พบกันอีกแล้วค่ะ กล่าวถึงข้อ 3 ต่อเลยนะค่ะ
3. ในกรณีที่สินค้าที่ผลิตได้นั้นเป็นประเภทวัตถุดิบหรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ผู้ซื้อจะนำไปผลิตต่อไป ถ้าหากสินค้าที่ผลิตได้ในอุตสาหกรรมนั้นจะมีผลอันสำคัญที่จะกระทบต่อคุณภาพของสินค้าที่ผู้ซื้อจะนำไปผลิตต่อไปแล้ว อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อจะน้อยลง เพราะการหันไปซื้อวัตถุดิบจากอุตสาหกรรมอื่นมาทดแทนนั้นอาจทำให้คุณภาพของสินค้าลดต่ำลงได้
4. ถ้าหากผู้ซื้อมีความสามารถที่จะไปซื้อกิจการหรือมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของด้วยการถือหุ้นในบริษัทผู้ผลิต อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อจะเพิ่มสูงขึ้นทันที บางกรณีผู้ซื้อใช้วิธีการอาศัยการซื้อวัตถุดิบจากผู้ขายส่วนหนึ่ง ในขณะที่เริ่มเข้าไปซื้อหรือลงทุนในกิจการที่ผลิตวัตถุดิบในบางส่วนเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองของตนนั้น เพื่อจะได้ลดความพึ่งพาต่อผู้ขาย
5. ถ้าหากกลุ่มผู้ซื้อมีแหล่งข่าวสารที่เพียบพร้อมที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของผู้ขายไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านการตลาด การแข่งขัน ราคาหรือแหล่งของผู้ขาย เช่น ตลาดผู้ซื้อว่ามีใครบ้าง ในลักษณะนี้อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อจะมีอยู่สูง
ฉะนั้นในเมื่อผู้ซื้อมีบทบาทอันสำคัญในอันที่จะสร้างพลังผลักดันการแข่งขันในอีกรูปแบบหนึ่งที่จะมีผลต่อศักยภาพแห่งการทำกำไรของอุตสาหกรรม นักธุรกิจจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจต่อการวิเคราะห์กลุ่มผู้ซื้อในอุตสาหกรรมและระดับอำนาจการต่อรองของผู้ซื้อเหล่านี้ ซึ่งจะรู้ได้จากการวิเคราะห์แหล่งที่มาแห่งอำนาจต่อรอง เพื่อประโยชน์ในการนำความรู้ดังกล่าวไปประกอบการสร้างกลยุทธ์ที่จะรองรับและเผชิญกับการต่อรองของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล
แล้วพบกันในตอนต่อไป จะเป็นตอนอวสานค่ะ
สลามครับครู ข้อมูลดีมาก
จะตามอ่านตอนอวสานครับ
มาเยี่ยมชมผลงานครับ