ในแต่ละวันที่ต้องพบปะกับผู้คน ต้องระวังความคิดของตัวเองเอาไว้ให้ดี

        เช้านี้   ผ่านด่านพญามารมาสองด่านครับ    มีต่อสู้กันเล็กน้อยกว่าจะผ่านมาได้

 

        ก่อนมาทำงาน ผมตั้งจิตกำหนดใจเอาไว้ให้ดีว่า  จะพยายามรักษาความนิ่งสงบของจิตใจเอาไว้  หลังจากที่ไปกล่อมเกลาจิตใจมาจากการปฏิบ้ติธรรม 4  วัน  กลับมาสงบจิตใจอยู่กับบ้านและครอบครัวอีก สามวัน   ก็ไม่มีเรื่องใดมากระทบจิตใจให้กระเทือนครับ

 

        เรียกว่า  7    วัน  ชาร์จแบ็ตมาเต็มที่  กะว่าจะนำมาสู้กับมารในใจ ที่มักจะเจอในที่ทำงาน

     

          พอมาถึงที่ทำงาน  เจอพญามารในใจอยู่สองตัวครับ

 

                    

     

          ตัวแรก   ต้องมารับฟังคำพูดที่ทำให้หงุดหงิดไม่พอใจ    ใจเริ่มกระเทือนนิดๆแล้วครับ    แต่ก็ใช้ไฟธรรมะที่ไปชาร์จแบ็ตมา    ปราบมารโทสะลงได้    จบไปหนึ่งด่าน  ต่อสู้กันเล็กน้อย

 

       มารตัวที่สอง   นัดประชุมคณะทำงาน ประมาณ 9 โมง  ผมก็ตั้งใจว่าจะให้งานออกมาแบบนี้   แต่ผู้เข้าประชุมท่านหนึ่งบอกไม่เห็นด้วย  ต้องทำแบบนี้  พอได้ยินอย่างนั้น   มารในตัวผมก็เริ่มออกมาอาละวาดครับ    แต่พอดี ไฟธรรมะที่ชาร์จมา ยังพอมีพลัง  มารโทสะที่ผุดขึ้นมา  ก็ถูกไฟธรรมะปราบลงได้ครับ

 

       ครับ  เมื่อเห็นตัวมาร  หรือ รู้ทันความคิด   ก็เหมือนกับเอาไฟธรรมะเข้าไปปราบมารครับ   เมื่อมารสงบ   จิตใจก็ไม่ขุ่นมัวครับ

 

       นึกถึงคำสอนของครูธรรมที่ว่า

 

      "กระทบ  รู้ทันกระเทือน  จึงไม่กระแทก"

 

      Be  aware  when  making  contact  with  the  world  that  you  cause  no bad  actions

 

      นี่แค่เรื่องเล็กๆ 2  เรื่อง   ใช้ไฟธรรมะไปมากครับ   ช่วงบ่ายมีนัดไปนิเทศอีกโรงเรียนหนึ่ง  คงจะต้องเตรียมไฟธรรมะมาช่วยปราบมารในใจ   เพื่อไม่ให้ใจขุ่นมัว   ไม่ทราบว่าจะเจอมารอีกกี่ตัว

 

      ผมว่าไฟธรรมะ  ใช้ไปไม่กี่วัน   ก็น่าจะหมดนะครับ  ทีนี้เมื่อไฟธรรมะหมดไป หรือ พลังอ่อน   เจ้ามารมันก็จะมาแผลงฤทธิ์  พาลจะแพ้มันได้ง่ายๆ   ความขุ่นมัวก็กลับมาเหมือนเดิมโดยไม่รู้ตัว

 

      คงต้องไปหาวิธีชาร์จแบ็ตอย่างไร ให้ไฟธรรมะมีเต็มๆ