เกี่ยวกับอาหารพื้นถิ่นของเมืองเวียงจันทน์จากบันทึกนี้ ทำให้มีผู้สงสัยและคาดเดาว่าคืออะไรกันแน่ ฉันจึงไปขอความกรุณาจากคุณบ่าวบ้านนอก ได้ให้ความอนุเคราะห์ทั้งคำอธิบายและภาพ
ต้นหน่อลัง หรือ ต้นกะเลา กะคือต้นเดียวกัน
บางคนทำมาทำไม้กลวดครับสำหรับต้นแก่ แต่ต้นออ่นหน่ะแกงอร่อยเหอะเลยทีเดียว
จะแกงไส่เห็ดแกงไส่ใบหญ้านาง
หรือ แกงไส่ปลาด้วย หรือ บางส่วนจะผสมกะต้นหวายด้วยก็ได้

ถ้าผสมหน่อหวายลงไปด้วย รถชาดจะออกหวาน
เพราะหน่อหวายจะมีรสหวานนิดหน่อยแบบบรรยายไม่ได้ว่า หวานแบบไหน
ก็ต้องบอกว่าหวานแบบหวาย ครับเมื่อแกงไส่หญ้านาง หรือ ยอดผักหวาน บวบ
และเห็ดก็จะให้รสชาดแซ๊ปขึ้นมากยิ่งขึ้น

บางครั้ง บางคนอาจจะนิยมไส่เนื้อปลา หรือ เนื้อหมูลงไปด้วย
เพราะขาดเนื้อสัตว์ไม่ได้
ก็ได้ความอร่อยอีกแบบครับ
พี่คิมขอ เห็นทีต้องจัดให้หล่ะครับ
เพราะผมว่าพี่คิมต้องอยากหาไปแกงลองดูเป็นแน่แท้เชียว
ผมคิดว่าทางเหนือน่าจะเยอะนะครับ เอ๊า ด้วยความยินดีครับ
ผมจัดให้เลย

ใบจะเป็นอย่างที่เห็นนะครับพี่คิม

พุ่มหรือกอ หรือ ต้นก็จะเป็นลักษณะนี้ครับผม

กิ่งก้านใบก็จะเขียวชะอุ่มดีแท้ครับ

บอกตามตรงเลยว่า หน้าฝนงามดีนักแล

แต่คนแก่ จะบอกว่าสีผม เป็นสีดอกเลา นะครับตามนี้เลยครับพี่คิม ผมว่าไม่ผิดเพี้ยนครับ เพราะแกงแล้วอร่อย อย่างที่เห็นในภาพเลยยยยยย






ลักษณะ เมื่อทำการปรุงรสเรียบร้อยแล้ว หน้าตาก็คงประมาณนี้หล่ะครับผมได้ถาม คุณยายผมแล้ว คุณยายบอกว่า ต้นกะเลา ต้นดอกเลา หรือ ต้นลังก็คือต้นเดียวกัน ยายผมย้ายมาจาก อ.ศรีโตรตพะตะบอง ปัจจุบันเป็น ส่วนหนึ่งของ นครเวียงจันทร์ เพราะเมื่อก่อน อุบลฯ เกิดแห้งแล้งหนัก เลยต้องอพยพไปหาแหล่งทำกินใหม่ ซึ่งได้ไปที่ อ.ศรีโครตพะตะบอง ซึ่งสถานที่ตรงนั้นอุดมสมบูรณ์มาก ยายบอกว่าปลูกกล้วย เคลือกล้วยยาวติดพื้นดินทุกต้น และพวกลูกน้ำเต้าจะผลใหญ่จนต้องช่วยกันยก สองคน แต่พอเกิดสงครามโลกครั้งที่สองคุณยาย คุณตา ลุง ป้า ซึ่งยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ได้ย้ายกลับมาที่จังหวัดอุบลฯ เหมือนเดิม
ขออภัยที่เล่ายาวไปหน่อยครับ มีข้อมูลพอแจ้งให้ทาง ครูคิ้ม ทราบดังนี้แหละครับผม