ทำบุญใส่บาตร

Phornphon
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

 

 

 

 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานัดกับแม่ว่าจะใส่บาตรกันเช้าวันอาทิตย์ แม่บอกได้ เดี๋ยวจะลุกหุงข้าวตอนตีสี่ ช่วงนี้ผมจะชวนแม่ใส่บาตรเกือบทุกครั้งเมื่อกลับบ้าน ช่วงนี้แม่จะใส่บาตรทุกวันพระเป็นอย่างน้อย พวกเราใส่บาตรเพื่อทำบุญ และ จะได้อุทิศส่วนกุศลไปให้พ่อด้วย อาทิตย์นี้พี่ชายพร้อมเจ้าหลานชาย"น้องเน" และ พี่สาวกับหลานชาย "น้องพริก" มานอนที่บ้านด้วย ผมเลยตั้งใจว่า เรา แม่ ลูก หลานๆ จะตื่นเช้ามาใส่บาตร ทำบุญ ทำกุศลในเช้าวันอาทิตย์ร่วมกัน

 

 

ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีห้าพอดี แม่ลุกมาเสียบหม้อหุงข้าวตั้งแต่ตีสี่ ผมลุกงัวเงียจูงมอเตอร์ไซค์ไปจอดรอ เตรียมไปซื้อกับข้าวที่ร้าน จากนั้นจึงไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วจัดแจงยกเก้าอี้ นม น้ำผลไม้ และ ขนมหวานที่เตรียมไว้ไปรอบแรก แม่คดข้าวใส่ขันเงิน แล้วนำใส่ตะกร้ายกตามมา จากนั้นผมจึงขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อแกงที่ร้านใกล้บ้าน แต่ปรากฎว่าร้านปิด จึงกลับมาหาแม่บอกว่า เดี๋ยวไปซื้อที่ตลาดแทน แม่นั่งรอพระขาขึ้นที่จะเดินจากวัดไปทางริมน้ำเรื่อยไปจนถึงตลาด เผื่อจะได้ใส่ก่อน

 

 

ผมขับรถไปซื้อแกงมาแปดถุง เพราะแม่บอกว่าตอนนี้ที่วัดมีพระประมาณแปดรูป ไปกลับใช้เวลาประมาณสิบห้านาที แม่บอกว่าพระยังไม่มาเลย ผมจึงจอดมอเตอร์ไซค์หน้าบ้าน และ รีบไปปลุกพี่ชาย พี่สาว และ หลานๆ ให้รีบตื่นมาใส่บาตรให้พ่อกัน พอเดินกลับมาเห็นหลังแม่ไวไว แม่เดินไปคุยกับเพื่อนบ้านที่เป็นญาติห่างๆซึ่งตื่นเช้ามาใส่บาตรเหมือนกันเพราะเพิ่งจะเสียคุณแม่ไปเช่นกัน บางครั้งถนนสายสั้นๆเท่าที่ตาเห็นนี้ มีแค่ผมกับแม่ตื่นมาใส่บาตร แต่วันนี้มีสองบ้านที่ตื่นมาใส่บาตร

 

 

ระหว่างรอพี่มาผมก็นั่งลงคุยกับแม่

 

 

"แม่ ถนนเส้นสั้นๆนี้ปีนี้มีสามบ้านแล้วนะแม่ที่มีคนตาย มีบ้านเรา พ่อเสียเมื่อเดือนมีนา บ้านญาติห่างไปสองหลังฝั่งถนนเดียวกัน พ่อเพิ่งตายเมื่อเดือนเมษา และ บ้านฝั่งตรงข้ามที่เพิ่งเสร็จจากงานศพของคุณแม่เมื่ออาทิตย์นี้เอง ความตายเป็นเรื่องธรรมดานะแม่ บ้านไหนก็เคยมีคนตาย แม่ต้องปลง ต้องทำใจนะแม่ อย่าทำใจให้เศร้า ซึม เสียใจ จะเป็นบาป เป็นอกุศลจิต"

 

 

แม่ตอบ "ก็ทำใจได้มากขึ้นแล้ว อยู่กันมาตั้งสี่สิบกว่าปี จะให้ไม่คิดถึงพ่อก็ยากนะ"

 

 

"คิดถึงได้ไม่ได้ห้ามหรอกแม่ แต่คิดถึงแต่สิ่งดีดีที่พ่อทำนะ อย่าไปเศร้าโศก เสียใจเลย เวลาแม่ร้องไห้ ลูกก็จะเป็นห่วง ถ้าพ่อรู้พ่อก็จะเป็นห่วงอีก ทำใจสบายๆ วางใจให้เป็นกุศล พ่อจะได้ไม่ต้องห่วง พ่อจะได้ไปดีนะแม่"

 

 

"แม่รู้ไหม สมัยพุทธกาล มีนางคนหนึ่งเพิ่งเสียลูกไป นางชื่อ นางกีสาโคตมี นางเศร้าโศกเสียใจมาก บ่นว่าทำไมลูกน้อยของนางจึงมาด่วนจากไปทั้งที่อายุยังน้อย นางเดินรำพึงไปเรื่อยจนไปเจอพระพุทธเจ้า นางจึงทูลขอให้พระองค์ช่วยชุบชีวิตลูกของนาง พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ถ้านางสามารถหาเมล็ดผักกาดจากบ้านที่ไม่เคยมีคนตายได้ พระองค์จะทรงช่วย นางดีใจมาก รีบออกเดินไปตามบ้าน แต่ถามบ้านไหนๆก็ล้วนเคยมีคนตายทุกบ้าน ไม่ว่าจะพ่อตาย แม่ตาย ปู่ย่าตายายตาย ลูกตาย ญาติตาย นางเดินหาจนทั่วทั้งหมู่บ้านแต่ก็ไม่สามารถหาเมล็ดผักกาดจากบ้านที่ไม่เคยมีคนตายได้ นางเดินจนมาเจอพระพุทธองค์อีกครั้ง พระองค์จึงสอนว่า ความตายนี้เป็นธรรมดา เป็นธรรมสากล ไม่เลือกที่ ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกใคร นางกีสาโคตมีจึงได้เข้าใจในสัจธรรมอันนี้"

 

 

แม่ฟัง ไม่พูดอะไร แต่ผมก็ดีใจที่ได้มีโอกาสนำธรรมมาถ่ายทอดให้แม่ และ หวังว่าธรรมคงจะประทับในใจของแม่บ้าง

 

 

นั่งรอกันสักพัก พี่ๆ และ หลานๆก็มาสมทบ เราช่วยกันใส่บาตรพระขาขึ้นได้สองรูป และ ขาล่องได้ห้ารูป จากนั้นก็จัดแจงเก็บเก้าอี้เข้าบ้าน ฟ้าเริ่มสว่าง แสงอาทิตย์รำไร อากาศตอนเช้าบริสุทธิ์ สดชื่นดี นกน้อยเริ่มเจื้อยแจ้วออกหากินมากขึ้น ค้างคาวกลับถ้ำ กระรอกกระโดดเริงร่า ตามยอดไม้ และ วิ่งเล่นตามสายไฟ แม่เดินไปกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญให้พ่อ ก่อนจะมากินข้าวเช้ากัน...

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Phornphon



ความเห็น (12)

สวัสดีค่ะ Phornphon

เราทุกคนเกิดมาแล้ว  ต้องตาย  ไม่วันใด ก็วันหนึ่ง  เราควรเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อมเสมอ  ที่จะรับรู้ว่า ถึงวันหนึ่ง...คนที่เรารัก อาจจะต้องจากเราไป  เพื่อว่า  เราจะได้ไม่ร้องไห้ฟูมฟายอย่างขาดสติ ไม่เศร้าโศกเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร  และไม่ทำให้วิญญาณของคนที่เรารัก ต้องมีห่วงมีกังวล เขาจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • ตามมาให้กำลังใจค่ะ   ดีใจที่คนรุ่นใหม่คิดถึงและดูแลพ่อแม่ดีอย่างนี้
  • ขอบคุณที่เล่าสิ่งดีๆ ค่ะ
เขียนเมื่อ 

สิ่งไหนที่ปล่อยวางได้ก็ปล่อยวาง

ไม่ต้องไปยึดมั่นถือมั่น....แล้วจะสบายใจ

สิ่งที่คุณบอกกับแม่ไปนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพราะช่วยให้จิตใจของท่านดีขึ้นและเชื่อว่า....สงบลงได้ด้วย

ที่บ้านก็ใส่บาตรทุกวันอาทิตย์  และถือโอกาสออกกำลังไปด้วย....ก็ผ่อนคลายทั้งจิตใจและทั้งร่างกาย

มีความสุขกับการทำงานนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณ คุณศิรินทรที่มาเยือนครับ...

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณ คุณปริมปรางสำหรับกำลังใจครับ...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีท่าน krugui ครับ

ธรรมโอสถของพระพุทธเจ้าช่วยให้จิตใจมนุษย์เข้าใจกฎแห่งธรรมชาตินะครับ

ขอบพระคุณครับ...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

มาอ่านเรื่องบุญเรื่องทาน ทำให้รู้สึกดีค่ะ พี่คิมชอบใส่บาตรแต่ตามโอกาสค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณPhornphon

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณพี่ครูคิมที่มาเยี่ยมนะครับ

สาธุครับ...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคุณ ถาวรครับ

ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจนะครับ...

เขียนเมื่อ 

* ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีดีๆนะคะ

* อ่านแล้วประทับใจ

* คิดถึงแม่เหมือนกันค่ะ

***ที่ไม่ลืมคือ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ***

เขียนเมื่อ 

สวัสดี ครูทิวาวรรณ ครับ

ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมนะครับ...