ความลับไม่มีในโลก
วันหนึ่งผู้เขียนก็มีความสุขกับการพูดคุยเรื่องเก่าๆกับลูกชาย อยู่ๆลูกก็บอกว่า จะเล่านิทานให้แม่ฟัง ตั้งท่าเล่าน่าสนุก ลองฟังนิทานเรื่องนี้กันนะคะ
นานมาแล้ว มีพระราชาองค์หนึ่ง ชอบเสวยรำข้าวมาก จึงให้มหาดเล็กคนสนิท ไปเอารำมาให้พระองค์เสวยทุกวัน แต่ด้วยความอายพระราชาจึงกำชับว่า ถ้าผู้ใดล่วงรู้ว่าพระองค์เสวยรำข้าวทุกวัน จะตัดหัวเจ้าเสีย
มหาดเล็กบังเกิดความอัดอั้นตันใจขึ้นมาทันที ทั้งที่ก็เคยปฏิบัติกิจพิเศษนี้มาทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยความสบายใจ เต็มใจ แต่แปลก พอรู้ว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับตน เป็นเรื่องสำคัญขึ้นมาทันที ที่เคยอดปากไว้ได้ ไม่เคยบอกใครเรื่องนี้มาก่อน ก็มีอันให้รู้สึกอยากตะโกน ป่าวร้องให้ทั่วพระนคร แต่โทษประหาร ก็ค้ำคออยู่
ที่สุดมหาดเล็กก็ทนต่อไปไม่ไหว จึงเข้าไปในป่า แล้วก็เข้าไปยืนใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง จากนั้นเมื่อแน่ใจว่า ไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นแน่นอน มหาดเล็กผู้มีหน้าที่หารำมาถวายพระราชา ก็เริ่มเล่าเรื่องที่อัดอั้นตันใจไว้ คงจะรำพึงรำพัน ถึงภารกิจที่ลับสุดยอดที่สุดในชีวิต อีกทั้งตราบเท่าทุกวันนี้ ตนเองยังเก็บความลับและปฏิบัติภารกิจนี้เรื่อยมา
ทุกวันเขาจะต้องหาเวลามาระบายความลับให้ต้นไม้ฟัง เพราะแน่ใจว่าต้นไม้นั้นต้องเก็บความลับได้แน่นอน แต่มหาดเล็กจะเข้าใจถูกต้องหรือไม่ ต้องลองฟังต่อไปนะคะ
เวลาผ่านไปเนินนาน ยังไม่มีผู้ใดจะล่วงรู้ว่า พระราชาของตนนั้น ชอบกินรำข้าวเป็นประจำ วันหนึ่งพระราชาก็มีพระประสงค์จะตัดไม้มาทำกลอง จึงรับสั่งให้ตัดต้นไม้ใหญ่ ต้นเดียวกับที่มหาดเล็กคนนั้น มาระบายความในใจเป็นประจำ และให้นำมาทำกลอง ไว้ตีให้ดังสนั่นเมือง
จะด้วยเพราะเหตุใดก็ตาม เมื่อช่างทำกลองเสร็จ จึงได้ตีกลองทดลองเสียงกลองนั้น
คุณพระช่วย! เมื่อเสียงกลองดังขึ้น กลองที่ทำด้วยไม้เนื้อดี มีเสียงกังวาลก้องไกล แต่เสียงที่ได้ยิน เป็นดังนี้
"พระยากินรำ
พระยากินรำ
พระยากินรำ
พระยากินรำ..........."
ประชาชนทั้งหลายได้ยินดังนั้น ก็พากันขบขันในเสียงกลอง และวิพากษ์วิจารณ์ ต่างๆนาๆ
แต่พระราชา กลับขำไม่ออก และทรงขัดเคืองพระราชหฤทัยยิ่งนัก และรู้ว่าบัดนี้ มหาดเล็กไม่ได้เก็บความลับของพระองค์ไว้ต่อไปแน่แล้ว แต่เหตุไฉนกลองจึงมาขยายความลับ และทำเสียงล้อเลียนพระองค์เช่นนั้นได้
คนเล่าเรื่องหยุดเรื่องไว้แค่นั้น ไม่ยอมเล่าต่อ ปล่อยให่ผู้เขียนคาดเดาเอาเอง ว่า มหาดเล็ก จะถูกประหารหรือไม่ แล้วท่านผู้อ่านล่ะคะ คิดว่าอย่างไร
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า ความลับเมื่อหลุดจากปาก ย่อมไม่เป็นความลับอีกต่อไป
เพราะความลับไม่มีในโลกค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายตอนดึกค่ะ และคิดไม่ออกว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร?
สวัสดีค่ะคุณคุณยาย (ยังสาว)
เป็นนิทานสนุกๆที่เขาให้เด็กๆอ่านกัน
แต่จับใจความได้แต่ว่า ความลับถ้าปล่อยออกจากปากเมื่อไร
ก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป
อย่าเชื่อใจแม้แต่กับต้นไม ใบหญ้า
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม
ขอบคุณนะคะคุณยาย(ยังสาว)
ขอบคุณแง่คิดดีๆ ค่ะพี่รุ่ง สุขสันต์วันข้าว วันชาวนา และวันสิ่งแวดล้อม นะคะ
สวัสดีค่ะคุณ poo
ท่องเว็บยามบ่าย
ตามคุณpoo ค่ะ
ทำให้ไม่รู้สึกเงียบเหงาเหมือนอยู่คนเดียว
ค่ะขอให้คุณปูมีความรักมากมาย ในทุกๆวันค่ะ
คิดถึงเสมอ
ความลับถ้าอยู่กับเรา ก็กลายเป็นความลับคับอก.....บางครั้งก็ต้องระบายบ้างค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปริมปราง
จริงด้วยค่ะ
ก็แปลกนะคะ
ถ้ายังไม่ได้ระบุว่าเป็นความลับ
ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไร
แต่เมื่อใดที่บอกว่า นี่ความลับนะ! ห้ามพูด
เป็นอันคับใจขึ้นมาทันที
ขอบคุณที่มาร่วมสดงความคิดเห็นค่ะ
สวัสดีครับคุณบุญรุ่ง
แวะมาเยี่ยมเยือน ครับ และจะพยายามไม่ให้มีความลับที่จะย้อนมาทำลายตัวเองได้ในการอ่านนิทานเรื่องนี้
สวัสดีค่ะคุณดร. ดิศกุล เกษมสวัสดิ์
ด้วยความคิดถึงเสมอค่ะ
พบกันครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ชลบุรี
และทราบข่าวการย้ายไปรับราชการแห่งใหม่ของอาจารย์
แต่ก็ยังแอบอ่านความเป็นไปที่บล็อก
เอ..ไม่ได้เป็นความลับนะคะนี่ บอกไปแล้วคงไม่อันตราย
คิดถึงนะคะ
สวัสดีค่ะ
ค่ะ ความลับไม่มีในโลก แต่พระราชาองค์นี้คงจะสุขภาพแข็งแรงมาก เพราะกินรำข้าวที่มีประโยชน์มากๆ นะคะ ขอบคุณมากนะคะ
ข้าวเหนียวดำ ชงชาดื่ม ได้น้ำสีม่วง เพื่อสุขภาพค่ะ
สวัสดีค่ะคุณกานดา น้ำมันมะพร้าว
นั่นแน่ ที่แท้ก็เป็นคนนำความลับของสิ่งดีๆมาเสนอเป็นประจำ
นำ้ข้าวเหนียวดำหรือคะ
ไม่เคยรับประทานเลย
ว่างจะเข้าไปศึกษาสูตรแปลกๆ ดีๆจาดบล็อกนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ