ไม่ได้แปลว่าใช้บริการมาก สุขภาพจะยิ่งดีมาก

มีอยู่เรื่องนึงที่ผมได้ยิยคนพูดถึงเป็นระยะๆเกี่ยวกับสิทธิของประชาชนด้านสุขภาพคืออยากให้คนไทยทุกคนมีสิทธิตรวจร่างกายประจำปี ผมเข้าใจว่าคงเป็นเพราะเห็นโฆษณาสารพัด package แล้วพอหันไปดูราคาก็ให้รู้สึกอิจฉาบรรดาเศรษฐีที่มีปัญญาจ่าย เลยเห็นว่าไหนๆรัฐบาลก็ใจดีจัดให้มีประกันสุขภาพ โดยเสียแค่ 30 บาทแล้วก็ขอให้กำหนดว่ามีสิทธฺตรวจร่างกายประจำปีไม่ได้หรือ

บางคนก็คิดต่อไปว่า ถ้าให้ตนรจร่างกายประจำปีก็จะช่วยลดค่าใช้จ่าย เพราะจะได้เจอโรคแต่เนิ่นๆ หรือไปกระตุ้นให้ป้องกันโรค จะได้ไม่ต้องปว่ยโดยไม่จำเป็น เป็นการลดภาระค่ารักษาพยาบาล

ก็แล้วแต่จะเชื่อกัน

แต่ในฐานะหมอด้านเวชศาสตร์ป้องกัน เป็นที่รู็กันในวงการว่า การตรวจร่างกายประจำปีนั้นมีข้อจำกัด และการประกาศเป็นนโยบายโโยถือว่าเป็ฯสิทธิที่ทุกคนจะมาขอตรวจร่างกายประจำปีนั้น เป็นการสิ้งเปลืองทั้งเวลาของฝ่ายแพทย์ พยาบาล และเวลาของประชาชนด้วย ไม่นับเงินทองที่จะต้องใชัไปกับการเจาะเลือด การตรวจเลือด และบางทีคนทั่วไปก็ขอให้มีเอ็กซเรย์ด้วย นี่ไม่นับว่าจะต้องมีการตรวจแบบใหม่ๆที่อาจจะราคาสูงไปอีก

เมื่อไม่นานมานี้มีบบรรณาธิการในนิตยสาร British medical journal พูดถึงเรื่องการตรวจร่างกายเพื่อหาโรคล่วงหน้า จะได้ป้องกันโรคได้ทันท่วงที พบว่าที่อเมริกามีการตรวจร่างกายประจำปีมากกว่าที่อังกฤษ และพบคนที่มีผลการตรวจผิดปกติ ต้องไปเสียเงินตรวจเพิ่มเติม หรือกินยา หรืออาจถึงขั้นผ่าตัด มากกว่าที่เมืองอังกฤษ แต่ถ้าถามว่าอัตราป่วยและตายจากโรคต่างๆ และอายุคนอเมริกันยืนกว่าคนอังกฤษหรือไม่ก็จะพบว่าไม่แตกต่างกัน

แต่ที่แน่ๆคือหมออังกฤษเขาคุยกับหมออเมริกัน ถามว่าในอเมริกาคำจำกัดความของคำว่า คนสุขภาพดีแปลว่าอะไร เขาบอกว่า คนสุขภาพดีก็คือคนที่ยังไม่ได้ตรวจร่างกายประจำปี

อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปว่าต่อไปนี้จะไม่ไปตรวจร่างกายเพื่อป้องกันโรคกันแล้วดีกว่า เพราะที่จริงมีโรคอยู่จำนวนหนึ่งที่หากเราไปตรวจในระยะเวลาที่เหมาะสมก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคระยะร้ายแรงได้

แต่ไม่ได้แปลว่าตรวจอะไรก็ได้ประโยชน์ไปหมด บางอย่างตรวแล้วเจอผลบวกเทียมก็ต้องมากลุ้มใจโดยไม่จำเป็นไปอีก

สุขภาพพอเพียงคือการรู้จักประมาณในการใช้บริการ เพราะไม่ได้แปลว่ายิ่งใช้บริการมากสุขภาพจะยิ่งดีตามไปด้วยนะครับ