จากการวิจัยของ เดวิด แมคคาเลน แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า ผู้ที่มีประวัติการเรียนที่ดีเด่น ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ชี้วัดว่า บุคคลคนนั้นจะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานเสมอไป แต่ต้องประกอบด้วยคุณลักษณะอื่นๆด้วย เช่น ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การสื่อสาร และการมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น เป็นต้น

        ตอนที่ 3 นี้ผู้เขียนขอสรุปเอาความรู้ที่ได้รับมาแบ่งปันกับกัลยาณมิตรใน G2K จากการไปเป็นนักเรียน นบส.ที่ผ่านมา  ซึ่งคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่านได้บ้าง  และอาจเป็นการต่อยอดความรู้ออกไปได้อีกมาก

       ก่อนที่จะเรียน ขั้นตอนการแปลงกลยุทธ์สู่แผนงาน/โครงการ ตามที่ ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 10 ท่านได้วางเป้าหมายไว้ในการไปเรียนในครั้งนี้   ท่านวิทยากรท่านมีความคิดว่า  อันดับแรกต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน  เราพร้อมที่จะเป็นผู้บริหารที่ดีหรือยัง  ลองอ่านตามที่ผู้เขียนพยายามรวบรวมให้เข้าใจง่ายๆกับ สไลด์การสอนของ อจ.นพ.วีระ  อิงคภาสกร  ซึ่งท่านเป็นวิทยากรที่เก่งมาก  ที่สามารถอธิบายเรื่องยากๆให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ  จึงไม่แปลกเลยที่แม้จะเกษียณอายุราชการไปนานแล้ว  แต่ยังได้รับการเชิญให้เป็นวิทยากรของวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุขอย่างเสมอมา  และยังได้รับการทาบทามให้เป็นผู้อำนวยการ รพ.บางประกอก 1 ด้วย

      แล้วผู้บริหารที่พึงประสงค์นั้นควรเป็นอย่างไร ??

ภาพเปรียบเทียบรถยนต์กับองค์กร

 

   อาจารย์ถามว่าถ้าเราเป็นคนขับรถ  รถดังภาพข้างล่างนี้ เราจะกล้าขับไหม ??

รถที่ล้อกำลังจะหลุด

รถที่ high technology  ซะเหลือเกิน

หรือรถที่หรูหรา ใหญ่โต

และคงต้องใช้ความสามารถพิเศษในการขับ 

       ผู้เขียนคิดว่าคำตอบคงมีในใจของท่านผู้อ่านแต่ละคน   แต่ถ้าจำเป็นต้องขับ   สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้ามามีบทบาท คือ ทักษะ  ความรู้ ความสามารถ ที่จำเป็นในการที่จะขับรถออกไปให้ได้และปลอดภัย  

        ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในภาษานักบริหาร เรียกว่า Competency  เป็นทั้งคุณลักษณะ  ทัศนคติ ละพฤติกรรมที่จำเป็นต้องมี  เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล  และบรรลุตามเป้าหมายขององค์กร 

          อาจารย์ท่านบอกว่า คุณลักษณะที่ว่าข้างต้นนั้นมันเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ใช่ว่าจะพบได้ในทุกๆคน   และจากการวิจัยของ เดวิด แมคคาเลน แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  พบว่า  ผู้ที่มีประวัติการเรียนที่ดีเด่น ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ชี้วัดว่า บุคคลคนนั้นจะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานเสมอไป  แต่ต้องประกอบด้วยคุณลักษณะอื่นๆด้วย  เช่น ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น  การสื่อสาร และการมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น  เป็นต้น  

         ทักษะที่จำเป็นของผู้บริหาร 

        หลังจากรู้เราแล้วว่าควรทำตัวอย่างไร   ต่อไปก็จำเป็นต้องรู้ว่าการจะทำงานให้สำเร็จทำอย่างไร 

การบริหารแบบมุ่งผลสำฤทธิ์  

( Results Based Management )

         คือ การบริหารงานโดยมุ่งที่ผลผลิตและผลลัพธ์เป็นหลัก  เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์  เป้าหมายขององค์กร  โดยมีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม

ผลสัมฤทธิ์ ( Results) = ผลผลิต(Out put) + 

                                     ผลลัพธ์(Outcomes) 

        และสิ่งที่จะวัดว่า เราทำงานบรรลุเป้าหมาย หรือไม่  ??  ก็คือให้ดูที่ KPI  คือ ตัวชี้วัดความสำเร็จ

ซึ่งตัวชี้วัดที่ดี  ต้องประกอบด้วย

1.  สอดคล้องกับ VISION, MISSION, STRATEGY.

2.  สิ่งที่มีความสำคัญเท่านั้น  PERFORMANCE INDICATOR DANGER     INDICATOR

3.  ครอบคลุมหลายด้าน

4. ตัวชี้วัดที่เป็นเหตุ ( LEAD INDICATOR) และผล ( LAG INDICATOR)

5.  ต้องมีบุคคลหรือหน่วยงานรับผิดชอบ

6.  ตัวชี้วัดที่องค์กรสามารถควบคุมได้

7.  สามารถวัดได้ และเป็นที่เข้าใจของบุคคลทั่วไป

8.  ผู้บริหาร และพนักงานสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงได้

9. ต้องไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในองค์กร

       อาจารย์ยังสอนว่า  ขั้นตอนในการสร้างตัวชี้วัดที่ดีนั้นควรทำอย่างไร

        ท่านผู้อ่านได้อ่านแล้วรู้สึกเหมือนผู้เขียนไหมคะ ? ว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยในการที่จะพัฒนาตัวเองให้พร้อม  ที่จะลุยงานที่รับผิดชอบให้ฉลุยตามต้องการ   แต่...เวลาลงมือทำงานจริงๆแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้   ปัญหาคงตามมามาก  แต่ยังไงก็ สู้ๆๆ นะคะ  เพราะปัญหาเขาบอกว่ามีเอาไว้ให้แก้

“ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน”

ขอบคุณค่ะ