เครียดกันมาหลายวันในช่วงที่พ่อไม่ค่อยสบาย อากาศร้อนมาก ๆ พ่อจะเหนื่อย อ่อนเพลียมากกว่าเดิม ลุ้นให้พ่อดื่มน้ำมากขึ้น ให้ทานอาหารมากขึ้น ลดเค็มลง เลยต้องทำอาหารเองทุกเช้า เพื่อนำไปส่งพ่อ เตรียมอาหารให้ลูกสาวที่ปิดเทอม 

         วันนี้รอผล admission ลุ้นกันมากๆ คนสอบเองบอกไม่ตื้นเต้น  สงบนิ่งมาก คนเป็นแม่ปวดศรีษะรอ คุณตาร้องไห้หลายรอบแล้วไม่อยากให้หลานไปเรียนที่กรุงเทพ ฯ

         สังเกตดูท่าทางลูกสาวน้องแตมคงอยากจะไปลองใช้ชีวิตที่กรุงเทพ ทดลองห่างพ่อกับแม่ดู เพราะว่าน้องแตมเลือกเรียนอันดับสองและสี่ที่มหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ อันดับหนึ่งและสามเลือกที่มหาวิทยลัยขอนแก่น แต่ในส่วนลึก ๆ ยังไม่อยากจากพ่อกับแม่ ไปอยู่หอพัก

         เดินไปบ้านพ่อ แจ้งผลการสอบ คุณตาดีใจมาก ๆ ร้องไห้ บอกว่าอยากให้หลานเรียนที่ขอนแก่น อยากให้อยู่ใกล้ ๆ คุณตาที่อายุมากแล้ว ดูท่าทางคุณตามีความสุขมากๆ คืนนี้คุณตาคงจะสบายใจขึ้น หลานสาวไม่ต้องไปเรียนที่กรุงเทพแล้ว 

         ต่อไปอีก 4 ปี ที่บ้านเราก็จะมีนักกายภาพบำบัด ที่จบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกับแม่ มข. มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพิ่มมาอีก  1 คน

         วางแผนอนาคตถ้าเรียนจบมา ที่บ้านจะเปิดคลีนิคกายภาพบำบัดได้อย่างสบาย เพราะเรามีนักกายภาพบำบัดที่เก่งอยู่เดิม 1 คน เป็นน้องสาวลูกภรรยาใหม่คุณพ่อ ทำงานที่ รพ.ขอนแก่นราม และช่วยงานคลินิคกายภาพบำบัดอาจารย์ในช่วงเย็น

                       

     ถ่ายภาพวันที่น้องแตมไปสอบโควต้าที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นัดเจอกับครูโย่ง น้องนากล้วยแขก 

     อาจาย์ดร.ชิว  มารับน้องแตมไป ม.ธรรมศาสตร์ ไปห้องสอบ หาที่พักให้ ดร.ชิว บอกว่าถ้าน้องได้มาเรียนที่ธรรมศาสตร์ ยินดีช่วยเหลือ หาที่พัก ช่วยดูแลความสะดวกต่าง ๆ ให้ น้องแตมฝากขอบคุณ ดร.ชิวมาก ๆ

    เพื่อนๆ น้องแตมสอบไปเรียนที่กรุงเทพเป็นส่วนมาก ได้ที่ธรรมศาสตร์ จุฬา ลาดกระบัง น้องแตมไม่ได้ไปเรียนที่ ม.ธรรมศาสตร์แล้ว  แม่ถามว่าเสียดายไหม คำตอบยังลังเล ยังเหมือนอยากทดลองใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ บอกว่าคะแนนน้องแตมถ้าเลือกกายภาพบำบัดที่ ม.จุฬา น้องแตมก็ไดเรียนที่จุฬา  แม่บอกว่าให้ไปเรียนที่กรุงเทพตอนเรียนต่อปริญญาโท แล้วกัน