การเล่าเรื่องจุดเริ่มต้นของการเขียนบล็อก ต่อจากบันทึกที่แล้ว มีสมาชิกอยากจะทราบว่า "จัดการกับเวลาอย่างไรที่เขียนบันทึกได้ทุกวัน" นับตั้งแต่เริ่มเขียนถึงวันนี้เป็นเวลา ๖๓๔ วัน เขียนบันทึกสัพเพเหระ แบบสนุก ๆได้ ๖๗๑ บันทึก ขอประทานอภัยในการเล่าโดยไม่มีเจตนาโอ้อวดแต่อย่างใด เพียงแต่อยากจะเล่าวิธีการว่าเป็นไปได้หรือไม่ได้อย่างไร ซึ่งการเขียนบันทึกใน GotoKnow นี้ได้มีบล็อกเก่อร์หลายท่านที่เขียนได้วันละหลาย ๆ เรื่อง
ตามปกติเป็นคนเขียนไดอารี่อยู่แล้วทุกวัน เขียนมาตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี เพราะเคยเห็นคุณพ่อคุณแม่เขียนและแอบเสียมารยาทอ่าน นอกจากนี้คุณพ่อบอกว่า "การเขียนไดอารี่ประจำวันจะทำให้กระดูกดิ้นได้เมื่อเราตาย" จึงพยายามฝึกเขียนมาเรื่อย ๆ วันละ ๓-๔ บรรทัดและเขียนได้ยาวขึ้น แต่เป็นการเขียนไว้อ่านเองภาษา สำนวน ถ้อยคำอาจเป็นไปตามระดับวัยและความคิด อารมณ์รัก โลภ โกรธ หลงการคับข้องใจ การแค้นสาหัส เป็นต้น ปัจจุบันนี้ก็ยังเขียนซึ่งเป็นเรื่องที่เตือนความจำ ที่ไม่อาจเปิดเผยสู่สาธารณะชน แต่การเขียนใช้สำนวนภาษาดีขึ้นลดความไม่ดีต่าง ๆ ลง เพราะไม่มีประโยชน์ต่อตนเอง และได้รับการพัฒนาจิตใจดีแล้วนั่นเอง
การเขียนในสมุดไดอารี่ แยกจากการบันทึกเรื่องงาน แต่เป็นการทบทวนเรื่องราว ความรู้สึกที่ดี หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและพบเห็นในแต่ละวัน จะเน้นหนักเรื่องที่เกี่ยวข้องกับส่วนตัวมากกว่าเรื่องอื่น ๆ
เมื่อเริ่มเขียนบล็อกก็จะแยกแยะว่าส่วนไหนน่าจะเขียนเล่า เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนหรือให้คนอ่านเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่เรายังขาด ความรู้สึกส่วนตัวเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นและพบเห็นประจำวันเป็นเรื่องที่เขียนง่ายเพราะทุกอย่างมาจากความจริง เพียงแต่บางครั้งก็อาจขัดข้องเรื่อง "จะสื่ออย่างไรให้ผู้อ่านเข้าใจทิศทางที่เราสื่อ" ภายหลังคุณเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ได้ให้ข้อเสนอแนะการเขียนไว้มากมาย จึงได้นำมาพัฒนาต่อและที่สำคัญคุณเอกเสนอว่า "แต่ละบันทึกควรมีการสรุป อย่าจบลงห้วน ๆ " จึงขอขอบคุณเอกผ่านบันทึกนี้ด้วยที่เป็นผู้ชี้แนะชี้นำให้ได้พัฒนาการเขียนบล็อก
การเขียนได้แทบทุกวัน เขียนได้อย่างไร ? เป็นคำถามที่เพื่อน ๆ ต้องการทราบ ต้องเล่าเรื่องกิจวัตรประจำวันก่อนดีกว่า ตอนเช้าตื่นนอนตีสี่กว่า ๆ ไม่เกินตีสี่ครึ่ง ไปออกกำลังกาย อาบน้ำแต่งตัวดื่มกาแฟ เปิดเน็ต ตอนกลางวันว่างจากงานสอนก็ขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่ แต่เปิดเครื่องตลอดเวลา ตอนเย็นกลับบ้านไปออกกำลังกาย อาบน้ำทานข้าว เปิดเน็ต อ่านหนังสือเขียนไดอารี่เข้านอน วันหยุดอาจจะมีเวลาอยู่กับเน็ตนานกว่าปกติ แต่ต้องอ่านหนังสือที่ชอบ อาหารการกินบ้านช่องครอบครัวไม่ดูแลหรืออย่างไร ขอตอบว่าเป็นเจ้าของ "ชีวิตเอกเขนก" อยากทำอะไรขึ้นอยู่กับใจทุกประการ
การเขียนบล็อกแรก ๆ เขียนใส่สมุดก่อนและอ่านตรวจทาน แล้วเขียนลงใน Word และคัดลอกมาอีกทีสำหรับใส่ในบล็อก ภายหลังเขียนลงในบล็อกเลยและคัดลอกไว้ก่อนส่ง เพราะเคยมีปัญหากับบันทึกที่เขียนแล้วเน็ตล่มจึงส่งไม่ได้บันทึกหายไปทั้งหน้า แม้จะเขียนใหม่ก็ไม่เหมือนเดิม แต่ดีกว่าเดิมเพราะความคิด(แค้น)แตกฉานขึ้นเยอะ
สาเหตุที่เขียนทุกวันเพราะมีเพื่อนมาให้กำลังใจเพิ่มขึ้น ก็ทำให้หาเรื่องหาราวมาเขียน จากการที่ไปไหนมาไหนไม่สังเกตหรือจดจำอะไรมากนัก เมื่อเข้ามาเขียนบล็อกจึงเลือกที่จะสังเกตและจดจำมากขึ้น หากกลัวลืมก็จะเขียนย่อ ๆ ใส่สมุดไว้ เพราะในกระเป๋าและในรถจะมีสมุดบันทึกติดไปด้วยเสมอ หากวันไหนไม่มีสมุดไปถ้าหากซื้อใหม่ได้ก็ซื้อหากซื้อไม่ได้ก็จะกลับมาเขียนในรถ กลับมาถึงบ้านก็ถือเป็น "กิจวัตร" ไปแล้ว
บางครั้งไม่ได้ออกไปไหนจึงไม่มีเรื่องที่จะเล่า ต้องเปิดสมุดไดอารีเล่มเก่า ๆ ขึ้นมาอ่าน เมื่อชอบใจเรื่องใดก็หยิบยกมาเล่าใหม่ หรือแม้แต่อ่านหนังสือก็เคยนำมาเล่า แต่ดูแล้วเล่าไปไม่ละเอียดและสรุปไม่เก่งอาจทำให้เจ้าของคนเขียนหนังสือเสียคุณค่าจึงเลิกเขียนถือว่าไม่ถนัด
บันทึกนี้ไม่ได้เขียนโอ้อวดว่าตัวเองเขียนเก่งแต่อย่างใด และไม่ได้เขียนแข่งใคร ๆ ทุกอย่างยังต้องเรียนรู้ เพียงอยากบอกว่าทุกคนสามารถทำได้ และมีเจตนาที่จะให้กำลังใจแก่เพื่อน ๆ ในการเขียนบันทึกเพื่อแลกเปลี่ยนสัปดาห์ละ ๑ บันทึก ตามที่ตนเองชอบ แต่ละบุคคลมีบริบทที่แตกต่างกัน ไม่มีใครอยากจะทำตามใครหรือคิดเหมือนใคร ขอเป็นกำลังใจทุกท่านค่ะ
ทำไมต้องมีเรื่องเขียนมากมาย ? ขอเชิญพบกับเรื่องเล่าสะพานบุญและเรื่องเล่าของการพัฒนาจิตใจ ในบันทึกต่อไปค่ะ

สวัสดีค่ะพี่คิม
แวะมาเยี่ยมและทักทายคะ
ไก่ยังไม่ได้โอนเงินให้เลยคะ
รอก่อนนะคะ
หายสงสัยแล้วว่าทำไมพี่คิมถึงเขียนบันทึกเก่ง น่าอ่าน สามารถนำเรื่องใกล้ตัวมาถ่ายทอดได้อย่างน่าสนใจ
รู้แล้วถ้าอยากเก่งแบบพี่คิมต้องหัดจดบันทึก
ขอบคุณที่นำเคล็ดไม่ลับมาแนะนำนะคะ :-)
ครูคิมเป็นผู้มีวินัยและความมุ่งมั่นสูงครับ ... เขียนแซงผมไปแล้วล่ะ ;)...
สวัสดีครับเกลอ ต้นผักเหลียงไปเก็บตัวอยู่ที่ดอยมูเซอแล้ว เห็นว่าแตกยอดงามแล้วครับ
สบายดีแล้วครับ กลางคืนได้นอนเต็มตื่นแล้วครับขณะนี้ เพราะไม่ต้องอยู่บุญ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม ดีใจค่ะที่บอกเคล็ดลับในการเขียนบันทึก จะต้องหมั่น...จด...จำ...เหตุการณ์รอบตัวทุกขณะ..แม้ไม่ออกจากบ้านก็มีในไดอารี่..ขอบคุณมากค่ะพี่..ตังค์ยังไม่โอน อิอิ..
ขอบคุณ ครับ ครูคิม ที่แวะอ่านบันทึกของผม
ซึ้งบางครั้ง ก้บันทึกความรู้สึกส่วนตัวไปบ้าง
สวัสดีค่ะน้องอิงจันทร์ ณ. เรือนปั้นหยา
สวัสดีเจ้า ป้าคิม
ก่อนอื่น ต้องกราบขอบคุณป้าคิม ที่ยังนึกถึงสองสาวน้อยนะคะ
และขออภัยที่ไม่ได้ส่งข่าวใดใด
เหนื่อย ยยยย เป็นคำฮิต ติดทรวง ในช่วงนี้ เพราะย้ายบ้าน เด็กๆย้ายโรงเรียน ย้ายที่ทำงานเพราะ ไปช่วยราชการ ติดตามคู่สมรส ค่ะ ป้าคิม
จากที่เคยใช้ชีวิต นอกเมีือง เป็นในเมือง เหนื่อย จริง
ขอบคุณ ป้าคิมสำหรับกำลังใจ ด้วยนะคะ
ลงชื่อ
สวัสดีค่ะพี่คิม
เป็นบันทึกที่น่าอ่านมากค่ะ
การจดบันทึกและการรักการเขียนทำให้มีเรื่องราวดีๆมาบอกเล่าให้สมาชิกฟัง
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณไก่ประกาย~natachoei ที่~natadee
สวัสดีค่ะน้องBaby
สวัสดีค่ะอาจารย์Wasawat Deemarn
สวัสดีค่ะเกลอวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
สวัสดีค่ะ พี่คุณครูคิม
แวะมาส่งความคิดถึง
ฝีมือการเขียนของพี่คุณครูคิม ระดับขั้นเทพเลยนะคะ
ชื่นชม เยี่ยมยอดจริงๆ ขอบคุณคำแนะนำดีๆ มีประโยชน์มากมายค่ะ
กิจวัตร....นี่แหละที่ทำให้การเขียนบันทึกในบล็อกง่ายขึ้น
ถึงว่าพี่คิมทำไมขยันเขียนและเก็บรายละเอียดได้ชนิดที่ว่าคนอ่านแทบจะเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย.....จริง จริ๊ง...
สรุปแล้วคือพี่คิมใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่าและ....ตามใจฉัน
มีความสุขกับวันหยุดนะคะ