อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจ จะทำยังไงดี
สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆทุกท่าน
ตอนแรกดิฉันตั้งใจว่าจะลงเรื่องการดูแลสุขภาพต่อตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว แต่มีเหตุให้ติดขัด"อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจ"จนมานั่งนึกวันนี้วันอะไรหว่า? (วันศุกร์แห่งชาติ)จะทำอะไรก็ติดขัดไปหมด เรื่องมีอยู่ว่า วันศุกร์ที่ผ่านมา 18 มิถุนายน 2553 ดิฉันมีนัดต้องไปสังเกตการณ์รณรงค์ซ้อมแผนรับมือไข้หวัดใหญ่2009 ซึ่งอาจเกิดขึ้นอีกระรอกหนึ่งในช่วงเปิดเทอมใหม่ ก็รีบเตรียมข้าวของแต่เช้า สัมภาระปกติก็มี โน้ตบุ๊คที่ต้องกระเตงไปมาเพราะต้องทำงานนอกเวลาด้วย นอกนั้นก็มีอาหารการกินต้องเตรียมพร้อมเอกสารการงาน แผนงานต่างๆ คือต้องหอบหิ้วติดรถทุกวัน ปกติก็ออกไปทำงานตอน 7 โมงกว่าๆทั้งๆที่ระยะทางจากบ้านถึงที่ทำงานแค่ 800 เมตร เพราะความเป็นคนขยัน(จริงๆไม่ได้โม้) วันนั้นพอขนของขึ้นรถนั่งประจำที่คนขับเรียบร้อย สตาร์ท! แต่กๆๆๆๆ ลองใหม่แต่กๆๆๆๆ อ้าว ! ไหงอยู่ดีๆสตาร์ทไม่ติดซะงั้น สงสัยแบตฯหมด ไม่เป็นไร รีบเดินเข้าบ้านเรียก คุณแดง (วันนี้เรียกไม่ผิดนะ) ที่นุ่งผ้าขาวม้ากำลังจะอาบน้ำ "พี่แดงอย่าเพิ่งอาบน้ำไปส่งน้อยก่อนรถสตาร์ทไม่ติด"พี่เค๊าก็ลังเลว่าจะเอาไง ดิฉันก็เร่ง"ปะไปก่อนเดี๋ยวค่อยมาอาบน้อยรีบ"ก็เลยย้ายของขึ้นรถอีกคันพอขึ้นนั่ง พี่เค๊าก็รีบตามมา พอสตาร์ท แต่กๆๆๆ ก็หันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติ ลองอีกรอบสอง แต่กๆๆๆอีก หือ!คราวนี้พูดขึ้นพร้อมกัน "อย่าบอกนะว่าสตาร์ทไม่ติดอีกคัน เออ ทำไมแบตฯก็ใช้ไม่ถึงปี ตอนนั้นนึกในใจ(หรือว่าต้องซื้อรถอีกคันนะ)จริงๆแล้วมอร์ไซด์ที่ใช้อยู่พนักงานขับรถเพิ่งขอซื้อไปเมื่อไม่กี่วัน เค๊าอยากได้มากก็เลยขายไปไม่งั้นคงแก้ขัดได้ เอาไงรีบก็รีบถ้าจะรอรถสามล้อเครื่องผ่านหน้าบ้านก็ไม่รู้เมื่อไหร่ ก็เลยโทรฯไปที่โรงรถจะให้รถโรงพยาบาลมารับ ปรากฎว่าไม่มีคนรับสาย โทรฯไปอีกก็ไม่รับ(พอไปถามน้องบอกว่าโทรศัพท์เสียเมื่อวาน) จะให้ผู้ช่วยมารับเค๊าก็ใช้รถมอร์ไซด์เกรงว่าจะขนสัมภาระไม่หมด ก็เลยตัดสินใจโทรฯตามน้องที่ทำงานอยู่ห้องข้างๆเพราะเค๊าใช้รถยนต์ พอตามปุ๊บก็ตกลงปั๊บ "ไปเดี๋ยวนี้ครับ"โล่งอกไปเปราะนึง แป๊บเดียวจริงๆก็มีรถมอร์เตอร์ไซด์มาจอดหน้าบ้านพร้อมกับเสียงใสๆ"มาแล้วคร้าบ" อ้าวบ็อบไม่ได้เอารถยนต์มาเหรอ? น้องก็บอกว่า "วันนี้อยากขี่มอร์ไซด์" เอาไงดีก็ต้องกระเตงของขึ้นรถแบบทุลักทุเล จนยามหน้าโรงบาลหัวเราะว่าหอบของพะรุงพะรัง พอไปถึงที่ทำงานจะปริ้นงานซึ่งเป็นภาพสี ผู้ช่วยบอก "สีน้ำเงินเสียครับพี่" เออ ทำไมต้องเสียวันนี้ " ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปขอรถนะยกไปซ่อม ซ่อมไม่ได้ก็เปลี่ยนเลย รีบไปไป๊" ซักครู่น้องก็กลับมาบอกว่า"ไม่มีรถครับพี่ คันนึงไปกรุงเทพฯท่านผอ.ไปประชุม อีก 3 คันออกข้างนอกหมดเลย stan by ไว้เฉพาะรถ Refer คราวนี้ดิฉันเริ่มเข่าอ่อนแล้ว เมื่อไหร่จะมี Refer ปรากฎว่าวันนั้นทั้งวันเหตุการณ์สงบสุขไม่มีผู้ป่วยหนักที่ต้องส่ง รถที่บ้านก็เกิดป่วยพร้อมกัน จนกระทั่งบ่าย 3 โมงธุรการมาตามว่ามี Refer 1รายจะไปมั๊ยเพราะค่ำแล้ว ดิฉันก็บอก ไม่เป็นไร ค่ำก็ต้องไป กว่าจะเสร็จภาระกิจก็ 5 โมงเย็น มาถึงโรงพยาบาลรู้สึกวิงเวียนปกติวันศุกร์จะต้องเข้าเมืองไปกินข้าวนอกบ้านร้านประจำเพื่อกินลมชมวิว วันนี้เปลี่ยนใจไหนๆก็ผิดแผนมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไปตลาดนัดดีกว่า เพราะปกติไม่ชอบเดินเนื่องจากแพ้ฝุ่น วันนี้อยากกินไก่ย่างเขาสวนกวางมีอยู่เจ้านึง อร่อยมาก เดินหาจนรอบไม่เจอพอถามคนที่อยู่ใกล้ๆก็บอกว่า "วันนี้ไม่มาค่ะ"เอาอีกแล้วผิดหวังซ้ำๆ เพลียก็เพลีย เฮ้อ! หาเรื่องสนุกๆทำดีกว่า เริ่มจากแม่ค้าขายอาหารตามสั่งซึ่งปกติดิฉันจะสั่งน้ำพริก เค๊าทำอร่อยดี วันนี้ไม่สั่งเหมือนเดิม"ป้าเอาอะไรก็ได้รวมๆกันไปทั้งหมดเลย ป้าก็มองหน้า จะกินได้เหรอคุณหมอ ดิฉันก็ยืนยันกินได้ซิ" จากนั้นก็ซื้อ ซื้อ แล้วก็ซื้อ เพราะมีคนตามหิ้วให้ พอมาถึงร้านส้มตำ ก็บอกพ่อค้าว่า "เอาส้มตำลาวนะจ๊ะ ไม่ใส่ปู ไม่เผ็ด ไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่จืด ไม่ขม ไม่เปรี้ยว"พ่อค้าหันขวับมาทันที(ยังหวั่นๆว่าเค๊าจะโมโห) ทำหน้างงๆ แล้วก็บอกว่า "ได้เลยครับผม" ว่าแล้วก็จัดการตำส้มตำด้วยความคล่องแคล่ว "เสร็จแล้วครับส้มตำที่ไม่เผ็ด ไม่เค็ม ไม่เปรี้ยว ไม่หวาน ไม่จืด ไม่ขม "แล้วก็ยื่นให้อย่างอารมณ์ดี มาถึงบ้านก็จัดการแกะกล่องอาหารต่างๆปรากฎว่า วันนั้นอาหารก็พอกินได้ค่ะถึงจะไม่เท่าทำเอง ก็ ไม่เป็นไร กะว่าจะเชียร์บอลให้สบายอารมณ์ แต่บอลก็ต้องลุ้นจนตัวโก่ง ฮือๆๆๆทำไมวันนี้ไม่มีความสุขเลย เสาร์-อาทิตย์ก็เลยไปช็อปปิ้ง อ่านหนังสือ กินข้าว แล้วก็กลับมาทำสปาขัดสีฉวีวรรณให้ตัวเองอย่างสบายอารมณ์ พร้อมที่จะเริ่มงานใหม่ในวันนี้ งานค้างเยอะมาก แต่ ไม่เป็นไร ค่อยๆทำไปแล้วกัน แล้วพี่น้องท่านใดเคยมีประสบการณ์แบบนี้บ้าง ที่"อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจเลย" เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ วันนี้ไร้สาระอีกแล้ว แต่อย่างน้อยก็ได้ระบายออก คงไม่ว่ากันนะคะ"ไม่เป็นไร"เนาะ พบกันใหม่เบรคหน้าค่ะ บาย.......ค่ะ
นัดกันป่วย 18 มิย 53 จะจำไว้
เอารวมกันเหมิดโลด! และข้างล่างก็เป็นตัวอย่างอาหารที่ซื้อแบบไม่คิดว่าจะกินหมดค่ะ
สลัดกุ้งสดค่ะ
ยำกุ้งนา
ส้มตำลาวที่ไม่เผ็ด ไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม ไม่จืด ไม่หวาน ไม่ขม ไม่ใส่ปู
แตงไทยที่ทั้งหวาน ทั้งมัน ซึ่งปกติจะไม่กิน เพราะเลี่ยงกะทิค่ะ
กินไม่หมดค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูแป๋ม
สวัสดีครับ คุณยาย เสาร์ไร้สาระ บ่นไว้น่าสนใจ เพราะอะไรๆที่บ่นมา ล้วนมีประสบการณ์ของคนทำงาน ที่ขัดข้อง
แต่ต้องทำใจ ออกไปหาสุข สร้างสุขให้ตัวเอง นี่คือการจัดการอย่างหนึ่งครับ
ส่งแงไทยมาให้ชิมหน่อย๙ครับ สุดยอดของหวานที่ชอบครับ
(ไม่ได้ดูบอลกลับจากประชุมคนหน้างานกองเลขาไปก่อนกลับหลัง กลับมาแล้วต้องส่งงานส่งบันทึกเสร็จหลับครับ)
เห็นยำกุ้งนาแล้วอยากทานจังเลยครับ
"ไม่ได้ดั่งใจ" เมื่อก่อนก็หงุดหงิดงุ่นง่าน เดี๋ยวนี้ เริ่มมีประสบการณ์ เริ่มมีอายุ ก็พอจะเริ่ม "ทำใจ" ได้บ้างแล้วครับ
ทุกครั้งที่ไม่ได้ดั่งใจ ผมก็
ก็น่าจะกินไม่หมดอยู่แหละ..เต็มโต๊ะแบบนี้
เขาว่ากันว่า"ไม่มีอะไรได้อย่างใจ เท่าไม้เกาหลัง"ค่ะ
คันตรงไหน เกาได้ตรงนั้น..อิอิ
อ่านแล้วยังเหนื่อยแทนเลยครับ
ขอสักชุดครับ...กำลังหิว...พอดี!
สวัสดีค่ะคุณยาย ขอบคุณมากค่ะที่แวะไปเยี่ยมเยียน
อาหารน่าทานทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะ ส้มตำ และ สลัดกุ้งสดค่ะ
สวัสดีค่ะคุณตาวอญ่า
สวัสดีค่ะคุณตาวอญ่า
เรียนท่านอาจารย์ small man
ดิฉันนับถืออาจารย์ และนำมาเป็นตัวอย่างเรื่องความอดทนและใจเย็นจากการที่ได้อ่านบทความของอาจารย์นี่แหล่ะค่ะ เพราะปกติจะเป็นประเภท Hyper ทำอะไรก็ต้องรวดเร็วทันใจ นึกได้เดี๋ยวนั้น ทำเดี๋ยวนั้น ไม่ได้คิดว่าในเวลาฯหรือนอกเวลาฯ แต่ตอนนี้ได้ยา "ทัมใจ "จากอาจารย์ รู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณหลายๆเด้อค่ะเด้อ
เรียนท่านอาจารย์ small man
ดิฉันนับถืออาจารย์ และนำมาเป็นตัวอย่างเรื่องความอดทนและใจเย็นจากการที่ได้อ่านบทความของอาจารย์นี่แหล่ะค่ะ เพราะปกติจะเป็นประเภท Hyper ทำอะไรก็ต้องรวดเร็วทันใจ นึกได้เดี๋ยวนั้น ทำเดี๋ยวนั้น ไม่ได้คิดว่าในเวลาฯหรือนอกเวลาฯ แต่ตอนนี้ได้ยา "ทัมใจ "จากอาจารย์ รู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณหลายๆเด้อค่ะเด้อ
สวัสดีค่ะคุณครูป.1
ใช่แล้วค่ะ ต้องเกาให้ถูกที่คันนะคะ แต่ส่วนมากจะคันหร้อมกันหลายๆที่ จึงไม่รู้จะเกาตรงไหนก่อน เพราะความรุนแรงของการคันเท่ากันค่ะ อิอิ ตอนนี้เน็ตมีปัญหาอีกแล้วค่ะต้องบันทึกซ้ำถึงจะได้ ว่าแล้วมั๊ยล่ะ เริ่มคันอีกแล่ววววว
........ไม่เป็นไรเนาะ.......ในเมื่ออะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป....บ่เป็นหยังดอก
เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ แต่....พอเอามาเล่าสู่กันฟังวันหลัง
บางเรื่องกลับกลายเป็นเรื่องฮาๆไปก็มี....
เห็นอาหารแล้วน้ำลายหยดแหมะๆ ทานกี่คนค่ะนี่???
มาชวนให้ไปอ่านและตอบคำถามว่าอยากกอดใคร???
หวัดดีค่ะคุณเอิ๊ก!
ค่ะได้กำลังใจดีแบบนี้ยายก็หายเหนื่อยไปเลย แต่ก็คงบ่นต่อไปตามประสาคนแก่ล่ะ ทนฟังหน่อยละกันนะจ๊ะ ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะ หมู่นี้มีอบรมบ่อยไม่ใช่เหรอ อย่าลืมออกกำลังกายด้วยล่ะ เดินรอบสวนมะนาววันละ 1 รอบก็ OK แล้วล่ะค่ะ
สวัสดีค่ะท่านพี่ @-@..เส้าหลง..@-@
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ " คารวะท่านพี่ ชื่อท่านเท่ห์มากๆข้าขอเป็นศิษย์ร่วมสำนักด้วยคน หวังว่าท่านพี่คงไม่ขัดข้องนะขอรับ"
สวัสดีค่ะคุณศิรินทร
สวัสดีค่ะคุณครู krugui
อะไรๆ ไม่ได้ดั่งใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็จะอะไรกันเนี่ย หงุดหงิด เดี๋ยวนี้พอแก่พรรษา ก็ ทำใจ ได้ค่ะ .. วันนี้ก็เช่นกัน เลยเข้าใจคุณยายค่ะ ไม่ไร้สาระค่ะ ได้เรียนรู้กัน ทุกสิ่งอย่างอยู่ที่คนเสพ ;)
ปล. ปูเคยสั่งโลดคล้ายนี้ค่ะแถวอุบลฯ "ส้มตำ(บ่) ลาวที่ บ่ เผ็ด บ่เปรี้ยว บ่เค็ม บ่จืด บ่หวาน บ่ขม บ่ บักเขือ " ปรากฏว่า บ่จืดเลยค่ะ หลังจากนั้นก็เข็ดเปลี่ยนแผนใหม่ "รวมกันเหมิดโลด เจ๋งค่ะ ;) อิ่มอร่อยเที่ยงนี้ค่ะคุณยาย ... ได้ใจ และอิ่มท้องเด้อค่า
สวัสดีค่ะ