การเตรียมความพร้อมวันเปิดเรียนแต่ละปีการศึกษา  ส่วนใหญ่จะนำนักเรียนไปเข้าค่ายคุณธรรม  แต่ที่โรงเรียนได้ปรับเปลี่ยนมา ๒ ปีการศึกษาแล้ว  ปีการศึกษาที่ผ่านมาภาคเรียนที่ ๑ จัดกิจกรรม Humanized Educare  ภาคเรียนที่ ๒ กิจกรรมความสัมพันธ์ครู นักเรียนและผู้ปกครอง 

        ปีการศึกษา ๒๕๕๓ นี้จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต  โดยให้นักเรียนเข้าเรียนรู้ตามฐานต่าง ๆ ได้แก่มารยาทไทย  มารยาทการรับประทานอาหาร  การดูแลเครื่องแต่งกาย การทำความสะอาดอาคารบ้านเรือน การทำความสะอาดภาชนะ  และการทำไม้กวาดก้านมะพร้าว  ในเวลา ๒ วัน 

         เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผู้อำนวยการโรงเรียนได้หารือเรื่องการรายงานกิจกรรมดังกล่าว  และได้สรุปว่าควรมีการถอดบทเรียนร่วมกันทั้งโรงเรียน  โดยฉันต้องนำน้อง ๆ และเพื่อนครูในโรงเรียนมาถอดบทเรียนรวมทั้งผู้อำนวยการนั่งฟังและร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย   มีตัวแทนนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มาร่วมถอดบทเรียนด้วย

         การถอดบทเรียนสรุปว่า  การจัดกิจกรรมครั้งนี้ล้มเหลวเนื่องจากทุกฐานมีปัญหาเหมือนกันคือ

๑.ไม่สามารถควบคุมนักเรียนกลุ่มที่ไม่ตั้งใจฝึกปฏิบัติ  เพราะนักเรียนคละชั้นคละกลุ่มกัน

๒.นักเรียนเตรียมวัสดุ อุปกรณ์มาไม่ครบ  เพราะการเตรียมงานระยะสั้นคือสั่งนักเรียนล่วงหน้าเพียง ๑ วันเท่านั้น 

๓. กิจกรรมบางอย่างเป็นเรื่องการเรียนรู้โดยกระบวนการสาธิต หรือการทดลองหาองค์ความรู้จากนักเรียน แต่ครูประจำฐานจัดกิจกรรมโดยใบงาน 

 ๔. นักเรียนมีความคิดเห็นเช่นเดียวกันดังเหตุผลข้อที่ ๑-๓  และต้องการจะให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเช่นนี้อีกครั้งหนึ่ง    

           ที่ประชุมมีมติให้จัดอีกครั้งหนึ่งเพียง ๓ กิจกรรมคือมารยาทไทย การประกอบอาหาร และการดูแลรักษาเครื่องแต่งกาย  โดยให้จัดวันละ ๑ กิจกรรมโดยเริ่มกิจกรรมมารยาทไทยในวันพุธที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ และถอดบทเรียนภายหลังสิ้นสุดกิจกรรม  จึงจะมีกำหนดนัดหมายกิจกรรมต่อไป  เพื่อนำปัญหาจากการถอดบทเรียนไปเป็นส่วนประกอบในการแก้ไขปรับปรุงกิจกรรมของตนเอง 

         เป้าหมายของผู้อำนวยการต้องการให้ครูทุกคนมีความสามารถเป็นกระบวนกร มีความเข้าใจความหมายและกระบวนการถอดบทเรียน  จึงถามครูแต่ละท่านอีกครั้งหนึ่ง  ทุกคนให้ความร่วมมือและพอมีความเข้าใจเกี่ยวกับการถอดบทเรียน  "โดยคำถามว่าเข้าใจหรือไม่"ซึ่งผู้อำนวยการได้นั่งสังเกตความเข้าใจของครูแต่ละท่านอย่างตั้งใจ  ซึ่งคราวต่อไปใครเป็นจ้าของกิจกรรมจะต้องมาทำหน้าที่เป็นกระบวนกรการถอดบทเรียนด้วยตนเอง

         น้องพนักงานราชการคนหนึ่ง นั่งอยู่ใกล้ ๆ ฉันแสดงความคิดเห็นไม่สอดคล้องกับประเด็นว่า "ผมไม่เห็นว่าจะได้ประโยชน์อะไร คราวที่แล้ว Humanized Educare ก็ทำกันหนหนึ่งก็ไม่เห็นจะนำมาพัฒนาตรงไหน"  เพราะคราวนั้นผลการถอดบทเรียนสรุปว่า "ทุกคนยังไม่เข้าใจการถอดบทเรียน  ทุกคนกลัวว่าตนเองทำงานบกพร่อง  แต่ละคนโยนความผิดมาให้ฉันทั้งหมดว่าพวกเขาไม่เข้าใจและไม่รู้เรื่อง  ซึ่งครั้งนั้นฉันยกมือไหว้ไปรอบ ๆ ห้องประชุมโดยขอแสดงตนรับผิดแต่เพียงผู้เดียว"

       ครั้งนี้..ฉันได้เรียนน้องพนักงานและที่ประชุมว่า "ครั้งนั้นก็เป็นเรื่องของครั้งนั้น ตอนนี้พวกเรายังไม่ได้ทำกิจกรรมอันนั้นอีก อย่างไรเราก็รับผิดในที่ประชุมไปแล้วไง  ถ้าจะให้พูดอีกก็ได้แต่จะได้อะไร  สำหรับครั้งนั้นเราได้ความรู้และประสบการณ์ถือเป็นบทเรียนยิ่งใหญ่เพียงคนเดียว คนอื่นไม่ได้ก็ไม่เป็นไรฉันหมดหน้าที่ไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

          ฉันตั้งใจอธิบายให้น้องพนักงานคนนี้ต่อไปว่า "สำหรับครั้งนี้ผู้อำนวยการบอกว่าให้เราช่วยฝึกให้พวกคุณถอดบทเรียน  เราก็พยายามทำได้แค่นี้  ถือว่าเป็นหน้าที่เราไม่คิดว่าใครจะเป็นน้ำชาครึ่งถ้วย เต็มถ้วยหรือล้นถ้วย แต่ตัวเรารับได้ พวกคุณเสนออะไรมาเราถือว่าเป็นความรู้ใหม่สำหรับเราเสมอ  เราขอขอบคุณทุกคน"  ผู้อำนวยการสรุปว่า "ผมสังเกตว่าคนที่มีความเข้าใจจะมีใบหน้ายิ้มแย้ม อิ่มเอิบ เบิกบานนะ"

        จบการประชุมเพื่อนครูบอกกับฉันว่า "สุดยอดเลยครูคิมสามารถตอบข้อขัดแย้งของน้องพนักงานได้อย่างยิ้มไปพูดไปอย่างใจเย็น ชื่นชมมาก ๆ ครูคิมทำได้ไงบอกหน่อยซิ"  กลับบ้านแล้วมีเพื่อนครูโทรศัพท์เข้ามาถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายบางคนก็บอกว่า "ดูเหมือนเขาตั้งใจมาตอกหน้าครูคิมนะ  ทำแบบนี้ได้ไงเด็กเมื่อวานซืนเอง"และ ฯลฯ ทำนองเดียวกันทั้งนั้น

        แสดงว่าฉันผ่านบททดสอบอารมณ์ได้ระดับหนึ่ง และเป็นที่ประทับใจคนรอบข้าง  เมื่อทบทวนดูฉันรู้ตัวตลอดเวลาที่ได้ชี้แจงบทตอกหน้าแต่หน้าฉันไม่หงายหลังเพราะฉันควบคุมอารมณ์ของตนเองได้เหมือนอัตโนมัติ  ขอกราบขอบพระคุณปรมาจารย์ ครูบาอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งตำราที่ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการอารมณ์ของตนเอง  ขอแสดงความกตัญุตาด้วยการหมั่นฝึกฝนให้ตนเองเป็นผู้มีสติและเป็นผู้ให้ตลอดกาล