรื่องเล่า เพราะเรื่องเล่าจะมีจินตนาการรวมอยู่ด้วย ผู้เล่าเรื่องจะผนวกเอาสิ่งที่อยากจะเห็นสิ่งที่ดีต่าง ๆ ในองค์กรมาใส่ไว้ในเรื่องเล่า และเราจะเข้าใจชีวิตองค์กรผ่านเรื่องเล่าของสมาชิกแต่ละคนว่าเขานิยามองค์กรที่เขาทำงานอยู่อย่างไร

เรื่องเล่าเร้าพลังในกระบวนการถอดบทเรียนแบบAI(สุนทรียสาธก)

เรื่องเล่า (เขียนหรือเล่าจากปาก) ในกระบวนการถอดบทเรียนแบบAI(สุนทรียสาธก)เริ่มต้นจากให้คนเล่าคิดว่าจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมามีประสบการณ์ การทำงานใดที่ดีที่สุด ประทับใจที่สุดในชีวิตการทำงาน และเขาอยากจะบอกเล่าเรื่องราวให้สมาชิกคนอื่นในองค์กรและเครือข่ายได้เรียนรู้ อาจจะเป็นเรื่องของเพื่อนร่วมงาน เรื่องของตัวเองหรือเรื่องราวชีวิตขององค์กร หรือเครือข่ายในแง่มุมใดก็ได้

เมื่อนำเรื่องราวมาบอกเล่าแลกเปลี่ยนให้สมาชิกคนอื่นในกลุ่มฟัง  เรื่องเล่าจะไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป  แต่จะกลายเป็นเรื่องราวของชีวิตองค์กรที่ไหลเวียนอยู่ในชีวิตการทำงานประจำวันที่คงทำงานในองค์กรและเครือข่ายไม่เคยสนใจหรือให้ความสำคัญเรื่องราวชีวิตองค์กรเหล่านี้จะสะท้อนเรื่องราวดีๆและศักยภาพองค์กร  เครือข่าย  แง่มุมดีๆในองค์กรและชีวิตการทำงานที่เขาชื่นชมและเห็นคุณค่า  ตรงจุดนี้เองที่เป็นศักยภาพขององค์กรที่ควรจะได้รับการพัฒนา  และเป็นทิศทางการพัฒนาขององค์กรและเครือข่ายในอนาคต

แนวทางในการการจัดทำเป็นเรื่องเล่าเร้าพลังนำการเปลี่ยนแปลง

แนวทางในการการจัดทำเป็นเรื่องเล่าเร้าพลังนำการเปลี่ยนแปลง มีแนวทางในการดำเนินการดังนี้

  • มีเค้าโครงเหตุการณ์จริง เค้าโครงจากพื้นที่จริง และมีตัวตนผู้คนที่เกี่ยวข้องจริง(เรื่องเล่า)
  • การทำให้เหมือนละครชีวิต(มีตัวละครที่เราไปเกี่ยวข้อง)
  • สะท้อนอารมณ์ความรู้สึก สะเทือนใจ  ต้องสู้ผ่าฟันอุปสรรค  ให้แรงบันดาลใจ  ให้กำลังใจ(เร้าพลัง)
  • ให้แง่คิด  คุณค่า  ความหมาย(การเรียนรู้   ตระหนักรู้)
  • ให้บทเรียนวิธีการปฏิบัติสร้างความสำเร็จ _ ทำได้อย่างไร  (นำการเปลี่ยนแปลง)
  • มีคนเล่าเรื่อง ที่มีความผูกพัน มีความเกี่ยวเนื่อง โน้มน้าวการเปลี่ยนแปลง

..........................................................................................................................................

ตัวอย่างเรื่องเล่าเร้าพลังนำการเปลี่ยนแปลง

จะขอรับภารกิจนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง  แม้จะยากลำบากเพียงใดก็ตาม

เล่าโดย คุณต้น

วันแรกที่ผมเดินทางเข้าไปทำงานที่บริษัทเมื่อหลายปีก่อน  ผมได้เห็นทีมผู้บริหารที่ดูแลเรื่องระบบการจัดการคุณภาพการทำงานของพนักงานยืนคุยกันอยู่  ท่านเหล่านั้นคุยกันไปสูบบุหรี่ไปด้วย  แล้วก็เขี่ยก้นบุหรี่ทิ้งที่บริเวณกองเศษกระดาษที่เหลือผ่านการตัดกระดาษของพนักงาน ในขณะที่พนักงานอีกคนกำลังโกยเก็บกระดาษเหล่านั้นเพื่อที่จะนำไปทำกระดาษรีไซเคิล โรงงานของเราเป็นโรงงานผลิตกระดาษครับ ที่ฝาผนังด้านข้างภายในโรงงานมีติดป้ายตัวใหญ่ติดประกาศว่า “โรงงานสีขาว” และมีป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” มองเห็นได้อย่างชัดเจน

ในตอนนั้นเมื่อผมเห็นแล้ว ผมก็ได้แต่เห็น ผมจะไปทำอะไรก็คงจะทำไม่ได้ เนื่องจากผมเป็นบุคคลเล็กๆในองค์กร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดในใจตลอดเวลาว่า สักวันนึ่งเราจะต้องรู้วิธีที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโรงงานนี้ให้เป็นโรงงานสีขาวตามป้ายที่ติดประกาศให้ได้ แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มได้อย่างไร ผมเคยปรึกษาพนักงานรุ่นพี่  เขาก็บอกว่าโรงงานเราก็เป็นกันอย่างนี้เป็นมานานแล้ว ซึ่งเมื่อเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร เราได้รับรู้ประสบการณ์ได้เรียนรู้จากวัฒนธรรมในการทำงาน เราไม่สามารถจะไปเปลี่ยนคนอื่นๆได้ง่ายๆอย่างที่ใจคิดอยากให้เป็น

หน้าที่ความรับผิดชอบหนึ่งที่บริษัทมอบหมายให้ผมรับผิดชอบ ก็คือการจัดเทรนนิ่งอบรมผู้สูบบุหรี่ให้กับพนักงานผู้สูบบุหรี่  เป้าหมายของบริษัทก็เพียงแค่ให้พักงานมีการสูบบุหรี่ให้เป็นที่เป็นทางเท่านั้นเอง  ในตอนนั้นทางบริษัทต้องการให้มีระบบป้องกันจากอัคคีภัยกับความปลอดภัยของชีวิตการทำงาน ผมเองก็รู้ทั้งรู้ว่าการอบรมเป็นพิธีการเท่านั้นในเมื่อผู้บริหารยังเดินสูบไปทั่วโรงงานได้ แล้วจะไปเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงานได้อย่างไร รวมทั้งตัวผมซึ่งเป็นผู้บรรยายอบรมพนักงานให้ได้ตระหนักรู้ถึงโทษและพิษภัยของบุหรี่ เมื่ออบรมเสร็จผมก็ยังมาสูบบุหรี่เลย  จนมีวันหนึ่งผมจัดอบรมพนักงานใหม่ที่เข้ามาทำงานใหม่ว่านโยบายของบริษัทไม่รับคนสูบบุหรี่เข้าทำงาน และเหมือนเช่นเคยทุกครั้งเมื่ออบรมเสร็จผมก็ไปสูบบุหรี่ในที่นัดหมายของผม ในบริเวณสถานที่ที่ผมสูบเป็นประจำ

วันนั้นมีพนักงานใหม่เดินผ่านมาเจอผมกำลังสูบบุหรี่พอดี ผมสังเกตเห็นแววตาของพนักงานใหม่ที่มองมาที่ผม ผมจึงมีความรู้สึกละอายใจเหลือเกิน จึงได้ตั้งใจว่าผมจะต้องลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ให้ได้ แต่ผมก็ยังสูบบุหรี่อยู่ต่อไปเพียงแต่ใช้วิธีสูบตอนเช้าก่อนมาทำงานกับสูบหลังเลิกงานก่อนที่จะเข้าบ้าน ส่วนหลังกินข้าวกลางวันผมเลือกที่จะแอบไปสูบนอกโรงงาน

ขณะเดียวกันในช่วงเวลานั้น ผมทราบข่าวว่าคุณตาผมซึ่งท่านป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ท่านป่วยหนัก ผมจึงลางานกลับบ้านไปเยี่ยมท่าน แต่ผมกลับมาเยี่ยมท่านไม่ทันครับ คุณตาผมท่านเสียไปก่อน เป็นที่ทราบกันว่าคุณตาท่านสูบบุหรี่อย่างหนักติดต่อกันมาหลายปี ตอนที่ท่านยังไม่ป่วยช่วงเวลาที่ผมกลับบ้านการได้พุดคุยกับคุณตาพร้อมกับสูบบุหรี่ด้วยกันช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเหลือเกิน ผมสูบบุหรี่มาตั้งแต่ ม.3  จนถึงเรียนมหาวิทยาลัย อีก 4 ปีก็ยิ่งสูบหนักยิ่งขึ้น และได้มาทำงานในโรงงานกระดาษในตำแหน่งเทรนนิ่งผมก็ยังสูบบุหรี่

ตอนคุณตาเสีย คุณตาท่านได้มอบไฟแช็คยี่ห้อลิปโป้ เป็นมรดกของท่านให้ผมได้สืบทอด นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมตั้งใจอย่างเด็ดขาดว่าจะต้องเลิกสูบบุหรี่ให้ได้ ซึ่งเมื่อผมไม่ได้ใช้ ตั้งใจเด็ดขาดว่าจะไม่ใช้มัน

คุณตาครับผมรับมรดกไฟแช็คลิปโป้จากคุณตา........แต่ผมไม่ขอรับมรดกโรคถุงลมโป่งพองต่อจากคุณตานะครับ ผมพูดต่อหน้าศพคุณตา กลับมาที่ทำงานผมจึงเอาไฟแช็คไปฝากไว้กับ รปภ.ของโรงงาน แล้วบอกรปภ.ว่า ถ้าผมไปเอาลิปโป้มาสูบบุหรี่คุณต้องว่าผม ผมจึงเอากิจกรรมนี้มาลดละเลิกบุหรี่กับตัวผม ผมใช้เวลาตัดใจอยู่จนครบเกือบ 3 เดือนผมก็ไม่หวลกลับมาสูบบุหรี่อีกเลย

ต่อมาโรงงานมีนโยบายการจัดโซนนิ่งการสูบบุหรี่ จากนั้นเราก็ขยายสู่กิจกรรม ลด ละ เลิกบุหรี่และมุ่งมั่นที่จะเป็นสถานประกอบการปลอดบุหรี่โดยที่ผมเอาใจจากตัวผมเองเข้าไปรู้จัก เรียนรู้กับมันอย่างเต็มที่ในฐานะผู้ที่รับผิดชอบและมีประสบการณ์ในเรื่องนี้

เมื่อได้รับการประชาสัมพันธ์ชักชวนให้เข้าร่วมโครงการสถานประกอบการปลอดบุหรี่ สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม  ผมจึงไม่ลังเลเลยที่จะเสนอผู้บริหารให้สถานประกอบการเราเข้าร่วมโครงการและผมจึงได้เข้ารับการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาสถานประกอบปลอดบุหรี่อย่างเป็นระบบ” ที่สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดขึ้นที่ศูนย์รวมตะวันในเวลาต่อมา

กลับมาจากค่ายฝึกอบรมผมก็นำความรู้ที่ได้มาขยายผลในโรงงาน โดยในการดำเนินงานเราได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญเพื่อมุ่งเน้นให้เป็นสถานประกอบการที่มีการควบคุมการสูบบุหรี่ และมุ่งให้เป็นสถานประกอบการที่มีการวางแผนงาน มีการดำเนินงานเพื่อสร้างภาวะปลอดบุหรี่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ตามความพร้อมและตามบริบททางวัฒนธรรมของเรา ตามแนวทางที่เราได้คิดค้นของเราเองผสมกับแนวทางของโครงการพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ ตามที่คณะทำงานของเรา ได้เรียนรู้จากการเข้าอบรมหลักสูตร “การพัฒนาสถานประกอบปลอดบุหรี่อย่างเป็นระบบ” ที่สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดขึ้นเมื่อดำเนินการไประยะหนึ่งผมเองก็รู้สึกท้อแท้เหมือนกันว่าทำไมกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะกับเรื่องการละ ลด เลิกบุหรี่จึงเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน เห็นผลช้า ในจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการจะมีความก้าวหน้าก็ไม่ถึงครึ่งหนึ่งเสียด้วยซ้ำ

 แล้วก็มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมไปกดเอทีเอ็มหน้าโรงงาน ผมได้เจอพี่ดวง พี่แกขับมอเตอร์ไซด์มา แล้วเดินมาบอกว่าผมว่า

“ต้นพี่ขอบคุณนะ  พี่ดวงเลิกบุหรี่ได้แล้วน๊ะ พี่ดวงต้องขอบคุณต้นเป็นอย่างมาก”

ผมนึกถึงพี่ดวงก่อนหน้านี้ ตอนพี่ดวงท้อง ผมก็จะพยายามคอยบอกว่าพี่ดวงเลิกสูบบุหรี่เถอะ จนพี่ดวงคลอดลูก และลูกแกอายุครบ 2 ขวบ ก็พบว่าลูกจะมีเกณฑ์น้ำหนักน้อยและลดลง  ผมพูดไปกี่ครั้งๆพี่แกก็ไม่ยอมเชื่อ และนี่พี่แกเลิกได้จริงๆก็เลยมาขอบคุณ

“พี่โชคดีที่หัวหน้าอย่างต้นคอยเป็นกำลังใจและส่งเสริมพนักงาน หากิจกรรมดีๆมีประโยชน์  ต้นหามาให้คนโรงงานได้แก้ปัญหาของตัวเอง โดยเฉพาะกิจกรรมโครงการสถานประกอบการปลอดบุหรี่ เป็นประโยชน์กับพนักงานเรามากที่สุดเลย”

เสียงจากพี่ดวง กระตุ้นเตือนมโนธรรมสำนึกผม ว่าผมมีภารกิจข้างหน้าที่ท้าทายรอผมอยู่ ผมขอรับภารกิจนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งครับ แม้จะยากลำบากเพียงใดก็ตาม

ขอบคุณแผนงานพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เอื้ออำนวยพื้นที่ให้เกิดเรื่องเล่าเร้าพลังนำการเปลี่ยนแปลง .....จากการถอดบทเรียนแบบAI(สุนทรียสาธก)