คน รอความหวัง: ครับ ผมมี ปัญหา ตอนนี้ แพทย์ ส่งคนไข้ มาให้ผมคนหนึ่ง ผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน(ที่มือ) แพทย์ ได้ต่อเอ็น ด้าน Flexer tendon ตรงนิ้ว กลาง ชี้ และนาง นิ้วโปง ไม่สามารถ ทำท่า opposition ได้ แต่
ผู้ป่วยได้รับการรักษา ทางกายภาพบำบัด มาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากตอนแรกไม่มี โอที จนผู้ป่วยมี ROM เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่มาก MP งอได้ 20 องศา (ประมาณนะครับ แต่ละนิ้วก็ไม่เท่ากัน) DIP PIP งอได้เล็กน้อย
ตอนนี้ผู้ป่วยสามารถ ทำ pad to pad pincth ได้แต่นิ้วโป้งกะชี้ เท่านั้น (นิ้วอื่นยัง ทำไม่ได้) หมอส่งมาโอที เราจะให้สปริน แบบไหน ที่พอจะช่วยเขาได้ ทำยังไงจะฝึกเขาต่อดี putty เขาก็บีบ ไม่ได้ ไม่หนีบก็ไม่ได้ เพราะ ยังทำ pad to pad pincth ไม่ได้
ช่วยผมหน่อยนะครับ ผมไม่รู้ จริงๆๆ
การรักษาของผมที่ให้ คือ manipulation and passive stretching เพื่อ เพิ่ม ROM ซึ่ง PT ก็ได้ทำก่อนหน้าแล้ว ROM ก็ไม่หน้าจะได้ไปดีกว่านี้ แล้ว
ผมจะให้ knocle splint ได้ไหมครับ แต่ใช้ยางแทน ลวดสปริง แทน ได้ไหม เพื่อให้ดึงมึงคนไข้อยู่ในท่า งอ (ตรงMP อะ) แต่ ข้อ แข็งมาก ให้สปรินไรดี
แล้วจะให้ กิจกรรมไรที่ เพิ่ม ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อเราจะฝึก Hand Function ต่อไป อะครับ
ตอบหน่อยน้า ครับ ขอบพระคุณครับ
ดร.ป๊อป: สวัสดีครับน้องนักกิจกรรมบำบัด (คน รอความหวัง)
น้องวิเคราะห์ได้ดีมากครับ Splint ที่ให้นั้นใช้ยางจะดีกว่าลวด เพราะต้องมีการปรับ ROM ของแต่ละนิ้วแบบ Passive mobilization แต่ต้องพิจารณาว่า ถ้าให้ยางดึงนิ้วแบบ Passive flexion of PIP & DIP ต้องไม่ให้คนไข้ตึงหรือเจ็บปวด ดังนั้น Splint ที่ให้ต้องเป็นแบบ Long dorsal splint ในท่า Wrist & Digital Flexion ที่มีมุมปรับได้ไม่เกิน Functional position ปล่อย thumb ให้อิสระ ใช้สายรัดต่ำกว่าข้อศอกประมาณ 2/3 ของปลายแขน สายรัดตรงข้อมือ สายรัดตรง MCP และสายรัดระหว่าง PIP & DIP
ถ้าใช้ Duran technique ก็แกะสายรัดระหว่าง PIP & DIP ออกเพื่อทำ Passive flexion & extension ในความถี่ที่เหมาะสม (อย่างน้อยทุก 1 ชม.ต่อวัน หรือปรับตามสภวะของคนไข้ แต่ถ้าใช้ยางแบบ Kleinert technique ก็ติดตัวยึดที่เล็บนิ้วชี้และนิ้วกลางก่อนเพื่อให้แรงของยางดึงนิ้วมาที่ข้อมือในท่า Passive flexion & active extension
ลองเช็คและบันทึก ROM ของทุกนิ้ว โดยเน้นการทำ Active & Gentle Movement ของนิ้วโป้งและนิ้วชี้ เพราะเป็นนิ้วที่ต้องทำให้มีความเป็นอิสระในการเตรียมฝึก Hand Function ต่อไป สำหรับนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย ต้องเช็คว่า เอ็นหายได้หรือยัง ถ้าดีแล้ว ก็ค่อยๆ ยืดและเน้นเคลื่อนไหวไปพร้อมๆกันแบบหยิบจับของใหญ่ทั้งมือ แต่ถ้าไม่ดี ก็ค่อยๆ ยืดและจัดท่าทางให้อยู่ในท่า wrist flexion เพื่อลดแรงตึงบริเวณเอ็นที่ผ่าตัด และค่อยๆ จัดท่าทางที่ไม่มีการทำ Active Digital Flexion และ Passive Digital Extension เกินพอดี
หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะครับ หากสงสัยเพิ่มเติม อีเมล์มาที่ [email protected] พอดีกำลังเตรียมสอน splint อยู่ก็เลยตอบโดยเปิดตำราและคิดตามประสบการณ์เล็กน้อย
ผู้ได้รับความหวัง: ขอบพระคุณ อาจราย์เป็นอย่างสูงครับ ผมจะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้
และหากมีปัญหาประการใดผมจะ รบกวนถามอาจรย์อีกนะครับ ผมแอดเมลอาจารย์ไป แล้วหวังว่าคงจะไม่รบกวน นะครับ ขอบพระคุณอีกครั้งครับบ
เด็กปีสาม: โห้ ดีจังเลย ที่ มีการแลกเปลี่ยน ความรู้กัน อยากนี้ ผมเป็ฯเด็กปี สาม ที่เข้ามาอ่านดู ชอบๆๆ ครับ
เเต่อยากให้อาจารย์ อธิบาย ศัพท์บางคำที่ผมยังไม่เข้าใจอะครับ
Duran technique
Kleinert technique
Active & Gentle Movement
และอยากให้อาจารย์ บอกอีกนิดหนึ่ง ว่า นอกจากสปรินแล้ว กิจกรรมที่เราจะให้ คนไข้ เพื่อ ฝึกความแข็งแรงข้อมือและนิ้ว มีไรอีก บ้าง ครับ อุปกร์ เครื่องมือ ไรครับ อยากรู ช่วยตอยหน่อย น้าครับ ขอบคุณครับ
ดร. ป๊อป: ยินดีให้ add email อาจารย์ป๊อปครับ และดีใจกับน้องผู้ได้รับความหวัง น้องเป็นตัวอย่างที่ดีของการตั้งกระทู้วิชาการทางคลินิกครับ
ขอบคุณเด็กปีสามที่สนใจสอบถามความรู้
ศัพท์ Duran และ Kleinert technique เป็นเทคนิคที่นักบำบัดมือ (Hand Therapist) คิดค้นรูปแบบหรือลักษณะการติดแนวแรงดึงบนเครื่องดาม ซึ่งใช้ชื่อของผู้ที่คิดค้นทั้งสองชื่อเพื่อให้เกียรติ
Active & Gentle Movement คือ การให้ผู้รับบริการเคลื่อนไหวมือด้วยแรงของตนเองอย่างนุ่มนวล
นอกจาก Splint แล้ว กิจกรรมเพิ่มความแข็งแรงข้อมือและนิ้ว แยกเป็นการฝึกสองรูปแบบ คือ ฝึกแบบออกกำลังกับเครื่องมือช่วย เช่น ออกแรงบนเครื่องบีบมือและนิ้วมือที่สามารถปรับแรงต้านได้ เคลื่อนไหวมือและนิ้วมือด้วยดินชนิดพิเศษที่เรียกว่า Putty ขยับออกกำลังมือและนิ้วมือในรูปแบบการทำงานของมืออย่างง่ายและให้แรงต้านจากผู้บำบัด
อีกรูปแบบหนึ่ง คือ ฝึกแบบออกกำลังกับการทำงานของมือในชีวิตจริง เช่น เกร็งข้อมือขณะยกสิ่งของขนาดต่างๆ ในบ้าน จับดินสอหรือปากกาขนาดต่างๆ เขียนด้วยความเร็วสลับช้ากับรูปแบบตัวหนังสือที่ง่ายยากแตกต่างกัน ปรับลำดับกิจกรรมตั้งแต่ บิดลูกบิดประตูที่หนัก ไขกุญแจที่ฝืด เดินหิ้วของที่มีน้ำหนัก และเพิ่มน้ำหนักเมื่อเดินไปที่ร้านค้า เลือกหยิบของในร้านค้าหลากหลายขนาด (หยิบมาแล้ววางเก็บด้วยความถี่ซ้ำๆ) จากนั้นเลือกของหนักมาเพิ่มในถุงหิ้วไม่เกินสองชิ้น แล้วเดินกลับบ้าน ไปปิดไขกุญแจและลูกปิดประตูบ้าน วางของบนโต๊ะแล้วออกแรงเปิดฝาขวด ฝากระป๋อง เป็นต้น
กิจกรรมต่างๆ แล้วนี้...นักกิจกรรมบำบัดต้องประเมินกำลังของกล้ามเนื้อมือ มุมการเคลื่อนไหวของมือและนิ้วมือ และรูปแบบการทำงานที่คล่องแคล่วของมือ และรูปแบบการทำงานของมือในกิจวตรประจำวันที่ผู้รับบริการต้องการใช้ เพื่อนำมาตั้งเป้าหมาย วิเคราะห์ และสังเคราะห์กิจกรรมการรักษาถึงบำบัดการทำงานของมืออย่างต่อเนื่องและปรับเปลี่ยนรูปแบบไม่ให้ผู้รับบริการเกิดความเจ็บปวดบวมหรืออาการที่แย่ลง
หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับพี่น้องนักกิจกรรมบำบัดที่ต้องการความเชี่ยวชาญในการให้บริการนะครับ
ผมมองว่า Webboard นี้ดี น่าจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ในระดับเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากสมาคมฯหรือคณะกรรมการวิชาชีพต่อไปในอนาคตครับ เช่น การฝึกความเชี่ยวชาญเรื่อง Hand Rehabilitation ในสามเดือนแบบเครือข่ายระหว่าง ม.เชียงใหม่ กับ ม.มหิดล มีการลงทะเบียนบางรายวิชากับนักศึกษาเพื่อเข้า e-learning และสอบ Oral สอบป Practice กับผู้รับบริการเฉพาะกลุ่มโรคกับพี่ๆ นักกิจกรรมบำบัดที่มีประสบการณ์สูง เป็นต้น ลองเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ จะได้เสนอสมาคมฯ หรือคณะกรรมการวิชาชีพฯ ต่อไป
ขออนุญาตนำอีเมล์ของนักกิจกรรมบำบัดที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องอุปกรณ์หรือเครื่องดามมือมาเล่าสู่กันฟังต่อจากคราวที่แล้วครับ
เรียน อาจารย์ ที่ เคารพ ครับ
อาจารย์ ครับ ผมมีปัญหา อยากปรึกษา อาจารย์ อีกแล้ว ครับ
ตอนนี้ มีเคส ใหม่ มาหาผม
ผู้ป่วยเป็นอาจารย์ ถนัดมือข้างขวา ครับ แต่ เขาได้ ประสบอุบัติเหตุ โดนเครื่องมือ ตัดเอ็น เส้นเลือด หมดเลยครับ
ตรงข้อมือ แต่หมอต่อเอ็นด้าน Flexer tendon หลอดเลือด อะไรต่างๆได้หมดแล้ว คือเป็นมานานแล้วอะครับ ผู้ป่วย ได้ทำกายภาพ ที่โรงบาล จน ROM เกือบ Full ROM ละครับ แต่ ตอนนี้ หมอได้รับ ผมซึ่งจบใหม่ มาเปิดแผนกกิจกรรมบำบัดที่นี้ หมอจึงส่ง เคส นี้มาให้ผมต่อ เราจะทำยังไงกับเคส นี้ดีครับ
ความสามารถของผู้ป่วยตอนนี้ มีลักษณะ คล้าย claw hand deformity อะครับ
- ข้อต่อทุกข้อ ไม่ Limit ROM ครับ
- ไม่สามารถ เหยียด DIP PIP ได้เอง
- MP เหยียด งอได้เอง
- นิ้วโป้ง abduct เข้ามาไม่ได้
- ทำ palmar pinch แต่ละนิ้วได้ แต่ไม่สมบูรณ์ แบบเท่าไหร่ อะครับ
การรักษา ตอนนี้ ได้ฝึกจนผู้ป่วย หยิบ จับได้พอสมควรแล้ว แต่หมอ อยากได้ สปริน อะครับ
แต่ปัญหา คือ สปริน สำหรับ claw hand มันใช่ไม่ได้สำหรับ เคสนี้ อะครับ(ผมคิดไปเองหรือป่าวไม่รู้นะคับ)
เพราะว่า ลองใส่ดูแล้ว ปรากฏ ว่า เมื่อ ผู้ป่วย งอ ตรง MP แล้ว PIP และ DIP จะงอ มาตามเลยอะครับ และนิ้วโป้งไม่สามารถ abduct มาได้ ทำให้เวลา ทำ palmar pinch เลยครับ (ทำลักษณะที่ มีการงอ ของ PIP และ DIPซึ่งที่จริง อันหน้าจะเหยียดมากกว่า)
ผมคิดว่า น่าดัดแปลง claw hand splint
• โดย ทำให้มีส่วน คล้ายๆ opponens เพื่อ จัดนิ้วโป้งกางออกมา
• ใส่ ปลอก ตรงข้อ PIP แต่ละนิ้ว( ชี กลาง นาง ก้อย ) เพื่อ เวลาหยิบ จะได้ไม่การ งอ ของข้องดังกล่าว (ผมคิดว่าการหยิบน่าจะสวยขึ้น)
ข้อจำกัดก็คือ ตอนนี้ ทางโรงบาลผมลวดทำสปริน ยังไม่มีจะใช้ยางรัดแทนหมดครับ แล้วราคาที่คิดคนไข้ คือ สองพันห้า สำหรับ ไดนามิคสปริน นะครับ อาจารย์ว่า ผู้ป่วยจะคุ้มไหมสปรินที่ให้ไปจะดีกับผู้ป่วย เหมาะสมกับจำนวนเงินที่เสียไปไหมอะคัรบ
ผมงง มากไม่รู้จะทำไง และปรึกษา ใครอะครับ เพราะเคส ที่นี่ ส่วนใหญ่ เป็น hand injury เพราะใกล้โรงงานอุตาสหกรรม (ส่วนใหญ่ตอนเรียนเราไม่ได้ฝึกงานทางนี้ เลย หมายถึง ทาง ORTHO อะครับ) ผมมาเปิดแผนกใหม่ จึงไม่มีรุ่นพี่ โอที ให้คำปรึกษาทำเองหมดเลยทุกอย่าง ไม่รวมเรื่องงานโรงพยาบาล พวก เอกสาร HA อะครับ อีกอย่าง หนึ่ง หมอเขา หาโอที มานาน ผมพึ่งมาเปิด หมอ และ กายภาพ จึงตั้ง ความหวัง ไว้กับผมสูง มากๆ
ถ้าหากอาจารย์ มีคำแนะนำ อย่างไงกรุณา สละเวลา ตอบผมหน่อยนะครับ จะขอบพระคุณมาก ถ้าข้อมูลไม่เพียงพอในการตอบ อาจารย์ สอบถามผมเพิ่มได้นะครับ ขอโทษที่รบกวนจริงๆๆ ครับ
ปล. ครั้งที่แล้ว ผมเอาความรู้ที่ได้ ไปดัดแปลง อีกนิดหน่อยไปใส่สปริน ให้คนไข้แล้ว คนไข้และหมอ ชอบมากๆๆ อยากให้อาจารย์ เห็น จริงๆๆ ครับ
สวัสดีครับน้องนักกิจกรรมบำบัด
ขากข้อมูลที่ให้มา น้องวิเคราะห์ได้ดีแล้ว คือ การดัดแปลง Claw Hand Splint ให้มีแรงดึงในท่า PIP & DIP ของนิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย โดยใช้ Lumbrical Stopper แล้วเสริมทางนิ้วโป้งให้อยู่ในท่า Abduction ที่สำคัญต้องเช็คแรงดึงจากยางใหดีว่า แนวแรงมันช่วยให้ MP Flexion 90 องศา แล้วส่งผลให้ PIP & DIP full extension หรือไม่ ถ้าแนวแรงไม่พอ อาจต่อ Outrigger ตั้งฉากอยู่เหนือ MP ทางด้านหลังมือได้รับ
สำหรับราคา 2,500 บาท น้องควรถามคนไข้ว่า มีความพร้อมที่จะจ่ายไหม หากไม่มี อาจต้องพิจารณาลดราคาลงตามความเหมาะสมและตามนโยบาลการคิดค่าบริการที่น่าจะเบิกได้ของสถานพยาบาล ถ้าเป็นพี่ ก็จะให้โอกาสคนไข้มาปรับ splint หากยังใช้ไม่ได้ผล โดยไม่คิดตังค์ หรือถ้าไม่ต้องปรับ น้องก็ควรสอนการบ้านและฝึก Opposition & Reopposition และ Abduction ของ Thumb รวมทั้งฝึกหยิบจับโดยใส่ Splint กับไม่ใส่ Splint เพิ่มเติมด้วยครับ
ใจเย็นๆ สำหรับการเปิดแผนกใหม่ โดยเฉพาะทาง Hand Rehab น้องต้องสื่อสารกับทีมแพทย์ให้ชัดเจนว่า ประสบการณ์ยังไม่มากนัก ต้องเรียนรู้ร่วมกับทีมแพทย์ และยินดีเปิดใจรับฟังความคิดเห็นอยู่ตลอดเวลา หากมีอะไรให้พี่ช่วยเหลือทางวิชาการ ก็ติดต่อมาทางอีเมล์หรือมือถือ 08-522-40707
โชคดีครับ
อ.ป๊อป
เรียน อาจารย์ป๊อบ ที่เคารพ
ขอบคุณอาจารย์ครับที่ให้คำแนะนำ
ที่อาจารย์ได้กรุณา ให้คำแนะนำมาเป็นประโยชน์ อย่างมากครับ
คือ ทำ Splint ที่มี แนวแรงมันช่วยให้ MP Flexion 90 องศา แล้วส่งผลให้ PIP & DIP full extension เหมือนที่ผม คิด
แต่เมื่อ พิจารณาเมื่อของคนไข้ ผมลืมบอกอาจารย์ ไปว่า
เมื่อคนไข้ จะหยิบ ของ ในลักษณะ palmar pinch คนไข้ Flex MPเต็มที่โดยไม่ต้องใช้แรงภายนอกช่วย แต่ ติด ที่ เวลาคนไข้ Flex MP แล้ว ตรงข้อ DIP PIP จะงอ ลงมาเลยครับ (มันไม่ full extension )
ดังนั้นผม คิดว่า จะทำ Splint ที่มีแรงดึง ให้ นิ้วโป้งให้อยู่ในท่า Abduction ส่วนตรง MP นั้นไม่ต้องมีแรงดึงเลย (คนไข้ งอได้เอง)
และปัญหา ของผมตอนนี้ เลย ก็คือว่า จะทำยังไงให้ PIP DIP ของแต่ละนิ้ว ไม่งอตามลงมาเมื่อ Flex MP ผมจะใส่ finger Splint รัดข้อ PIP DIP นั้น ไปให้ Exten ตลอด เวลา ได้ไหม ครับ ผมคิดว่านะจะไม่ได้ เหมือนไปจำกัดการเคลื่อนไหวของคนไข้ (หรือ จะทำเป็น dynamic finger splint ให้มีแรง ดึง ให้ ข้อ ดังกล่าว ให้ เหยียด ไว้ แต่ก็ติดตรงที่ โรงพยาบาล ผมยังขาดลวดสปริง อยู่ดีคับ จะใช้ยางแทนได้ครับ)
อาจารย์ลอง พิจารณา จากข้อมูล ที่ผมให้มา เพิ่ม เติม ว่าแนวทางที่ผมคิดมา ถูกต้องไหมคับ ขอบคุณมากครับ
ปล. ผมได้ไปเล่าให้พี่ PT ฟัง ว่ามีอาจารย์ที่ มหิดลช่วยเหลือ อาจารย์ชื่ออาจารย์ป๊อบ พี่เขาเหมือนจะรู้จักอาจารย์ด้วยนะครับ(พี่เขาจบมหิดลมา แต่นานแล้วอะครับ) พี่เขาบอกว่าเคยได้ยินชื่ออาจารย์ที่ไหน ซักแห่งหรืออ่านบทความของอาจารย์ ที่ไหนซักอย่างพี่ เขายังชมอาจารย์อยู่ เลยนะครับ อันนี้ไม่ได้โม้ น้า อิอิ
สุดท้ายนี้ ผมหวังว่า ผมคงจะไม่รบกวนเวลาอาจารย์มากเกินไปนะคับ
กราบขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงครับ
นักกิจกรรมบำบัดอ่อนหัด
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับน้อง
พี่คิดว่า ผู้ป่วยมี sling action & extensor mechanism ของมือที่ไม่ยืดหยุ่น แต่ต้องตรวสอบให้ดีว่ามี ROM limited หรือไม่ ถ้ามีก็ต้องให้ PT ช่วย Mobilize ก่อนฝึก OT
ดังนั้นการใส่ Dynamic Splint โดยเน้น Lumbrical Stopper ทางด้านหลังมือให้เกิดแรง MP Flex 90 องศา ซึ่งใช้ยางรัดช่วยได้ในตอนกลางวัน ส่วนการให้ Static Splint of IP finger extension น่าจะให้ใส่แยกกับ Dynamic Splint เพราะแรงที่ได้รับอาจจะตึงเกินไปเมื่อใส่รวมกัน และขณะหยิบจับสิ่งของในท่าของกล้ามเนื้อ Lumbrical นั้นก็อาจมี IP flexion เล็กน้อยได้
พี่แนะนำให้น้องฝึก Lumbrical exercise โดยถอด Dynamic Splint และใส่ Finger splint (ก่อนนอน ตื่นนอน และระหว่างวัน) พร้อมกับทำ gliding exercise คือ การงอจาก DIP สู่ PIP และค้างในท่า MP Flex 90 องศา 10 วินาที แล้วค่อยๆ ทำเหยียดนิ้วมือทั้งหมดในท่า Full extension เริ่มทำจากนิ้วทั้งหมดยกเว้นนิ้วโป้ง แล้วค่อยๆ ฝึกแยกนิ้ว ตามด้วยฝึก Opposition, Reopposition & Abduction ของนิ้วโป้งปิดท้าย
ขอให้ผู้ป่วยรายนี้ใช้งานของมือได้ดีขึ้นนะครับ
อ.ป๊อป
ผมขออนุญาตนำข้อความจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มเติมใน webboard ของกิจกรรมบำบัด มช. ดังนี้
โห้ ดี จัง เลย
แล้ว โอที กับ Hand Therapist ต่างกันไง ค่ะ อาจารย์ โอที จะสามารถ เรียก ว่า เป็น Hand Therapist ได้ป่าวค่ะ
แล้ว พวก putty ไม้หนีบ กรวย หมุด จะสามารถ ช่วยเคส นี้ได้ป่าวค่ะ
ดร. ป๊อป:
OT คือ นักกิจกรรมบำบัด HT (Hand Therapist) คือ นักวิชาชีพทางการแพทย์ที่มีความสนใจศึกษาและปฏิบัติเพิ่มเติมทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพมือที่บาดเจ็บ หาก OT สนใจก็ต้องศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรหรือปริญญาโทเฉพาะทางที่ต่างประเทศ
Putty ไม้หนีบ และอุปกรณ์อื่นๆ สามารถนำมาจัดเป็นกิจกรรม แต่เน้นประเมินความต้องการในการใช้มือกับกิจกรรมในชีวิตจริงๆ ว่าต้องใช้สื่อการรักษาพวกนั้นหรือไม่อย่างไร
ขอบคุณครับที่สนใจ
พี่ป๊อบคะ มีเรื่องสงสัยอยากซักถามพี่ค่ะ
คือว่า ในขณะที่พี่แนะนำให้คนไข้ทำ Active & Gentle Movement ก่อน ในระยะแรกที่ต่อเส้นเอ็น
แต่น้องเจ้าของเคสเค้าได้ทำ manipulation and passive stretching ไปแล้วนั้น
ดังนั้น เราจะทราบได้อย่างไรคะ ว่าการดัดนิ้วมือคนไข้ ( manipulation and passive stretching )
แทนที่จะให้คนไข้ทำ AROM นั้น จะไม่ทำให้เส้นเอ็นที่เพิ่งต่อมาใหม่ ๆ นั้น ฉีกขาด/หรือหลุดออกจากกัน
นอกจากการจะดูจากอาการปวด บวม แดง ร้อน แล้ว จะมีวิธีสังเกตและทดสอบหรือไม่คะ
ด้วยความสงสัยค่ะ....
ดร.ป๊อป:
คำถามดีมากครับ ข้อควรพิจารณาว่าคนไข้จะทำ AROM ได้หรือไม่นั้น เราประเมินโดย Active & Passive Movement แต่ที่เน้น Gentle เพราะถ้าทำแรงไป แผลผ่าตัดอาจเสียหายได้ โดยทั่วไปประมาณ 3 สัปดาห์หลังจากผ่าตัด เราประเมินการฟื้นตัวของบาดแผล และสอบถามระดับความเจ็บปวด-บวม-แดง ของแผลคนไข้ ตามที่น้องกล่าวมาได้ครับ
สำหรับ การยืดข้อต่อและกล้ามเนื้อ หรือดัดดึง ทำได้ในกรณีที่มีข้อจำกัดทั้ง PROM & AROM และบาดแผลหายดีแล้วครับ
อาจารย์ ครับ ผมมาลอง พิจารณาดู แล้ว
splint ที่ผมจะให้ คนไข้ ผมน่าจะให้
1.Dynamic Splint ที่มีโครงลวดอยู่ทางด้าน dorsal ของนิ้วโป้ง ติดยางมาคล้องนิ้วโป้ง เมื่อผู้ป่วยดึงในท่า Adduction จะเกิดเเรงต้าน เพื่อเพิ่มกำลังในการทำ Adduction ของผู้ป่วย
2.ส่วนนิ้วแต่ละนิ้ว จะให้ Dynamic finger Splint ที่ เป็นยางรัด สวมตรง Proximal and Middle phalanx (อาจทำไปถึง Distal เลย)เพื่อให้ข้อนี้ ได้ เหยียดตลอดเลา โดยใช้แรงดึงจากหนังยางช่วย จะโอเคไหม ครับ
คนไข้ จะได้มีแรง Abduction มากขึ้น และสามรถหยิบจับของเล็กๆ ได้เนื่องจาก เวลา ที่งอ MP แล้ว PIP จะ ไม่งอตาม อาจารย์ว่าผมคิดถูกยังครับ ลองอธิบายให้ผมหน่อยนะครับ แล้ว ผมก็สอน การออกกำลังที่อาจารย์แนะนำแล้ว อาจารย์ว่า การรักษานี้ จะได้ผลไหม ครับบ
ดร.ป๊อป:
สวัสดีครับน้อง
พี่แนะนำให้น้องติดตามผลของการออกกำลัง Lumbrical muscles และ Gliding DIP to PIP ของแต่ละนิ้วมือ โดยใช้และไม่ใช้ Splint ทุกวัน
จากที่น้องคิดมาน่าสนใจ แต่ Dynamic Splint ใช้เพื่อช่วยเคลื่อนไหวนิ้วมือ ไม่ใช่ช่วยเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ ที่สำคัญมีกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ช่วยเคลื่อนไหวนิ้วโป้ง มิใช่เฉพาะ Abduction เท่านั้น ไม่แน่ใจว่าแนวแรงที่น้องคิดจะช่วยให้แรงต้านแล้วส่งผลให้กล้ามเนื้อเล็กๆ ของมือล้ามากเกินไปหรือไม่
แนะนำให้น้องวัดกำลังกล้ามเนื้อโยใช้ Manual Muscle Testing ว่ากล้ามเนื้อที่ใช้เคลื่อนไหวนิ้วโป้งทุกมัดมีกำลังเท่าใดบ้าง น้องควรจัดกิจกรรมเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อแบบ Functional Hand Trainings และมีการหยิบจับทุกรูปแบบ มากกว่าแยกฝึกแต่ละมัดกล้ามเนื้อ ซึ่งนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ฝึกด้วยการออกกำลังกล้ามเนื้อ หากไม่ฝึก นักกิจกรรมบำบัดต้องช่วยด้วย
สำหรับ Finger Splint ไม่แนะนำให้ทำยาวตั้งแต่ PIP ถึง DIP เพราะจะทำให้ Sling Action ไม่ได้ทำงานและเน้นช่วยให้ Extensor Digitorum ทำงานหนักทั้งสองข้อต่อมากเกินไป แนะนำให้วางปลอกยางรัดบริเวณ Middle Phalange แทน แต่ต้องออกกำลัง Lumbrical & Gliding DIP to PIP ทั้งกลางวันและกลางคืน สังเกตได้จากการที่ MP Flexion แล้วทำให้ PIP ไม่ Flexion น้องต้องแก้ไขที่กล้ามเนื้อที่อ่อนแรงทั้ง FDS & FDP
การรักษาจะได้ผลหรือไม่ น้องต้องประเมินให้ชัดเจนทั้งกำลังกล้ามเนื้อและมุมข้อต่อที่มีปัญหาว่า ก่อนและหลังใส่ Splint และการจัดกิจกรรมบำบัดต่างๆ เปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่ หากไม่ดีขึ้น ก็ค่อยๆ วิเคราะห์ว่า กิจกรรมบำบัดส่วนใดที่ไม่เหมาะสมหรือต้องปรับใหม่
พี่ให้กำลังใจน้องให้ค่อยๆ ติดตามความก้าวหน้าและบอกผู้ป่วยว่า จะดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป อยู่ที่การฝึกที่บ้านด้วย มิใช่ใส่แค่ Splint คิดแบบองค์รวมในการใช้งานของมือไว้นะครับ
โชคดีครับ
อ.ป๊อป
ครับผม ขอบคุณอาจารย์ มากครับ ผมจะเอา ความรู้ ที่ได้ ไปใช้ครับ แล้วยังไง ผมจะมารายงานความก้าวหน้า ให้ ฟังน้า ครับบ
ขอบพระคุณครับบ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ป๊อบ
เรื่องการฝึก Hand function สำหรับ OT มี แบบประเมินความก้าวหน้าของการฝึกที่เป็นรูปแบบมาตรฐานไหมค่ะ
ถ้าจะวัดความก้าวหน้าของการฝึกและความสามารถในการใช้งานของมือ แบบที่สามารถเก็บข้อมูลอ้างอิงเพื่อเป็นตัวชี้วัดของหน่วยงานได้ ควรจะต้องวัดอะไรบ้างค่ะ
ถ้าอยากนำเรื่องของ hand function เข้ามาเป็นตัวชี้วัดของงานด้วย ควรจะต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างไรบ้างค่ะ
ขอรบกวนอาจารย์ป๊อบช่วยแนนำด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับคุณOT
การประเมิน Hand function สามารถประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยเครื่องมือหรือการตรวจ Manual Muscle Testing, การวัดมุมข้อต่อด้วยเครื่องมือหรือการตรวจด้วย Passive & Active ROM Testing, การตรวจระบบประสาทความรู้สึกด้วยเครื่องมือหรือการตรวจ sensory testing, และการตรวจการทำงานของมือจากการสังเกตรูปแบบการใช้งานของมือและบันทึกแยกเป็น yes/no
แบบประเมินมาตรฐาน ได้แก่ Jebsen Taylor Hand Function Test, Purdue Pegboard, Minnesota hand function test, และอื่นๆ ที่พิมพ์คำว่า Hand Function Test ผ่าน google ได้เลยครับ
การเก็บข้อมูลนิยมวัดก่อนและหลังการรักษาทางกิจกรรมบำบัดในทุกๆครั้ง หรือเว้นช่วงระหว่างครั้งที่ 3 และครั้งที่ 6 โดย plot graph ดูความก้าวหน้าของแต่ละรายผู้รับบริการแบบ Single Subject Study ครับ
ขอบคุณมากนะค่ะ อาจารย์ป๊อบ
สำหรับคำแนะนำ จะได้นำไปเก็บข้อมูลผู้ป่วยแล้วคาดว่าจะนำเป็นตัวชี้วัดอีกตัวของหน่วยงานด้วยค่ะ
ขอรบกวนอีกครั้งนะค่ะ ถ้าอยากเป็น specialist ด้าน hand ต้องเรียนต่อด้านไหนค่ะ
ในประเทศไทยมีรึเปล่าค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ขอบคุณครับคุณ OT
ในไทย เรายังไม่มีหลักสูตรเฉพาะทาง แต่ที่ต่างประเทศ ลองเข้าไปอ่านรายละเอียด Continuing Education ที่ http://www.htcc.org/about/index.cfm กับ http://www.ahta.com.au/Prof_Education.htm
แต่ถ้าเป็นหลักสูตรมหาวิทยาลัย พิมพ์ master degree in hand therapy ผ่าน google ได้เลยครับ แล้วลองอ่านดูแต่ละสถาบัน
โชคดีครับ
ปล. พี่กำลังคุยกับพี่นายที่ รพ. จุฬาฯ ว่า จะมีทางเป็นไปได้อย่างไรในการอบรมได้ประกาศนียบัตรทาง Hand therapy คืบหน้าอย่างไร จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบครับ
ขอบคุณมากค่ะ อาจารย์ป๊อบ
แล้วถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการอบรม ประกาศนียบัตรทาง Hand therapy เกิดขึ้นจริงๆ
จะรอฟังข่าวนะค่ะ