ทางเดินของคนเรามีขึ้นเพราะการเดินทางซ้ำรอยเดิม ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้นมาจากรอยคนเทียว รอยสัตว์ต่างเทียว รอยเกวียนของคนโบราณ รอยรถต่าง ๆ ทำให้เกิดการพัฒนาเป็นถนนดินถนนคอนกรีตถนนลาดยางจนได้มาตรฐานกลายเป็นถนนหลวงสายต่าง ๆ กระจายติดต่อกันไปเหมือนสานใยแมงมุมไปทั่วโลก
กลายเป็นความเจริญทางวัตถุที่คนใช้สัญจรร่อนเร่ไปในทุกถิ่นที่แต่ไม่ขอกล่าวถึง เพราะอยากคุยถึงทางชีวิต 3 สายดังนี้
สายที่ 1 เป็นสายแห่งความไม่เที่ยงแท้แน่นอนแต่ทุกคนต้องนอนแน่ ๆ และไม่รู้ว่าจะนอนที่ตรงไหนเพราะมันไม่แน่นอนเที่ยงแท้ไงละ
สายที่ 2 เป็นสายแห่งความไม่สบายกายไม่สบายใจมันเป็นอยู่อย่างนั้นเองละถ้าเรียนรู้เข้าใจแล้วจะสบาย ๆ
สายที่ 3 เป็นสายแห่งความไม่มีตัวตนที่จะพึ่งพิงอิงอาศัยเป็นหลักยึดเหนี่ยวนำพาวิถีชีวิตได้
ทาง 3 สายนี้ทุกคนต้องเจอถ้ารู้เข้าใจแล้วปล่อยวางให้จิตใจบางเบาสบาย ๆ คลายจากการเข้าไปยึดมั่นถือมั่น เพราะว่าทุกสิ่งล้วนเป็นเช่นนั้นแล.
สวัสดีท่านอาจารย์ umi ครับ
ถนน ๓ สายนี้เป็นหลักธรรมที่เราต้องเรียนรู้ และ ยอมรับนะครับ
เพื่อจะคลายความยึดมั่น ถือตัว
ขอบพระคุณมากครับ...
สวัสดีครับ คุณPhornphon
เป็นหลักธรรมใกล้ตัวที่ควรเรียนรู้นะครับผม
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์หล่อใหญ่ มา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ด้วยค่ะ
สวัสดีครับ คุณpoo
เป็นถนนคนเดินกันอยู่ทุกวี่วัน สุดแท้แต่ใครจะมองเห็นได้นะครับผม...
ขอบคุณครับ
เรียนท่านอาจารย์ umi
แวะมาเรียนรู้ด้วยคนนะคะ ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆนี้ค่ะ
สวัสดีครับ คุณคุณยาย
วาว ๆ นอนดึกจังนะครับผม
รักษาสุขภาพนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณมาตายี
อยู่ในร่มธรรมเย็นสบายดีนะครับผม
ขอบคุณครับ