สำหรับโรงพยาบาล สอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่แม่ต้อยวางแผนการเยี่ยมในโครงการ SHA ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่ก็เลื่อนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคมที่ผ่านมานี่เองแม่ต้อยจึงได้ฤกษ์งามยามดีอีกครั้งในการเดินทางไปที่อำเภอสอง อันเป็นต้นกำเนิดของ วรรณคดีอันเลื่องลือชื่อ “ ลิลิตพระลอ” นั่นเอง
น้อง ตี้ และน้องแต้ก มาคอยรับที่สนามบินเชียงใหม่ ด้วยชุดประจำท้องถิ่นอันสวยงาม และมีการตระเตรียมเสบียงกรังในการเดินทางจากเชียงใหม่ไป แพร่อย่างครบเครื่อง มีทั้ง ของขบเคี้ยวสำหรับผู้มีอาการเมารถ หรือ เวียนศรีษะ แบบแม่ต้อยไว้อย่าง เรียบร้อย เช่น มะดันเปรี้ยว น้ำมะขามป้อม เป็นต้น ( แม่ต้อย ไม่เคยเมารถคะ .. แต่จะมีอาการบ้านหมุน โดยไม่จำเป็นต้องนั่งรถ ) แต่ความมีน้ำใจของน้องๆ ทำให้แม่ต้อยตื้นตันใจ เสียจริงๆ
น้องตี้ ผู้มีอารมณ์ดี จะจอดแวะเพื่อให้แม่ต้อยและน้องพอลล่า ซื้อของที่ระลึก หรือขนม ตลอดทาง เธอบอกว่า
“ แม่ต้อย ทำโครงการ SHA นี่ต้องมีเพิ่มอีก 1 S นะคะ..”
เมื่อเห็นแม่ต้อยทำหน้าตาเหรอหรา น้องตี้ ก็บอกว่า
“ ก็ S shopping ไงคะ..” ฮ่า ฮ่า เข้าทีดีคะ .
.
เส้นทางที่คดเคี้ยวไปมาบนไหล่เขา ทำให้การเดินทาง ต้องใช้ความระมัดระวัง รวมทั้งในเวลาเย็นย่ำ เราถึงในอำเภอเมืองแพร่เวลาทุ่มกว่าๆ เพื่อ รับประทานอาหาร อันแสนอร่อย( ที่แม่ต้อยไม่ได้ กินมานาน แสนนาน เช่นกัน เช่น ลาบปลาเพี้ย หลามบอน แกงส้มคูณ น้ำพริกอ่อง .. ลำแต้ๆ เจ้า )
เรื่องราวอันไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเราจะเข้าพักที่โรงแรม ขณะที่กำลัง ยกกระเป๋าลงจากรถตู้ เพื่อขนขึ้นไปห้องพักนั้น
น้องตี้ อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า
“ สงสัยกระเป๋า อีกใบอยู่ที่สนามบินเสียละมัง?..
ในตอนนั้น แม่ต้อย พูดว่า “ ไม่เป็นไรคะ เดี๋ยวไปหาชุดใหม่ได้..”
แต่ ราวกับโลกหยุดหมุน ปรากฏว่า กระเป๋าใบสวยของแม่ต้อย ไม่มีจริงๆ น่าจะค้างที่สนามบิน!!!!
หลังจากโทรศัพท์ ตรวจสอบ กันหลายทางแล้วจึงทราบแน่ชัดว่า กระเป๋าถูกวางไว้ที่หน้าสนามบินนั่นแหละคะ เพราะไม่ได้ ขนขึ้นรถแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่การท่าจึงนำไปเก็บรักษาไว้ให้
คืนนั้น แม่ต้อยจึงต้องไปซื้อชุดนอนใหม่ ส่วนชุดทำงาน นั้นได้รับอภินันทนาการจากโรงพยาบาลสอง ให้ยืมใส่คะ เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนุก และน่าจดจำดีคะ ได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหา ในยามฉุกเฉินด้วยคะ
รุ่งเช้า ก่อนเข้าเยี่ยมรพ.สอง แม่ต้อยจึงตื่นแต่เช้าเพื่อแวะนมัสการพระธาตุช่อแฮ อันศักดิ์สิทธ์ ของจังหวัดแพร่เสียก่อนคะ เพื่อรับโชคและสเดาะห์เคราะห์ ฮ่าๆๆ

เมื่อไปถึงที่รพ. ทีมงานได้รอพวกเราแล้วอย่างอบอุ่น รพ.สองเป็นรพ.ที่เล็กกะทัดรัด มีทีมงานที่ขยันขันแข็ง แม้ว่าจะอยู่ห่างไกล แต่มีความพยายามในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าแปลกใจที่ จะเห็นตู้โชว์รางวัลประเภทต่างๆที่ได้รับมากมาย
คนไข้ที่แผนกผู้ป่วยนอกมีมากมาย ทั้งเช้าและบ่าย น้องๆ ที่ตรวจคนไข้ คงต้องทำงานหนักตลอดเวลา ทักษะการประเมินคนไข้ อย่างรวดเร็ว เพื่อการวินิจฉัย หรือการส่งต่อหากเกินขีดความสามารถ จึงเป็นสิ่งที่ทีมให้ความสำคัญเสมอ
คุณหมอเพียงคนเดียวที่ประจำที่ แผนกผู้ป่วยนอกและฉุกเฉินให้ความสำคัญกับการบันทึกเวชระเบียนอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อการรักษาที่ดีที่สุดและการสื่อสารระหว่างทีม
“ หากเรา สามารถ บันทึกข้อมูลของผู้ป่วยไว้ได้ครบ ก็จะเป็นผลดีในการรักษาคนไข้ครับ”
นี่เป็นมิติความละเอียดอ่อนที่ส่งผลถึงวิธีคิด และการปฏิบัติต่อผู้ป่วย
ด้วย บริบทของพื้นที่ ที่อยู่ห่างไกล ความภาคภูมิใจของทีมงานคือ การจัดรถบริการรับผู้ป่วยถึงบ้านในระยะทาง ๓๐ กม. เพื่ออำนวยความสะดวกและเพื่อช่วยเหลือคนไข้ได้ทันท่วงที
และแน่นอน การจัดทีม EMS นี้ เจ้าหน้าที่ต้องฝึกปรือความสามารถ และทักษะที่สำคัญในการช่วยชีวิตยามฉุกเฉินได้ รวมทั้งการตัดสินใจบนพื้นฐานความรู้ทางวิชาชีพอย่างดีที่สุด
โรคที่สำคัญ ทางรพ.ได้จัดให้มี ผู้จัดการดูแล ที่เรียกว่า Project manager เพื่อ เชื่อมระหว่างการดูแลในรพ.และชุมชน รวมทั้งรวบรวมขั้นตอนที่ยังบกพร่องและผลลัพธ์ที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
แม่ต้อยได้ลงไปเยี่ยมชุมชน ซึ่งทางรพ.ได้ใช้แนวคิดของ Out Come mapping โดยการคืนปัญหาสุขภาพจากการออกตรวจร่างกายให้ ภาคีหุ้นส่วนได้รับทราบและร่วมกันกำหนดแนวคิด รวมทั้งกิจกรรม

ในวันนั้น เราจึงได้พบทั้ง ชมรมผู้สูงอายุ ที่ยังมีศักยภาพและความคิดที่เฉียบแหลม เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นข้าราชการที่เพิ่งเกษียณจากราชการ ได้พบ เยาวชน ที่รวมตัวกันมาเรียนรู้ วัฒนธรรม จากพ่ออุ้ย แม่ใหญ่ของเขา
รวมทั้งภาคีหุ้นส่วนอื่นๆที่สำคัญ จากองค์กรส่วนท้องถิ่น


แม่ต้อยได้เห็นและตระหนักด้วยตนเองว่า หากประชาชน มีความเข้มแข็ง และมีส่วนกำหนดกิจกรรมที่ เขาเห็นว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตแล้ว งานในชุมชนที่เคยเป็นภาระขององค์กรต่างจะลดลงไปมากมาย
อย่าง เช่นที่ในชุมชนนี้ ทางชุมชนได้เห็นความสำคัญของการนำขยะจากครัวเรือน มาทำประโยชน์ใหม่ รวมทั้งการให้ความรู้ในการจัดการขยะประเภทต่างๆ ที่อาจจะก่อให้เกิด ความเสี่ยง หรือภาวะที่สร้างมลพิษ
การกำหนดนโยบาย นี้ของชุมชน จึงทำให้การจัดเก็บขยะในหมู่บ้าน ซึ่งเดิมเป็นหน้าที่ของเทศบาลตำบล กลายเป็นหน้าที่ของทุกคนในชุมชน และยังก่อให้เกิดรายได้ จากการขายขยะ นี้นำมาใช้ประโยชน์ ในการพัฒนาด้านอื่นๆได้ด้วย
ทางรพ.สองได้จัดวงเสวนาเล็กๆบริเวณ ศาลาวัด ให้ชาวบ้าน ท้องถิ่น และแขก เช่นแม่ต้อย ได้มานั่งคุยกันแบบสบายๆ

คุยแบบสบายๆแบบนี้แหละ ที่แม่ต้อยว่าเราได้เรียนรู้วิธีคิด และความต้องการของชุมชนได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว
ในช่วงกลางวัน เราได้มีโอกาสนั่งทานอาหารกลางวันแบบชาวบ้าน เป็นรอบที่๒ แต่คราวนี้ เป็นแบบขันโตกดั้งเดิม บรรดา พ่ออุ้ย แม่อุ้ย นั่งล้อมวง เล่นสะล้อ ซอ ซึง อย่างมีความสุข แม่ต้อย จึงมีโอกาสรับฟังเพลงพื้นบ้านดั้งเดิม แบบชาวเหนือ ที่ไม่ได้มีโอกาส ดีดี แบบนี้มานานแล้ว...
ท่านผอ. รพ.สอง ได้ร่วมวงสนทนาด้วย อย่างเป็นกันเอง และในช่วงอาหารกลางวันแบบทางเหนือๆ นี่แหละ ที่แม่ต้อยเผลอไผล ทานข้าวเหนียวจนเพลิน ( อิ อิ ) ลำแต้ๆเจ้า...
ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการปลูกผักปลอดสารเคมี เพื่อใช้กินเอง และจำหน่ายให้เพื่อนบ้าน รวมทั้งช่วยกันอนุรักษ์ ผักพื้นบ้านที่หายาก ที่เราไม่ค่อยจะได้พบมากนักไว้ด้วย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนน้องต้องเตือนแม่ต้อยว่า จวนจะหมดเวลาแล้ว เพราะว่าต้องนั่งรถ เพื่อไปขึ้นเครื่องบินที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง
และเพื่อไปรับกระเป๋าเดินทางของแม่ต้อย ที่ไม่มีวาสนามาเที่ยว เมืองผู้หญิงสวย เช่น พระเพื่อน พระแพง ในคราวนี้
แม่ต้อย แน่ใจว่า ทีมงาน และทีมนำของโรงพยาบาลสองแห่งนี้ คงจะมีธงการทำงานให้ดีขึ้น และดีขึ้นอย่างต่อ เนื่อง
และมีชื่อเสียงสำหรับชาวอำเภอสอง ไม่น้อยไปกว่า ความภาคภูมิใจ ใน บทประพันธ์ เรื่องลิลิต พระลอ เรื่องราวของเมืองสรอง ในอดีต ซึงนับว่าเป็นลิลิต ที่มีความเป็นสุดยอด ไพเราะ งดงาม และเต็มไปด้วยสุนทรียศาสตร์ ที่เราจำได้ไม่มีวันลืมนี้
เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับไหลลืมตื่น ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ

และ แม่ต้อยจะขอเอาใจช่วยตลอดไปคะ
สวัสดีคะ
เมื่อ อา. 09 พฤษภาคม 2553 @ 21:09
สวัสดีคะ
สุดยอดจริงๆค่ะโรงพยาบาลสอง พี่ตี้น่ารักค่ะวิ่งมาทักกุ้งตอนอยู่ที่งาน HA Forum ครั้งล่าสุดเเล้วก็เห็นไปเกาะขอบเวทีเชียร์เเม่ต้อย คุณหนาน คุณเอก เรื่องกระเป๋าที่ลืมไว้เเม่ต้อยได้คืนอย่างไรคะ อ้าว! พอลล่าก็ไปด้วยเนาะ เออ ใช่ค่ะพอลล่าเล่าให้ฟังอยู่ค่ะว่าไปโรงพยาบาลสองกับเเม่ต้อย กุ้งพึ่งเเยกกันกับพอลล่าที่ท่าเสด็จ หนองคายเมื่อตอน 5 โมงเย็นนี้เองค่ะ ไปร่วมงาน จิตอาสา go to know เพื่อผู้ป่วยโรคไต ที่นั่นคนไข้โรคไตเขารวมตัวกันได้ดีทีเดียวค่ะ ทีมงานโรงพยาบาลหนองคายเข้มเเข็งค่ะ ไปกันหลายคนนะคะ วันนี้กุ้งไม่มีเเรง update บรรยากาศคิดว่าคงทยอยกันบันทึกค่ะ วันนี้หมดเเรงเเล้วกุ้งพึ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ ก็ประทับใจมากๆค่ะ สำหรับกิจกกรรมในครั้งนี้ คิดถึงเเม่ต้อยเช่นกันนะคะ
เมื่อ อา. 09 พฤษภาคม 2553 @ 21:18
สวัสดีคะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาชมกิจกรรมดีๆค่ะ รู้สึกชื่นชมแม่ต้อย ทีมเยี่ยมและทีมต้อนรับค่ะ เห็นกิจกรรมดีๆก็รู้สึกประทับใจค่ะ มีแรงใจที่จะพัฒนางานค่ะ
ขอบคุณค่ะ
5.
ตามมาอ่านครับ ทีแรกคิดว่า เลย ที่ไหนได้ลำปาง ดูแล้วเจ้าหน้าที่มีความสุขดีนะครับ
เมื่อ จ. 10 พฤษภาคม 2553 @ 15:54
สวัสดีขอรับป้าต้อย
พรพ สรพ ได้ทำประโยชน์แก่บ้านเมืองอย่างชนิดที่สามารถตายตาหลับได้ทีเดียว
ทุกโรงพยาบาลดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้จะเป็นก้าวที่ยากลำบาก
ความหลากหลายของคนที่ทำให้มีความเห็นต่างๆ ทั้งบวกและลบต่อ สรพ ก็เป็นสิ่งปกติ เป็นโลกธรรม
แต่สิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับก็คือ โรงพยาบาลต่างๆ ดีขึ้นจริงๆ
และเราชินต่อคำศัพท์ใหม่ๆ ตัวย่อใหม่ๆ ทำให้เวลาอ่านวารสาร (journal) ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีตัวย่อมากมาย ได้อย่างไม่หงุดหงิด ก็เพราะ พรพ+สรพ ช่วยทำให้ชิน
PID, PIDST เป็นเรื่องคนละเรื่อง
CVD, CVD เป็นคนละกลุ่มโรคแม้จะมีความสัมพันธ์กันบ้าง เวลาอ่านหนังสือจึงเข้าใจผิดง่าย
เป็น LASA ยิ่งกว่าเรื่องยา สรพ อาจจะต้องมองในเวชระเบียนบ้าง
อิอิ ข้าพเจ้าคงจะมีอายุมากขึ้นขอรับ จึงมีวาระบ่น
คอยได้พบพี่ต้อยที่พุทธชินราชนะครับ
เมื่อ อ. 18 พฤษภาคม 2553 @ 15:35
สวัสดีคะ