ในปัจจุบันนี้เราได้เห็นคนไทยเก่ง ๆ กันหลายด้านครับ
วันก่อนก็ได้เห็นเด็กไทยไปได้แชมป์หุ่นยนต์กู้ภัยในระดับก็ยินดีกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มากครับ
แต่ผมก็วิเคราะห์นึกย้อนกลับไปดูถึงสาเหตุของความเก่งว่าทำไมเด็กไทยเราถึงได้คิดค้นเทคโนโลยีทางด้านหุ่นยนต์แล้วไปแข่งขันจนสามารถชนะประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษและโดยเฉพาะญี่ปุ่นได้
ผมก็ลองวิเคราะห์ในมิติหนึ่งก็พบว่า ผมเคยเขียนบทความชิ้นหนึ่งที่เกี่ยวข้องการเปิดรับเทคโนโลยีของประเทศไทย เป็นบทความท้วงติงเล็กน้อยเกี่ยวกับการเปิดรับความรู้จากภายนอกจนลืมเปิดรับและยอมรับความรู้จากภายในประเทศหรือความรู้ของประเทศไทยจริง ๆ แต่ในทางกลับกัน ผมก็พบว่า เนี่ยแหละ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยของเราสามารถแข่งขันชนะด้านเทคโนโลยีจากประเทศอื่นจากได้รับรางวัลชนะเลิศกลับมาหลายต่อหลายครั้ง เพราะคนไทยเปิดรับความรู้จากทุกสาขา ทุกประเทศ ทุกสาย มีอะไรพี่ไทยรับหมด
ไม่เหมือนกับฝรั่งหรือญี่ปุ่น เขาจะคิดค้นและศึกษาค้นคว้าจากภายใน ไม่เชื่อและไม่ศรัทธาความคิดความรู้ของประเทศอื่น เพราะเขากำลังแข่งขันกัน เขาจะไม่ยอมรับว่าคนอื่นเก่งกว่า ความคิดคนอื่นดีกว่า ดังนั้นเขาจึงไม่เปิดยอมเปิดรับความคิดจากภายนอกเท่าใดนัก
แต่เด็กไทย นักศึกษาไทย ได้เรียนรู้จากศาสตร์ทุกแขนงที่มีอยู่ในโลก ที่ไหนที่ว่าดี ไม่ว่าค่ายไหน คอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตย สังคมนิยม ทุนนิยม เราเรียนรู้และเอาของเขามาใช้ได้หมด ที่ไหนดี เอามา แล้วก็ปรับปรุงจากสิ่งโน้นนิด สิ่งนี้หน่อย ประเทศโน้นนิดประเทศนี้หน่อย จนได้ออกมาเป็นเทคโนโลยีแบบผสมผสานจนสามารถทำสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ มากมายที่น่าทึ่ง
รวมถึงการเป็นฐานการผลิตของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่า งๆ ในโลกได้ธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาวางฐานการผลิตในไทย คนไทยทำได้ เรียนรู้ได้ “ครูพักลักจำ” คำสุภาษิตนี้ยังใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน เพียงแต่เพิ่ม คนไทยคิดได้ พยายามคิดให้ได้ และทำให้ได้ เพียงเท่านี้ ประเทศของเราก็จะมีการพัฒนามากขึ้น ๆ “ขอเพียงแค่คิดเองบ้าง”
“คนไทย..ถ้าส่งเสริมให้ถูกจุด ถูกต้อง ส่งเสริมคุณค่าของความเป้นคนไทย ภายใต้แบรนต์เนม “ ไทยแลนด์” เชื่อว่า คนไทยจะมีความรักชาติมากขึ้น ความเก่ง คนเก่ง ไม่จำเป็นต้องดีเลิศ ศิวิไล แต่ต้องใช้ความเก่ง บวกกับความมีคุณธรรมด้วย สังคมไทยถึงจะอยู่รอด การรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติถือว่าเป็นสิ่ง แต่ต้องปรับใช้กับ วัฒนธรรมไทย เป็นการผสมผสานต่างวัฒนธรรมเพื่อปรับใช้ เพื่อการพัฒนาให้สอดคล้องกับสังคมไทย……………….
ผมเห็นด้วยอย่างแท้จริงครับ สำหรับ การคิดเห็นเป็น และทำให้ได้ รวมทั้งการไม่เปิดรับความคิดความรู้จากภายนอกของบางประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะทั้งสองประเทศที่คุณปภังกรกล่าวมา
สิ่งที่เรียกว่า ครูพักลักจำ นั้นมีประโยชน์มากมาย เพียงแต่มันอาจจะไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้กับบางสิ่งบางอย่าง ในสภาพปัจจุบันที่เหตุการณ์หรือปัญหาทุกอย่างมันซับซ้อนเชื่อมโยงกันไปหมด เราจำเป็นต้องมีการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและมีแบบแผน
สิ่งดีๆ ซึ่งเหมาะสมกับสภาพสังคมแบบไทยเรา ก็มีอยู่กับตัวแล้วแท้ๆ เราจะไปหาได้จากที่ไหนอีกในโลกนี้
“โลกใบนี้สามารถเรียนรู้ได้ไม่มีวันจบสิ้น…เพียงแต่จะเรียนรู้อย่างไรให้เกิดคุณค่าและกอปรกับการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีไทยและวัฒนธรรมไทย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำเอาองคาพยพ มาร่วมแลกเปลี่ยน ร่วมเรียนรู้ และร่วมแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ให้ถูกแนงทาง ขอบคุณครับที่แสดงความคิดเห็น “คน “ส่วนใหญ่คิดเก่งกันเยอะ แต่ได้แต่คิด ….ทุกคนมุ่งหวังว่าสักวันคงจะดีขึ้น ก็รอความหวังอยู่กัน…. โดยไม่รู้ว่าโลกใบนี้ เขาไปกันถึงไหนแล้ว……………..