ผู้เขียนขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ กรุณาอย่านึกว่าผู้เขียนอยู่ที่อุทัยธานีนะครับ ตอนนี้อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน  ไม่เข้าใจตัวเองครับช่วงนี้คนหน้าตาดีจะงานยุ่ง(ฮา) ไม่เชื่อถามคุณสามารถเจ้าพ่อมะนาวได้เลยครับ ฮ่าๆๆ ผู้เขียนเริ่มต้นการละลายพฤติกรรมด้วยปมมนุษย์ มีเภสัชกรเพิ่งย้ายมาใหม่เข้าไปรวมกลุ่มอยู่ด้วย หาทางไปไม่ถูก ฮ่าๆๆ

 

 

  ผู้เขียนให้ผู้ประกอบการร้านค้าเห็นปัญหาของกลุ่ม หลังจากนั้นก็ทำ world café ก็กำหนดหัวข้อให้ เช่นทำอย่างไรจะให้ของขายดี โอโหผู้ประกอบการเล่าออกมาแต่ละคนทึ่งมาก มีคนหนึ่งขายข้าวเหนียวมะม่วงได้วันละเกือบ 10 กะละมัง  ผู้ประกอบการหรือแม่ค้าอีกท่านหนึ่งขายไก่ได้วันละตกเกือบ 100 ตัว

 

แม่ค้าเก่งมากๆๆ

 เนื่องจากมีเวลาค่อนข้างจำกัด เลยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเขียนในกระดาษแผ่นที่ 1 ว่า ทำไมถึงขายของได้ดี กระดาษแผ่นที่ 2 เขียนว่า ปัญหาของตลาดคืออะไร ในแผ่นสุดท้ายถ้ารวมกลุ่มกันได้ อยากทำอะไรหรืออยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยอะไรบ้าง

ในภาพบางคนเขียนไม่ได้ต้องให้น้องเจ้าหน้าที่ช่วย

 น้องเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันรวมปัญหาได้ผลดังนี้ครับ

 

  ตอนทำกิจกรรมมีแม่ค้าหลายคนมีความตั้งใจสูง อยากทำงานเพื่อส่วนรวมแต่ด้วยข้อจำกัดคือต้องขายของให้หมดเพื่อเลี้ยงปากท้องของคนในครอบครัว  หลายคนบอกว่าที่มานี้เป็นส่วนน้อย หลายคนสะท้อนปัญหาของตลาดได้ดีเช่น ทางเดินไม่ดีมีฝาท่อชำรุดเคยมีคนตกไปแล้วเย็บถึง 8 เข็ม(น่ากลัวเนอะ) บางคนบอกว่ามีหนูตัวใหญ่กว่าแมว ผู้เขียนเลยบอกว่าแบบนี้ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด

  ในตอนท้ายพี่กรุณาจากศูนย์อนามัยที่ 8 มาสรุปให้ฟังว่า จะประเมินเรื่องใดบ้าง ซึ่งเป็นผลดีแก่ตลาดเอง ตอนสุดท้ายผู้ประกอบการร้านค้าหรือแม่ค้าได้ช่วยกันประเมินกิจกรรม แถมยังจะชวนผู้เขียนไปดูงานเรื่องตลาดที่จันทบุรี แต่ผู้เขียนไปไม่ได้เนื่องจากมีงานที่อยุธยา

  เลยแยกจากกันโดยการถ่ายรูปรวม  เนื่องจากสมาชิกทั้งหมดต้องออกเดินทางตอนเกือบเที่ยงคืน 

เจ้าหน้าที่ของอุทัยธานีและพี่จากศูนย์อนามัยที่ 8

   ผู้เขียนต้องขอบคุณพี่ณา พี่ม่วยและเจ้าหน้าที่ทุกๆๆท่านที่ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้ในบริบทของตลาดผู้ประกอบการ ขอบคุณผู้อ่านทุกๆๆท่านด้วยครับที่เข้ามาอ่าน  ลองไปอ่านบันทึกพี่ณาต่อในบันทึกนี้นะครับ เป็นเรื่องของตลาดเหมือนกัน เห็นหน้ายายในภาพแล้วอยากเหมาให้หมดร้านเลย…