๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓

สวัสดีค่ะครู

                เมื่อเช้าหนูตื่นขึ้นมาสิ่งที่ระลึกกับตนเองคือว่า ควรจะประเมินตนเองและทบทวนเรื่องเมื่อวานนี้ หนูทำวัตรเช้า ลงมาหุงข้าวไว้เปลี่ยนชุดไปวิ่งออกกำลังกาย วันนี้เหมือนความคิดหนูล้ำหน้าค่ะครู อืมเหมือนเผลอคิดแต่เรื่องอนาคต เช่นกำลังหุงข้าว ใจแว๊บไปคิดว่าจะทำกับข้าวอะไรดี จะไปวิ่งที่ไหนดี ไม่ค่อยอยู่กับปัจจุบัน พอไปวิ่งกลับมา วันนี้ทำโปรตีนเกษตรมาผัดกะเพราจะว่าไปหนูไม่เคยทำมาก่อน โดยส่วนตัวไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอาหารเจ จึงใส่น้ำปลา น้ำมันหอยปรุงรส ตอนที่เอาโปรตีนลงผัดน้ำนองเลยค่ะครู รู้สึกแปลกใจ และก็บ่นให้ตนเองว่านี่แหละไม่ยอมเอาขึ้นมาสะเด็ดน้ำก่อน ผัดกะเพราะครานี้ไม่ได้ใส่กระเทียมเพราะไม่มี ผัดไปสักพัก ได้ยินเสียงจามของคนข้างบ้านเพราะเป็นทาวเฮาส์ติดกัน เช้านี้มีเงาะเพิ่มมาเป็นผลไม้ เตรียมของเสร็จหนู จึงอาบน้ำเช้านี้หนูออกจากบ้านประมาณเจ็ดโมงยี่สิบ ไปถึงวัดพระท่านกำลังให้พร ก่อนลงมาตักอาหารพอดี จึงได้ร่วมประเคนโตะกับข้าว หลังจากพระท่านตักเรียบร้อย หนูจึงร่วมทานอาหารด้วย ทานเสร็จจึงไปช่วยล้างจานวันนี้ไม่ใช่วันพระหรือเสาร์ อาทิตย์ คนในวัดไม่หนาตานัก มีเพียงสามสี่คนเท่านั้น ประมาณแปดโมงเช้าทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย หนูจึงขับรถไปทำงาน

                พอถึงที่ทำงานหนูจึงนั่งถอดบทเรียนว่าอะไรเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เสร็จแล้วก็นั่งเขียนงานต่อ พอรู้สึกเพลียก็จะกลับมาเปิด G2K เห็นมีคนเข้ามาตอบก็รู้สึกมีกำลังใจ แล้วพอพี่ปุ๋มเข้ามาชี้แนะ หนูก็เกิดคำถามในตนเองว่า “ฝึกฝนตนเองไปทำไม” นั่งเขียนอยู่พักหนึ่ง แต่รู้สึกเหมือนมันไม่จบ ไม่เจอสาเหตุที่แท้จริง จึงตัดใจไม่เอาลง หลังจากนั้นโทรแจ้งร้านให้มาดูรถเพื่อไปซ่อมเพราะมาอาการสั่นอย่างรุนแรงขณะที่รถหยุดนิ่งโดยเฉพาะตอนติดไฟแดง  และหนูก้มมองกระดาษแจ้งระยะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เห็นว่านานมาก ๆ แล้วจึงให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วย เที่ยง ๆ หนูนั่งทานข้าวที่ห้อง รู้สึกพอใจกับอาหารที่ตนเองทำ แม้จะไม่ได้อร่อยเริ่ด แต่ก็เป็นอาหารที่มีประโยชน์ สะอาดปลอดภัย

                บ่าย ๆ ตามเอกสารการประชุม รอใบเสนอราคา งานไม่ได้ถึงขนาดรีบเร่ง ทำแบบสบาย ๆ ค่ะ แต่พอเอกสารเรื่องที่จะไปประชุมเสาร์อาทิตย์หน้ามาถึง หนูคำนวณระยะเวลา เกรงว่าจะไม่ทันจึงเร่งทำเรื่องได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานดีมาก ๆค่ะ ได้รับ SMS จากครูนัดไปวิ่งด้วยกันตอนเย็น ตอนแรกรู้สึกกังวลว่ารถจะเสร็จไม่ทัน แต่พอจะเลิกงานรถเสร็จพอดี หนูจึงขับรถกลับ แวะเติมน้ำมันนิดหน่อยแล้วก็เข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า คำนวณจะเวลาตอนแรกว่าจะทำดีท๊อกหรือไม่ก็อาบน้ำแต่พอเอาเข้าจริง ๆ แค่เปลี่ยนชุด

                พอไปรับครูระหว่างทางโทรคุยกับพ่อ โดนเอ็ดว่า ทำไมไม่ถามร้านเพื่อนพ่อทำให้ถูกด้วย และที่สำคัญพ่อพึ่งเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อไม่นานนี่เอง หนูจ๋อย รู้สึกงอนที่โดนพ่อเอ็ด พอจะถึงหอพักครูพยายามหายใจลึก ๆ แล้วอยู่กับมัน แต่สุดท้ายก็เล่าให้ครูฟัง ครูแนะเพิ่มว่า

                “นี่แหละความอวดดี มันอวดดีคิดว่าเก่งกว่าพ่อ การภาวนาก็คือการพัฒนาตนเอง อันไหนดีก็ส่งเสริม อันไหนไม่ดีก็แก้ไข ถ้ามันแก้ยาก ก็แก้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตาย การพัฒนาตนเองก็เหมือนกับงานพัฒนาคุณภาพ มันอันเดียวกัน”

                พอขับถึงริมบึงแก่น ขณะที่หนูวิ่งไปกับครู บางครั้งก็เห็นความคิดฟุ้งกระจาย บางครั้งก็เห็นสิ่งที่ปรากฏของผู้คน แต่คำพูดที่ครูบอกว่า

                “เราเป็นคนป่วยป่วยทางจิต จึงจำเป็นต้องรับยาวันละสองครั้ง เช้าเย็น การรับยาก็คือ การวิ่ง” ใจหนูรู้สึกยอมรับ อืมเหมือนมันเข้าไปในใจว่า เออ ก็เหมือนกับการจ่ายยาให้คนไข้ อยากทานหรือไม่อยากทานก็ต้องทาน ไม่งั้นก็ไม่หายป่วย บอกไม่ถูกค่ะครู คำพูดนี้อาจจะเข้าไหลงล็อคกับฐานความรู้เดิม แต่ยอมรับว่า “การวิ่งคือการรับยา”

                หลังวิ่งครูพาไปนั่งพักริมท่าน้ำแล้ว ตอนที่ครูถามหนูเรื่อที่ทานอาหารเย็น หนูไม่ปรากฏเพราะตอนนั้นไม่รู้สึกหิว แต่ก็เลือกทาน MK ขับรถไม่นานก็ถึง ตอนที่เข้าไปคนในร้านเยอะมาก มีเสียงคุยกันจอแจ แต่ทานไปนาน ๆ ร้านเริ่มว่างคนก็หายไป รู้สึกอิ่มมาก ๆ ค่ะ อ้อ แล้ววันนี้รู้สึกดีมากเลยค่ะที่มีโอกาสได้เลี้ยงครูบ้างเพราะปกติ มีแต่ครูที่จ่ายให้ตลอด แต่ขณะที่เขียนใจหนูแว๊บคิดถึงร้านโอ่งแดงค่ะ เฮอะ ๆ

                วันนี้หนูกราบขอบพระคุณครูค่ะ ที่เมตตาให้โอกาสหนู พอกลับมาบ้าน หนูแอบงีบไปแป๊บหนึ่ง ตื่นมาอาบน้ำ ถูบ้าน วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน การถูบ้านช่วยให้ความร้อนได้ระบายออกได้ดีขึ้น  แล้วก็ทำวัตรเย็น แล้วมาเขียนจดหมายถึงครูค่ะ

ศีล

ข้อ ๑ หนูพยามยามไม่ฆ่าสัตว์ เบียดเบียนผู้อื่นให้น้อยลง บ้านหลังนี้ใต้หลังคามีค้างคาว เมื่อตะกี้ตอนถูห้อง เอามาซุกอยู่ใต่บันได หนูรู้สึกตกใจในตอนแรก เพราะเขาก็ร้อง หนูไม่ทำอะไรเขา เพียงเดินผ่านไป เดินขึ้นลงปกติ เขาก็ยังอยู่ที่เดิมและไม่ร้องแล้ว ทำให้หนูได้คิดว่า การที่ผู้คนไปทำร้ายสัตว์ต่าง ๆ เพราะคนรู้สึกกลัว แต่ถ้าหากเรามีสติก็จะรับรู้ว่าเขาก็กลัวเราเช่นกัน ถามว่าหนูกลัวไหม ก็มีบ้างนะคะ แต่ก็เข้าใจเขา เราอยู่ร่วมกันได้ เพราะก็เป็นสัตว์โลกเหมือนกัน และบ้านนี้ก็มีตุ๊กแก หนี่งตัว แปลกที่เขามักจะมาโผล่ที่เดิมและก็ร้อง ซึ่งหนูก็เพียงดูใจตนเองแล้วก็ให้เขาอยู่ของเขาอย่างนั้น

 

ข้อ ๒ หนูไม่ขโมยของใคร การเปิดโอกาสตนเองให้ขออนุญาตเจ้าของก่อน ก็เหมือนเป็นการได้พูดคุยกับผู้คนอย่างจริงใจ

ข้อ ๓ หนูไม่แย่งแฟนใครค่ะ

ข้อ ๔ หนูพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่ทำ พยามรักษากิจวัตรเดิมที่ครูให้ แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมดแต่หนูก็พยายามเรียนรู้ค่ะ

ข้อ ๕ หนูไม่ดื่มเหล้า แต่ก็ยังเผลออยู่ค่ะ