GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทำไงดีถ้าคนไทยอยากตรวจร่างกายประจำปี

ไม่ได้แปลว่าใช้บริการมาก สุขภาพจะยิ่งดีมาก

มีอยู่เรื่องนึงที่ผมได้ยิยคนพูดถึงเป็นระยะๆเกี่ยวกับสิทธิของประชาชนด้านสุขภาพคืออยากให้คนไทยทุกคนมีสิทธิตรวจร่างกายประจำปี ผมเข้าใจว่าคงเป็นเพราะเห็นโฆษณาสารพัด package แล้วพอหันไปดูราคาก็ให้รู้สึกอิจฉาบรรดาเศรษฐีที่มีปัญญาจ่าย เลยเห็นว่าไหนๆรัฐบาลก็ใจดีจัดให้มีประกันสุขภาพ โดยเสียแค่ 30 บาทแล้วก็ขอให้กำหนดว่ามีสิทธฺตรวจร่างกายประจำปีไม่ได้หรือ

บางคนก็คิดต่อไปว่า ถ้าให้ตนรจร่างกายประจำปีก็จะช่วยลดค่าใช้จ่าย เพราะจะได้เจอโรคแต่เนิ่นๆ หรือไปกระตุ้นให้ป้องกันโรค จะได้ไม่ต้องปว่ยโดยไม่จำเป็น เป็นการลดภาระค่ารักษาพยาบาล

ก็แล้วแต่จะเชื่อกัน

แต่ในฐานะหมอด้านเวชศาสตร์ป้องกัน เป็นที่รู็กันในวงการว่า การตรวจร่างกายประจำปีนั้นมีข้อจำกัด และการประกาศเป็นนโยบายโโยถือว่าเป็ฯสิทธิที่ทุกคนจะมาขอตรวจร่างกายประจำปีนั้น เป็นการสิ้งเปลืองทั้งเวลาของฝ่ายแพทย์ พยาบาล และเวลาของประชาชนด้วย ไม่นับเงินทองที่จะต้องใชัไปกับการเจาะเลือด การตรวจเลือด และบางทีคนทั่วไปก็ขอให้มีเอ็กซเรย์ด้วย นี่ไม่นับว่าจะต้องมีการตรวจแบบใหม่ๆที่อาจจะราคาสูงไปอีก

เมื่อไม่นานมานี้มีบบรรณาธิการในนิตยสาร British medical journal พูดถึงเรื่องการตรวจร่างกายเพื่อหาโรคล่วงหน้า จะได้ป้องกันโรคได้ทันท่วงที พบว่าที่อเมริกามีการตรวจร่างกายประจำปีมากกว่าที่อังกฤษ และพบคนที่มีผลการตรวจผิดปกติ ต้องไปเสียเงินตรวจเพิ่มเติม หรือกินยา หรืออาจถึงขั้นผ่าตัด มากกว่าที่เมืองอังกฤษ แต่ถ้าถามว่าอัตราป่วยและตายจากโรคต่างๆ และอายุคนอเมริกันยืนกว่าคนอังกฤษหรือไม่ก็จะพบว่าไม่แตกต่างกัน

แต่ที่แน่ๆคือหมออังกฤษเขาคุยกับหมออเมริกัน ถามว่าในอเมริกาคำจำกัดความของคำว่า คนสุขภาพดีแปลว่าอะไร เขาบอกว่า คนสุขภาพดีก็คือคนที่ยังไม่ได้ตรวจร่างกายประจำปี

อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปว่าต่อไปนี้จะไม่ไปตรวจร่างกายเพื่อป้องกันโรคกันแล้วดีกว่า เพราะที่จริงมีโรคอยู่จำนวนหนึ่งที่หากเราไปตรวจในระยะเวลาที่เหมาะสมก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคระยะร้ายแรงได้

แต่ไม่ได้แปลว่าตรวจอะไรก็ได้ประโยชน์ไปหมด บางอย่างตรวแล้วเจอผลบวกเทียมก็ต้องมากลุ้มใจโดยไม่จำเป็นไปอีก

สุขภาพพอเพียงคือการรู้จักประมาณในการใช้บริการ เพราะไม่ได้แปลว่ายิ่งใช้บริการมากสุขภาพจะยิ่งดีตามไปด้วยนะครับ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 36835
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

อ่านแล้วสบายใจค่ะ เพราะดื้อไม่ไปตรวจร่างกายประจำปีบ่อยค่ะ สองปีหลัง ถูกเจ้าลูกศิษย์ลากไปตรวจปีละ ๒ ครั้งเลยค่ะ เขาว่า เราอ้วนเกินไปแล้วค่ะ

จะเอาบันทึกของคุณหมอไปเถียงกับพวกลูกศิษย์ค่ะ

     โดยส่วนตัวนะครับอาจารย์ ผมยังเชื่อว่าระบบบริการสาธารณสุขของเรา ยังไม่น่าจะรับมือไหวหากประชาชนทุกคนไปตรวจร่างกายประจำปีกันทั้งหมด ตามสิทธิครับ
     แต่ผมเชื่อว่ากระบวนการคัดกรองโดยระบบบริการระดับ Primary Care จะช่วยได้เยอะทีเดียว ผมยังเชื่อว่าสถานีอนามัยรับภาระในส่วนนี้ได้พร้อม ๆ กับการสนับสนุนแนวทางการสร้างสุขภาพในระดับชุมชนครับ อันนี้ระบบบริการฯ ประเทศไทยจะรับไหว ในภาวะการเงินการคลังของระบบฯ เช่นปัจจุบันครับ

จากการตรวจสุขภาพประจำปีดิฉันเคยเอกซเรย์ซ้ำ 4 ครั้งในคราวเดียวกันผลออกมาก็ยังสรุปไม่ได้ เพื่อนแนะไปตรวจที่สถาบันโรคทรวงอก แพทย์นัด FU  อีก2 ครั้งครั้งแรกทำ CTครั้งที่ 2 ทำ Lung Function Test ผลไม่พบอะไร แต่ช่วง 3 เดือนนั้นเครียดมากๆค่ะ เลยเข็ดกับการตรวจสุขภาพประจำปีมากๆ แต่ตัวเองต้องรับผิดชอบตรวจสุขภาพประจำปีบุคลากรของหน่วยงานเห็นจนท.หลายคนที่สุขภาพจิตแย่ เมื่อผลการตรวจออกมาทั้งผลบวกเทียมและผลผิดปกติจริง ในส่วนตัวดิฉันเองไม่อยากตรวจแต่ควรให้เฝ้าระวังและป้องกันจะดีกว่าเมื่อสงสัยจึงควรตรวจ ไม่ใช่หว่านตรวจแบบนี้

ขอบคุณกับบันทึกเรื่องนี้ค่ะ

   เรื่องตรวจร่างกายประจำปีค่อนข้างจะสนับสนุนค่ะ แต่ให้อยู่ในขอบเขตที่พอเพียงและผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงมาก่อน ไม่ใช่ปูพรมเหวี่ยงแห ว่า ทุกๆคนต้องไปตรวจ 1 2 3 4 ฯลฯ โดยอุปกรณ์เครื่องมือที่หายากและแสนแพง

   อยากเห็นทุกคนสามารถทำ family tree เพื่อทราบความเสี่ยงของตัวเองก่อน ซึ่งน่าจะสอนกันทำตั้งแต่มัธยมต้น และเรียนรู้ติดตามการเปลี่ยนแปลงสุขภาพของตัวเอง

   อยากเห็นว่ามีการตรวจร่างกายประจำปีโดยมีการ ดู คลำ เคาะ ฟัง เป็นบรรทัดฐาน และเมื่อพบความผิดปกติถึงค่อยส่งตรวจเลือดหรืออื่นๆ ต่อไป

   ถ้าได้อย่างนี้ ความตื่นตระหนกที่จะต้องไปตรวจหรือได้ทราบผลการตรวจที่เกินจำเป็นอาจจะลดลงได้บ้างค่ะ

คุณหมอสุรจิตเคยทำการรวบรวมความรู้ว่าด้วยการตรวจร่างกายประจำปี ออกมาเล่มนึง ทำเป็นระบบพอสมควร แต่ผมไม่ทราบว่ามนที่สุดหน่วยงานไหนพิมพ์ออกมาเผยแพร่  น่าจะเป็นแพทยสมาคมนะครับ  ยังไงลองถามดู แต่อาจจะเก่าไปหน่อย ไม่รู้ว่าคุณหมอทำเล่มใหม่ออกมาหรือเปล่า