วันครู พิธีไหว้ครู พานไหว้ครู

 

                วันครูดิฉันในฐานะที่อดีตเป็นศิษย์ แต่ปัจจุบันเป็นครู คงจะไม่เขียนเรื่องของวันครูนะคะ เท่าที่ดูมีหลายท่านเขียนได้ดีมาก ถึงดิฉันจะเขียนอีกก็คงจะไม่ดีเท่ากับหลายๆท่านที่เขียนมาแล้ว

                ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณหลายๆท่านที่เป็นห่วง เกี่ยวกับข่าวที่มีขโมยเข้ามาลักโน๊ตบุคถึงในบ้าน ตามที่ท่านได้ทราบจาก “เรื่องเล่า...ครูมีนา” ไปแล้ว มาบัดนี้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ แต่กว่าจะเดินทางมาถึงตรงนี้ได้ มันช่างเป็นระยะเวลาที่เลวร้ายมาก มีหลายคนที่ได้มีส่วนในความสำเร็จในครั้งนี้ 

                ส่วนแรกคือเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร อ.ร่องคำ ซึ่งมี พ.ต.อ.ชัยยศ  ดาวเจริญ ผกก.สภ.ร่องคำ พ.ต.ท.วิรัช  ชื่นนิรันดร์ พอส.(สบ.2) และฝ่ายสืบสวน โดย ด.ต.มนตรี  จันทรโคตรและทีมงาน... ดาบมนตรีได้ประสานกับดิฉันอย่างใกล้ชิด ให้การเอาใจใส่จนทุกอย่างจบลงด้วยดี

 

          

              ผกก.สภ.ร่องคำ          พอส(สบ2)            ดาบมนตรี

 

                ส่วนที่สองเพื่อนครู ตั้งแต่ท่านผู้อำนวยการ ประพันธ์  ทักษิโณ ที่ได้ให้กำลังใจ รวมทั้งเพื่อนครูทุกๆคน ตลอดจนเพื่อนบ้านที่ให้เบาะแส จนทำให้การติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ง่ายขึ้น

                กว่าจะทราบว่าใครกันที่กล้า เข้ามาขโมยของชั่วเวลาไม่ถึง 15 นาที ดิฉันเองต้องใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีอยู่ ใครให้เบาะแสอย่างไรก็จะตามเช็คข่าว หาข้อมูล รายละเอียดคงไม่ต้องเล่านะคะเพราะมีมากจริงๆ แต่บันทึกนี้อยากจะนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกันวันครูในฐานะครูมานำเสนอ ซึ่งสาเหตุจากของหายในครั้งนี้ มันเกี่ยวข้องกับความเป็นครูของดิฉันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อคนที่เข้ามาขโมยโน๊ตบุคกลายเป็นลูก(ศิษย์)ดิฉันเอง ซึ่งได้ออกไปหลายปีแล้ว  เด็กคนนี้ทำงานกันอย่างไร แบบไหน? คงไม่ต้องเล่าอย่างละเอียด เพราะความที่เป็นครู-ศิษย์ กันนี้เอง ดิฉันจึงเอาเรื่องเด็กคนนี้ไม่ลง แต่เรื่องของที่หายนั้น สามีของดิฉันไม่ยอม เพราะหากยอมวันนี้วันข้างหน้าเด็กก็จะไม่หลาบจำ...โน๊ตบุคนั้นไม่สามารถจะเอาคืนได้ แต่ Harddisk เด็กสามารถไถ่คืนได้ ของทั้งหมดได้ถูกนำไปขายต่อในกรุงเทพฯส่วนโน๊ตบุค ทางตำรวจให้เด็กต้องรับผิดชอบ มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน ส่วนเรื่องคดีความนั้นดิฉันไม่ติดใจเอาความ ก็เพราะความเป็นศิษย์นี่เอง

                เรื่องนี้ทำให้ดิฉันกลับคิดถึงความเป็นครู ว่าเราคงเป็นเรือจ้าง ที่ส่งเขาไม่ถึงฝั่งจริงๆ เราไม่สามารถสอนให้เขาเป็นคนดีได้ ดิฉันถามเขาตรงๆว่าทำไมถึงมาขโมยของครู เด็กตอบอย่างชัดเจนว่า ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เด็กยอมรับผิดทุกอย่าง ดิฉันเลยต้องกลายมาเป็นเรือจ้าง ที่ต้องส่งลูกศิษย์คนนี้อีกครั้งหนึ่ง ดิฉันได้สั่ง-สอน เด็กหลายอย่างให้สำนึกผิด จริงๆแล้วการปฏิบัติการครั้งนี้ เด็กทำกันเป็นทีม ได้แบ่งเงินให้เพื่อนทุกคนเรียบร้อยแล้ว แต่พอถูกจับได้ เพื่อนๆหนีหมดไม่รับผิดชอบแม้แต่เงินที่จะเป็นค่ารถไปไถ่ Harddisk เด็กคนนี้ก็ต้องรับผิดชอบเอง

                ดิฉันเลยถือโอกาสนี้ ชี้ให้เด็กเห็นว่าจริงๆแล้ว ตัวเราไม่ได้เป็นคนเลวโดยสันดาน ที่ทำไปก็เพราะว่าตามเพื่อน คึกคะนอง แต่เธอเห็นไหมว่าเพื่อนแท้ของเธอมีหรือเปล่า? เวลาเธอมีปัญหา ไม่มีเพื่อนเธอแม้แต่คนเดียวที่ช่วยเธอ หรืออยู่ข้างเธอ พวกเขาหนีหายไปหมด เธอต้องรับผิดชอบเพียงคนเดียว สุดท้ายจริงๆไม่พ้นแม่ที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเธอ มีแม่เท่านั้นที่อยู่กับเธอไม่ว่าเธอจะสุขหรือทุกข์ ดิฉันเลยต้องย้อนมาส่งลูกศิษย์คนนี้ให้ถึงฝั่ง ด้วยประโยคที่ว่า “ต่อไปนี้ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข เธออย่าทิ้งแม่เป็นอันขาด”

                วันครูเห็นเด็กๆกระตือรือร้น ที่จะจัดพิธีไหว้ครู รวมทั้งลูกๆของดิฉันด้วย แต่เรื่องที่ดิฉันเล่ามานี้ ทำให้คิดได้ว่า ในฐานะครู เราเป็นเรือจ้างที่ส่งผู้โดยสารไม่ถึงฝั่งสักที เพราะเรือจ้างส่วนใหญ่คิดอยู่ว่าจะทำอย่างไร ให้ผู้โดยสารนั่งอย่างสบาย นั่นคือเราอยากให้ลูกศิษย์เราเก่งในการเรียน เรื่องทางวิชาการ แต่เรื่องความเป็นคน การมีคุณธรรม จริยธรรม เราส่งเขาไม่ถึงฝั่งจริงๆ

                มาถึงวันครูในปีนี้ ต้องมาทบทวนตัวเองอีกครั้ง.. ทำให้รู้ว่าน่าจะยังมีผู้โดยสารของเราอีกหลายคน ที่เรายังส่งเขาไม่ถึงฝั่ง จึงต้องย้อนกลับไปส่งใหม่ อย่างลูกศิษย์รายนี้ของดิฉันนะคะ

                สำหรับบรรยากาศการไหว้ครู ในปีนี้ ดิฉันชื่นชมลูกศิษย์จริงๆที่ตั้งใจ ทำพานไหว้ครู สร้างสรรค์แนวคิดโดยที่ดิฉันไม่ต้องบอกอะไรเลย มีภาพความตั้งอกตั้งใจของพวกเขามาให้ชมด้วยค่ะ

 

ยืนดูจนเมื่อยเลยคะ

 

 

เป็นไงคะความคิดของลูกศิษย์ สร้างสรรค์ดีจังเลย

พานไหว้ครูแบบพอเพียง เรียบง่าย ใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งสิ้น

เลือกใช้ดินเหนียว แม้นว่าจะหนักนิดหน่อย แต่ก็ภูมิใจ