มาผลิตน้ำมันไบโอดีเซลใช้เองกันเถอะ
พิมลศรี ทองอ่อน
จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายชัยมงคล ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548 ในการเรื่องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน โดยเฉพาะการใช้ไบโอดีเซล ที่ทรงดำรงให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการทั้งในระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์ ความว่า “ เราทำแล้วก็หมายความว่าเราไม่เดือดร้อน ถึงเวลาเราอายุร้อยสิบแปด ถ้าอย่างไรเราก็ใช้น้ำมันปาล์มของเราเอง คนอื่นอาจจะไม่ได้ คนอื่นอาจจะไม่มี แต่ว่าเรามี เพราะเราขวนขวายหาวิธีที่จะทำเชื้อเพลิงทดแทนได้ ถ้าไม่ได้ทำเชื้อเพลิงทดแทน เราก็เดือดร้อน แล้วก็เป็นห่วง แต่เราไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าคนอื่นเขาไม่ทำ เขาอาจจะไม่มีน้ำมันไบโอดีเซลใช้ แต่ว่าเรามี เราคือข้าพเจ้าทำเอง ”สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยพสกนิกร ในการเรื่องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน โดยเฉพาะการใช้ไบโอดีเซล
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติด้านพลังงานน้อย ขณะที่มีความต้องการพลังงานสูงขึ้นเรื่อยๆ พลังงานที่ใช้ในประเทศส่วนใหญ่จึงต้องพึ่งพิงการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ขาดความมั่นคงทางด้านพลังงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานเชื้อเพลิง น้ำมันดีเซลเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่สำคัญที่ใช้ในสาขาต่าง ๆ เช่น การคมนาคม การเกษตร อุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้า และอื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบัน อัตราการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศมีจำนวนสูงถึง 55 ล้านลิตรต่อวัน น้ำมันส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินตราต่างประเทศ เป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันซึ่งราคาน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มที่จะขยับตัวสูงขึ้นตลอดเวลา แนวทางในการเสาะหาแหล่งพลังงานที่จะมาทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม จึงมีความสำคัญและ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลจึงได้ประกาศให้มีการส่งเสริมพลังงานทดแทนเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกันดำเนินการผลักดันให้บรรลุตามเป้าหมาย (คณะกรรมาธิการการพลังงาน,2545 : อัดสำเนา)
ความพร้อมในการผลิตไบโอดีเซลใช้เองในประเทศไทยมีโอกาสเป็นไปได้สูง เพราะมีพืชน้ำมันจำนวนมาก ในแต่ละปีการบริโภคน้ำมันพืชประมาณ 18,000 ล้านลิตร ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันปาล์ม ถั่วเหลืองและรำข้าว ซึ่งล้วนสามารถนำมาเป็นไบโอดีเซลได้ ในขณะที่แต่ละปีต้องนำเข้าน้ำมันปิโตรเคมี ปีละกว่า 30,000 ล้านลิตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซล ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าหากสามารถนำเอาน้ำมันพืชที่เราบริโภคภายในประเทศมาทำไบโอดีเซลหลังจากปรุงอาหารแล้ว จะได้ ไบโอดีเซลที่นำมาใช้แทนน้ำมันดีเซลได้อย่างมหาศาล (น้ำมันพืชเก่า 1 ลิตรผลิตเป็นไบโอดีเซลได้ 0.8-0.9 ลิตร) นั่นเท่ากับสามารถประหยัดเงินที่ต้องสูญเสียไปกับการนำเข้าปิโตรเคมีอย่างมหาศาลเช่นเดียวกัน (คมสัน หุตะแพทย์และคณะ, 2550 : 6)
จากพระราชดำรัสและบทความข้างต้น ประกอบกับการรณรงค์และการให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของการใช้น้ำมันซ้ำในการประกอบอาหารเพราะน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ที่ใช้แล้วจากการประกอบอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพ เป็นที่รำคาญแก่ผู้คน สัตว์เลี้ยงต่างๆ เมื่อทิ้งอย่างไม่เป็นที่ทำให้เกิดมลพิษกับสภาพแวดล้อม และยังทำให้เกิดความเสียหายกับสุขภาพเมื่อนำน้ำมันที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ในการประกอบอาหารทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง
ข้าพเจ้าจึงได้เริ่มศึกษาค้นคว้าโดยการสอบถามผู้รู้จากแหล่งต่าง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรเพราะแต่ละคนจะไม่บอกความรู้และเคล็ดลับในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่ตัวเองมีอยู่ออกมาทั้งหมด ข้าพเจ้าจึงศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองโดยการค้นหาจากอินเตอร์เน็ตและนำมาทดลองทำแบบลองผิดลองถูกจนสำเร็จและส่งทดสอบคุณภาพน้ำมันกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ปรากฏผลการทดสอบ ดังนี้
ตารางแสดงผลการทดสอบคุณภาพน้ำมัน
|
ชื่อ/รหัสตัวอย่าง |
รายการทดสอบ |
ผลการทดสอบ (%) |
||||
|
Methyl |
Triglyceride |
Fatty acid |
1,3-Diglyceride & 1,2-Diglyceride |
Monoglyceride |
||
|
ไบโอดีเซล |
TLC-FID |
98.08 |
1.41 |
- |
0.23 |
0.28 |
ผลจากการทดสอบคุณภาพน้ำมันที่ออกมา ข้าพเจ้าได้ทดลองใช้กับรถยนต์ของตนเองในการเดินทางมาปฏิบัติราชการที่โรงเรียนซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักเป็นระยะทาง 25 กิโลเมตรทุกวัน เป็นเวลา 3 ปีแล้ว และมีความมั่นใจว่าน้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตขึ้นใช้เอง สามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์ดีเซลไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์ จึงเป็นที่รู้จักของชุมชนได้รับการติดต่อเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในการผลิตไบโอดีเซล ให้แก่นักศึกษาจากวิทยาลัยสารพัดช่างตรัง วิทยากรในกิจกรรมการเรียนรู้การใช้พลังงานทดแทน(ไบโอดีเซล) ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ข้าพเจ้าจึงเสนอผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาเมืองเพชรจัดทำหลักสูตรระยะสั้นเพื่ออบรมนักเรียนและผู้ที่สนใจ ในปีการศึกษา 2551 และได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่างๆ มาศึกษาดูงานเป็นประจำ
ขั้นตอนการทดลองผลิตไบโอดีเซล
1. เทน้ำมันใส่ลงในบีกเกอร์ จำนวน 400 ซีซี
2. เตรียมสาร KOH/NaOH จำนวน 1% กรัมของน้ำมัน ( 4 กรัม)
3. เตรียมแอลกฮอลล์ (เมทานอล/เอทานอล) จำนวน 25% ของน้ำมัน ( 100 ซีซี )
4. ผสมแอลกอฮอลล์ และ KOH หรือ NaOH คนจนละลาย
5. ต้มน้ำมันด้วยตะเกียงแอลกอฮอลล์ ให้มีอุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียส แล้วยกลง
6. เทน้ำมันใส่ขวด และสารละลายแอลกฮอลล์ กับ KOH หรือ NaOH ที่เราเตรียมไว้ลงไปแล้ว
เขย่าให้น้ำมันกับสารละลายทำปฏิกิริยากัน (ประมาณ 5 นาที)
7. ตั้งพักไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง เพื่อให้กรีเซอลีนตกตะกอนแยกตัวออกจากน้ำมัน
8. จากนั้น นำเอาชั้นเมทิลเอสเตอร์(น้ำมัน)ไปผ่านกระบวนการล้างด้วยน้ำโดยใช้น้ำจำนวน 2
เท่า ของน้ำมัน ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง
9. นำน้ำมันไบโอดีเซล (เมทิลเอสตอร์ ) ที่ผ่านกระบวนการล้างซึ่งแยกตัวลอยอยู่บนน้ำ มาต้ม
ไล่น้ำและความชื้นอีกครั้ง ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น จะได้น้ำมันไบโอดีเซลซึ่งสามารถนำไปใช้
ทดแทนน้ำมันดีเซลได้เป็นอย่างดี
ข้อดีของไบโอดีเซล
- ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกอันเนื่องมาจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
- สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้โดยไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์
- ลดมลพิษในอากาศ เนื่องจากแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และเข่า
- ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
ข้อด้อยของไบโอดีเซล
- ปล่อยแก๊สไนโตรเจนออกไซด์ สูงกว่าน้ำมันดีเซล
- ชิ้นส่วนจากยางธรรมชาติของปั้มน้ำมันจะเสื่อมคุณภาพเร็ว
- ค่าพลังงานความร้อนต่ำกว่าน้ำมันดีเซลประมาณ 10 %
โดยสรุปแล้ว การใช้น้ำมันไบโอดีเซลทดแทนน้ำมันดีเซลกับเครื่องยนต์ดีเซลสามารถใช้ได้ดี และราคาน้ำมันไบโอดีเซลถูกกว่าน้ำมันดีเซลประมาณครึ่งหนึ่ง จึงควรมีการสนับสนุนให้คนทั่วไปหันมาใช้พลังงานทดแทนน้ำมันไบโอดีเซลให้มากขึ้นและส่งเสริมให้ครัวเรือนหรือชุมชมมาผลิตไบโอดีเซลใช้เองเพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดมลภาวะ เพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว