พี่น้องกัลยาณมิตรที่รักทุกท่านคะ  คงไม่มีใครปฏิเสธ ชอบชมธรรมชาติยามเช้า  โดยเฉพาะธรรมชาติ ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าช่างสวยมหัศจรรย์  งามในบางครั้ง  จนกระทั่งทำให้เกิดมีนักท่องเที่ยว  เที่ยวหาความสุขของเขานั้น คือการได้เฝ้าคอยและสัมผัส กับอรุณสวัสดิ์ของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล จากแสงที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

     มีไหมที่พี่น้องเราเคย ค่อยๆลืมตาขึ้น โดยเฉพาะวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ วันที่ได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่เร่งรีบตื่น ในการมีอิสระในการตื่นนอนอาจจะเช้าหรืออาจจะตื่นสาย  ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งออกจากที่นอนค่อยๆลืมตาขึ้นเพื่อ สัมผัสแรกของวันใหม่ที่ค่อยๆสาดทอแสงมาจุมพิตดวงตาทั้งสองข้างของผู้นิยมชมชื่นบางคน   แหมพูดเหมือนนักเขียนเลยคะ บางครั้งก็เห็นการสำแดงสีสันอันงดงามนวลนุ่มฉาบทาหมู่เมฆและมวลหมอก  บางท่านอาจหลงรักมวลหมู่เมฆเหมือนพี่น้องเรามีชมรมคนรักมวลเมฆ  แต่มวลหมู่เมฆจะสวยได้นั้น ต้องอาศัยแสงดวงอาทิตย์ ที่ได้เปล่งประกายเจิดจ้าขับไล่ความเยือกเย็นและมืดมน นนทกาล ที่กลืนกินความงามแห่งสีสันของโลกนี้มาตลอดชั่วรัตติกาล ในแต่ละค่ำคืน ชักจะเหมือนนักเขียนแล้ว

    เคยมีคนนั่งเชยชม  ตั้งแต่แรกโผล่พ้นขอบฟ้าจนเห็นดวงไฟสีชมพูเรื่อๆๆนั้น สุกแดงกลมโตเต็มวง ค่อยๆเรืองๆๆ  พร้อมๆๆกัน ก็บันดาลพลังใจและความหวังอันเรืองรองเกิดขึ้นมาใหม่  นี่คงเป็นวันใหม่แล้วซินะ เพื่อกระตุ้นการต่อสู้ชีวิตในวันใหม่ที่จะมาถึงเช่นกัน    

    อย่างไรก็ตาม ถึงใครๆๆจะชอบชมดวงอาทิตย์ยามอัสดง หรือขึ้นยามเช้า  ชอบจนไม่อยากให้สิ่งสวยงามเหล่านี้ ผ่านล่วงเลยหายไปก็ตาม  แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับความจริง ที่ดวงอาทิตย์ จำเป็นจะต้องผันแปรไปตามธรรมชาติของมัน  ภายใต้แห่งกฎธรรมชาติ ที่เราจะดึงรั้งมันไว้ได้  หรือไม่อยากให้มันสวยเหมือนเมื่อวานก็ไม่ได้  หรือให้สวยอย่างแจ่มชัด ในบางวันที่เมฆหมอกมาบัง หรือสภาพอากาศบางครั้งก็แปรปรวน เราก็รั้งมันไว้ไม่ได้ เหมือนอายุคนเรา ก็ต้องเพิ่มไปหน้า อายุมากขึ้น

     ดุจเดียวกัน ทำให้เราได้มองเป็นสัจธรรมว่า  เหมือนชีวิตคนเราที่ไม่มีความแน่นอน ในแต่ละวัน ก็มีเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพกาลในแต่ละวันเช่นเดียวกันคะ 

   แต่ถึงแม้ว่า บางวันกลีบเมฆจะบดบัง ดวงไฟที่ใหญ่ที่สุดของโลกไว้นานเพียงใด แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังคงหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ นั่นคือขึ้นทางทิศตะวันออก  และตกทางทิศตะวันตก นั่นคือการเลื่อนลอยไปอย่างสม่ำเสมอตามหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของมัน

     นั่นคือชีวิตของเรา ไม่ว่าดีหรือร้าย ก็ต้องดำเนินชีวิตไปตามแบบฉบับของตนเอง อย่างมีระเบียบวินัย ต่อการใช้ชีวิต ซื่อสัตย์ ต่อชีวิต ต่อการงงาน ต่อหน้าที่ ที่รับผิดชอบ

  

     แต่หารู้ไหมว่า ขณะนี้ โลกของเราร้อนขึ้นกว่าปกติ และร้อนทุกวัน จากดวงอาทิตย์ส่องแสง เป็นสัจธรรมอันครอบงำสรรพสิ่งทั้งหลายไว้ภายใต้กฎเดียวกัน นั่นคือ  กฎแห่งอนัตตา  นั่นคือ ความไม่เป็นของเราและบังคับให้เป็นดั่งใจเรามิได้  ภาพทั้งหมดนี้เป็นเพียงมายาแห่งการมา และการไปของแสงสีที่มากระทบตา  ซึ่งเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปเช่นกันกับสรรพสิ่งทั้งหลายมี เกิดขึ้นอยู่ดับไป เช่นกัน อายุมากขึ้น จะแก่ขึ้น แม้จะทำให้อ่อนกว่าวัย และในที่สุด ก็จากไป  ไม่มีใครจะอยู่ค้ำฟ้าได้

    บางครั้งเมื่อเราคิดเช่นนี้แล้ว จะมีคนถามตนเองไหม เราชอบดูดวงอาทิตย์ขึ้นและตกทำไม ถ้าเปรียบเหมือนสัจธรรม  กฎแห่งอนัตตา อย่าคิดมากนะคะ เปรียบเทียบ เปรียบเปรยให้อ่าน คือไม่อยากให้ใจล่องลอย ให้มีสติบ้าง ตระหนักบ้าง อย่ายึดติดกับสิ่งทั้งปวง รัก  โลภ  โกรธ หลง  บางคนอ่านไปแล้ว ผู้เขียน เขียนอะไร  ไม่ต้องสับสนหรอกคะ  ผู้เขียนเห็นอะไร ก็เป็นคนคิด เอามาเปรียบเทียบกับชีวิต  เพราะทุกอย่าง เป็นปรัชญาได้  อ่านไปอ่านมา อาจจะปลงซะแล้ว ก็ได้

 

     ที่เขียนขึ้นมานี้ ก็เพื่อเตือนสติตน อย่าได้ คลั่งไคล้ ใหลหลง กับ  ลาภ ยศ สรรเสริญ ให้มากนัก ให้รู้ตนเสมอ

    โลกร้อนขึ้น  แต่คนกลับร้อนกว่า ร้อนเพราะ ไฟราคะ  ไฟโทสะ  ไฟโมฆะ แต่ความร้อนของคน เมื่อเรารู้เท่าทันอนัตตาแล้ว เราก็สามารถ แก้ปัญหา หรือยับยั้งได้คะ เย็นลงได้ รู้จักข่ม ปรับปัญญา ความเข้าใจ ให้อภัย ไม่ใช้อารมณ์ ให้ใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์

 

        พี่น้องที่รักทั้งหลาย ง่วงนอนอีกแล้ว นอนดึกคะ ยังไม่ได้ตรวจทาน หรือแก้ไข พรุ่งนี้ค่อยพบกันใหม่นะคะ  นอนหลับฝันดี คะ ลาก่อนดวงอาทิตย์จ๋า

เก็บตะวันตกดิน ที่อำเภอกระนวน มาให้ชมคะ บริเวณสวนสาธารณะ สวยไหมคะ

         พี่น้องที่รักจ๋า ผู้เขียนได้กลับมาตรวจทานอีกครั้ง คำพูด อาจจะไม่สวยเหมือนนักเขียน แต่ก็พยายามเรียนรู้ และจินตนาการ เพื่อให้เกิด มิติ ที่อ่านแล้วได้คิด พร้อมภาพสวย มอบเป็น บันทึกที่ น่าคิด บันทึกหนึ่ง

       

   นี่ก็เก็บตะวันที่กระนวน มาให้ชมคะ

        และก่อนจะจบ จะให้ปรัชญาอีกอย่างหนึ่งว่า  กว่าคนเราจะได้สัมผัสแห่งความงามของแรกรุ่งอรุณในยามเช้านั้น  บางคนต้องนอนรอ ทั้งคืน ในความมืดอันยาวนาน

       เปรียบเช่น คนเรา กว่าจะประสบผลสำเร็จในชีวิต ก็ต้องใช้เวลา ต้องผ่านเวลาอันยาวนานเหมือนกัน และในเวลาที่ยาวนานนั้น เราจะต้องอดทน เพราะต้องผ่านความยากลำบากเช่นกัน