มีหลายแบบ หลายสไตล์ให้พบเห็นทั้งมีญาติ ไม่มีญาติ ญาติสนใจมากพูดเองหมด ผู้ป่วยไม่ต้อง ญาติไม่เหลี่ยวแล ทุกอย่างเป็นบทเรียนการดูแลผู้ติดเชื้อที่ได้รับทั้งสิ้น

ผู้ป่วยชายวัย 60 ปี เป็นผู้ป่วยที่ส่งมาจากร.พ.จังหวัด เพราะมีสิทธิการรักษาที่  ร.พ.บ้านโพธิ์ ผู้ป่วยยังไม่มีอาการใด ๆ (CD4 209)รู้ว่าติดเชื้อเอชไอวีหลังจากไปบริจาคเลือดและมีจดหมายแจ้งไปที่บ้านว่าผลเลือดผิดปกติ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.53 ผู้ป่วยมาพร้อมลูกสาวและเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนกินยา และตัดสินใจเริ่มยาต้านไวรัส

 5 พ.ค.53 เยี่ยมบ้านเพื่อติดตามอาการ ผู้ป่วยเล่าประวัติครอบครัวและสาเหตุการติดเชื้อให้ฟังอย่างละเอียด ว่าเมื่อก่อนนี้ทำกิจการเลี้ยงกุ้งและรับจ้างจับกุ้ง รายได้ดี เที่ยวหญิงบริการบ่อยประกอบกับภรรยามีสามีใหม่ จึงเลิกกัน ทำให้เที่ยวหญิงบริการเป็นประจำ มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ป้องกัน และมีหญิงบริการที่ผู้ป่วยไปใช้บริการเสียชีวิตไป ก็กลัว ๆ อยู่ว่าจะรับเชื้อมา แต่ก็ไม่มีอาการอะไร คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ตอนนี้ก็รับได้ ไม่เครียด มีลูกสาวรู้ว่าผู้ป่วยติดเชื้อและคอยดูแล

จุดแข็งของcase คือด้านร่างกายไม่มีอาการใด ๆด้านจิตใจผู้ป่วยยอมรับ และเข้าใจ ไม่เครียด  มีญาติsupport   ครอบครัวดูแล ให้กำลังใจในการกินยา

ข้อควรระวัง เรื่องการดูแลสุขภาพและการกินยาต่อเนื่อง ระยะยาว ผู้ป่วยอาจคิดว่าตนเองไม่เป็นอะไร ไม่มีอาการอะไรหรือได้รับside effectของยาต้านไวรัส อาจหยุดยา ดังนั้นจึงต้องพูดคุยกับผู้ป่วยและญาติ สร้างความเข้าใจและให้ทราบถึงความจำเป็นที่ต้องกินยาไปตลอดชีวิต และให้ข้อมูลเรื่องการเปลี่ยนยากรณีแพ้ยา หรือมีside effect เกิดขึ้น

 ผู้ป่วยที่เข้ามารักษามีหลายแบบ หลายสไตล์ให้พบเห็นทั้งมีญาติ ไม่มีญาติ ญาติสนใจมากพูดเองหมด ผู้ป่วยไม่ต้อง ญาติไม่เหลี่ยวแล ทุกอย่างเป็นบทเรียนการดูแลผู้ติดเชื้อที่ได้รับทั้งสิ้น ที่สำคัญคือดึงจุดแข็งของผู้ป่วยและใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ลดจุดอ่อนและไม่ให้เกิดปัญหาที่ป้องกันได้

ขอให้คุณลุงโชคดีกินยาได้ตรงเวลา ต่อเนื่อง และไม่มีอาการแพ้นะคะ