เมื่อวันที่ 22- 23  มิถุนายน  2549  ดิฉันได้ไปร่วมเวทีการเรียนรู้เรื่อง  การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR)  ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ประจำเดือนของจังหวัดกำแพงเพชร ที่นำมาใช้รวมเจ้าหน้าที่ทุกระดับตั้งแต่ ส่วนกลาง  เขต  จังหวัด และอำเภอ  เพื่อร่วมกันพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกรโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม หรือ วิจัยชุมชน

   ซึ่งบทบาทที่ดิฉันได้รับมอบหมายจากทีมงานในวันนี้ก็คือ  ทำหน้าที่ "ถอดบทเรียนและประสบการณ์เชิงซ้อน" ของบุคคลแต่ละระดับที่เล่าให้ฟัง  นับว่าเรื่อง

ดังกล่าวเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้ทำการถ่ายทอดและเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้ให้กับพื้นที่

   ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับการทำงาน  ดิฉันได้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ โดยประมวลสรุปได้ดังนี้ คือ                 

   ที่มาที่ไปของการทำงานร่วมกัน

     จากข้อตกลงของทีมงานระหว่างส่วนกลาง  เขต  และจังหวัดที่ว่า เราจะมาทำงานร่วมกันโดยพบปะกันเดือนละ 1 ครั้ง  เพื่อติดตามและนิเทศงาน  การพัฒนาบุคลากร  และการปรึกษาหารือในการปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตร  โดยภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากทีมงานก็คือ  ทำหน้าที่ร่วมจัดกระบวนการเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของจังหวัดกำแพงเพชรนำเสนองานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติ  และการเสริมองค์ความรู้ให้กับทีมงาน  ตลอดจนเป็นพลังและกระตุ้นให้กับบุคลากรในระดับพื้นที่มีกำลังใจในการทำงานส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกรและการพัฒนาตนเอง

     ดังนั้น  การปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจึงนำมาผนวกกับบทบาทภารกิจของกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับ คือ  การศึกษาค้นคว้าวิธีการพัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุผล ได้แก่  การจัดการความรู้  และการวิจัยเชิงปฏิบัติงานแบบมีส่วนร่วม  ซึ่งทั้ง 2 กิจกรรมดำเนินการอยู่ภายใต้โครงการ  Food Safety ของกรมส่งเสริมการเกษตร  ทั้งนี้  ได้เลือกจังหวัดกำแพงเพชร เป็นจุดทดลองปฏิบัติงานพัฒนาเทคโนโลยีการฝึกอบรมและการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้และการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร คือ  ศูนย์การเรียนรู้ โดยดำเนินการติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 3 4  ปี (ปีงบประมาณ 25462549)   

   ทำงานในครั้งนี้จัดเวทีปฏิบัติการกันอย่างไร?       ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอผลงาน ได้แก่ 1)  การค้นหาประเด็นปัญหาในการวิจัยชุมชน  2)  การสร้างโจทย์วิจัยชุมชน  และ 3)  การออกแบบกระบวนการวิจัยชุมชน  โดยทีมนักวิจัยของจังหวัดกำแพงเพชร ประกอบด้วย 1)  ทีมเจ้าหน้าที่ จำนวน 25 คน  และ 2) ทีมนักวิจัยชาวบ้าน จำนวน 3 คน มาร่วมกันนำเสนอข้อมูลที่เกิดขึ้นโดยใช้วิธีการเล่าให้ฟัง    การจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีดังกล่าวจึงมีกระบวนการปฏิบัติ ดังนี้ คือ 

     ขั้นที่ 1  ประธานในเวทีเรียนรู้ (นายสายัณห์  ปิกวงศ์) นำเสนอข้อมูลและเล่าสรุปข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของเดือนพฤษภาคม 2549 ให้กับสมาชิกได้ฟัง ทั้งนี้เพื่อเป็นการทบทวนความจำและนำเข้าสู่บทเรียนที่จะเกิดขึ้นของเดือนมิถุนายน 2549   

     ขั้นที่ 2  ผู้นำการเรียนรู้ (นายสายัณห์  ปิกวงศ์) ทำหน้าที่เป็นประธานสมาชิก (ทีมนักวิจัยพื้นที่) เพื่อเปิดเวทีการนำเสนอบทเรียน  โดยคัดเลือกผู้แทนเจ้าหน้าที่ (นักวิจัย) เล่าข้อมูลที่ได้ไปปฏิบัติกับชุมชนในประเด็น 1)  การสร้างโจทย์วิจัย  และ 2) การออกแบบการวิจัย  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่เป็นนักวิจัย จำนวน 3 คน (อำเภอคลองลาน จำนวน 1 คน และ อำเภอเมือง จำนวน 2 คน) จะเล่าข้อมูลและเชื่อมโยงสู่ชาวบ้านที่เป็นนักวิจัยซึ่งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วยให้เล่าข้อมูลเชื่อมต่อกัน ดังนั้น การนำเสนอจึงเป็นรูปแบบของการเล่า เนื้อหาคู่ ระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน เพื่อให้เห็นเหตุการณ์การปฏิบัติงานร่วมกัน                       

     ขั้นที่ 3  เจ้าหน้าที่ ที่เหลือจำนวน 22 คน นำเสนองานที่ตนเองปฎิบัติ ในประเด็น งานวิจัยที่ตนเองทำตอนนี้นั้น? ทำถึงไหนแล้ว ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย  โดยแต่ละคนได้พูดถึง ความก้าวหน้าในงานที่ตนเองปฏิบัติ  ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น  การแก้ไข  ข้อสังเกตหรือคำแนะนำ  และงานที่จะทำต่อไป                      

     ขั้นที่ 4  ทีมงานนักวิจัยจังหวัด เสริมเนื้อหาวิชาการ (นายวีระยุทธ์ สมป่าสัก) หลังจากที่ได้นำเสนอผลงานที่ทีมนักวิจัยพื้นที่ปฏิบัติแล้วนั้น  ทีมงานนักวิจัยจังหวัดได้เสริมความรู้และเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR)  โดยใช้เทคนิคการเล่าให้ฟังจากการใช้สื่อภาพและข้อความต่าง ๆ เช่น หลักการวิจัย  กระบวนการวิจัย  และเครื่องมือ 

      ขั้นที่ 5  ทีมงานที่ปรึกษาเสริมความรู้และประมวลข้อมูล ( ดร.สุนทรีย์  คุณเกษม  และ คุณศักดา) ในบทบาทของที่ปรึกษาการใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติงานแบบมีส่วนร่วม ( PAR) เพื่อทำงานส่งเสริมการเกษตร  ได้ทำการประมวลผลข้อมูลโดยแยกองค์ประกอบงานให้เห็น ได้แก่  องค์ประกอบด้านเนื้อหาสาระของ Food Safety  องค์ประกอบด้านการปฏิบัติงานวิจัย  องค์ประกอบด้านหลักการวิชาการในงานส่งเสริมการเกษตร  และ องค์ประกอบด้านกระบวนการพัฒนาบุคลากร                      

     ขั้นที่ 6  การสรุปผลและการประเมินผลการปฏิบัติงาน  โดยที่ปรึกษา (คุณศักดา  ทวิชศรี) ทำหน้าที่สรุปผลงานที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอ  การแลกเปลี่ยน และการปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อสร้างองค์ความรู้ในเทคนิคงานส่งเสริมการเกษตร ภายใต้ประเด็น การเรียนรู้เพื่อเสริมปัญญา  ซึ่งได้เชื่อมงานที่ทำผ่านมา  งานที่ทำในปัจจุบัน  และงานที่จะทำต่อไป  ให้กับสมาชิกที่เป็นทีมงานวิจัยแต่ละระดับได้เห็นเป็นภาพรวมและเพื่อกระตุ้นการคิดสรุปบทเรียนด้วยตนเอง  หลังจากนั้น จึงทำการประเมินผลการเรียนรู้โดยให้เจ้าหน้าที่ทำการสรุปบทเรียนและงานที่แต่ละบุคคลปฏิบัติที่เขียนออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมบันทึกงาน  เพราะเป็นการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับการเขียน  ซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ  ลักษณะที่ 1 บันทึกองค์ความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร  และ ลักษณะที่ 2  บันทึกการปฏิบัติงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม          

     ขั้นที่ 7  งานที่จะปฏิบัติต่อไป (นายเสนาะ  ยิ้มสบาย) งานที่จะเกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 ชิ้น คือ  ชิ้นที่ 1  การบันทึกงานที่ปฏิบัติผ่านมา  และ ชิ้นที่ 2  งานที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการกับชุมชน  โดยทีมนักวิจัยจะต้องวางแผนการปฏิบัติงาน  การจัดทำแผนการถ่ายทอดความรู้  และการปฏิบัติการจัดเวทีถ่ายทอดความรู้ร่วมกับชุมชน    สิ่งที่เกิดขึ้นจากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นการจัดกระบวนการที่มีการแบ่งบทบาทหน้าที่กันทำ ได้แก่  บทบาทประธานหรือผู้ควบคุมชั้นเรียน  บทบาทผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้  บทบาทที่ปรึกษา  บทบาทนักส่งเสริมการเกษตร  และบทบาทของเกษตรกร  ซึ่งทุกคนจะพบว่าตนเองนั้นมีบทบาทที่จะต้องปฏิบัติอยู่ตรงจุดไหนและขั้นตอนไหนของกระบวนการกลุ่ม   

   การสรุปบทเรียน      ในหน้าที่ของนักพัฒนาทรัพยากรบุคคล  ภารกิจหนึ่งที่ติดมากับตำแหน่งก็คือ  การพัฒนาบุคลากรให้สามารถทำกิจกรรมและงานที่ได้รับการจัดสรรและมอบหมายมาจากองค์กรให้บรรลุผล โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรให้สามารถทำงานส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกรได้จริง       ส่วนภารกิจงานของการพัฒนาเทคโนโลยีการฝึกอบรมก็คือ  การค้นหาวิธีการพัฒนาบุคลากรอย่างไร? ถึงจะทำให้สามารถปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายได้บรรลุผล  อันนำมาซึ่งการให้คำแนะนำและการให้คำปรึกษาที่เหมาะสมเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในการพัฒนาเกษตรกรเพื่อทำอาชีพของตนเองอย่างได้ผลตามเป้าหมาย      ดังนั้น  งานที่ปฏิบัติจะต้องทันกับความต้องการขององค์กรและพื้นที่  และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง  การถ่ายทอดความรู้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกรโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเป็น  ฉะนั้น เทคนิคในงานส่งเสริมการเกษตร ที่ถูกนำเข้ามาทดลองใช้ดังกล่าวจึงจำเป็นจะต้องมีทีมงานด้านเนื้อหาหรือเทคโนโลยี  ด้านการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  ด้านการพัฒนาบุคลากร  และด้านเทคโนโลยีการเรียนรู้  เพราะเป็นการปฏิบัติงานเพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ ขึ้นมาใช้เป็นช่องทางในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้กับองค์กร   

   ข้อเสนอแนะ     

     1.  การพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การบันทึกงานส่งเสริมการเกษตร นั้น  สิ่งสำคัญที่เป็นปัจจัยส่งผลต่อความเป็นรูปธรรม ได้แก่  ต้นแบบการเรียนรู้  ตัวอย่างชิ้นงาน  การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม  การสร้างเวทีเรียนรู้  และผู้นำ  ซึ่งต้องอาศัยเวลา เพราะเป็นเรื่องที่ยากต่อการเข้าใจและการปฏิบัติสำหรับบุคลากรในระดับพื้นที่       

     2.  การส่งเสริมบุคลากรในระดับพื้นที่ ให้นำวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ไปใช้เป็นเทคนิคในการทำงานกับชุมชนนั้น มีความเป็นไปได้จากการ เรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน  เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อการพัฒนาเจ้าหน้าที่และการฝึกทักษะให้ทำเป็น  ทั้งนี้ สามารถนำกิจกรรมส่งเสริมการเกษตรเข้ามาประยุกต์ใช้เป็น การวิจัยในงานที่ทำ ได้ โดยจะทำให้งานส่งเสริมการเกษตรมีความชัดเจนขึ้น     

     3.  การบูรณาการทีมงาน  เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาบุคลากรโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ได้แก่  ด้านเนื้อหาหรือเทคโนโลยี   ด้านการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  ด้านการพัฒนาบุคลากร  และด้านเทคโนโลยีการเรียนรู้  แต่ทั้งนี้การเป็นที่ปรึกษาจะต้องปฏิบัติงานควบคู่กับการปฏิบัติกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ที่เป็นนักวิจัย จึงจะส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ได้     

     4.  งานที่ควรจะดำเนินการต่อเนื่อง  จากการร่วมปฏิบัติงานกับทีมงานนักวิจัยนั้น  จะเห็นได้ว่ายังมีจุดอ่อน ได้แก่  1)  การเขียนงาน  2)  ความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร  3)  การจัดระบบการเรียนรู้หรือความคิด  และ 4)  ประสบการณ์ในการนำเสนอผลงานวิชาการ  ซึ่งถ้าได้มีการจัดเวทีเพื่อสนับสนุนและเสริมความรู้ดังกล่าวย่อมทำให้องค์ความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตรเกิดการแพร่กระจายได้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม    

   การเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง         สิ่งที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานร่วมกันนั้นสรุปได้ว่า         

     1.  บทบาทและหน้าที่ที่ปฏิบัติ คือ  การทำให้ดูและทำให้เห็น  เช่น  การบันทึกงาน  การจับประเด็นเพื่อสรุปบทเรียน  และการแกะงานจากการนำเสนอ  เป็นต้น ซึ่งเป็นการเพิ่มทักษะและประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรกระบวนการให้กับตนเอง      

     2.  ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติ การแกะงานเชิงซ้อน  ที่เป็นสถานการณ์จริงโดยมีผู้นำเสนอบทเรียนและงานที่ทำไม่ต่ำกว่า 25 คน  และการเชื่อมโยงสู่บทบาทของผู้เกี่ยวข้องแต่ละระดับที่เข้าไปมี ส่วนได้ส่วนเสีย ในกิจกรรมนั้น ๆ ที่ร่วมกันทำให้เกิดผลตามเป้าหมายงาน

       3.  ได้เรียนรู้และเห็นเทคนิคในงานส่งเสริมการเกษตร เช่น  วิธีการจัดกระบวนการเพื่อค้นหาประเด็นความต้องการเรียนรู้ของชาวบ้าน  เทคนิคในการสนทนากับชาวบ้าน  กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกับชุมชน  และวิธีการเชื่อมโยงและบูรณาการผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ มาร่วมกันจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร  เป็นต้น

   วันนี้ดิฉันได้เขียนบันทึกสรุปงานที่ได้ไปปฏิบัติร่วมกับพื้นที่และทีมงานค่อนข้างยาวไปสักนิด  หวังว่าทุก ๆ ท่านที่กำลังอ่านอยู่นี้คงจะยังไม่เบื่อนะค่ะ เพราะเมื่อกลับจากการไปปฏิบัติในพื้นที่แล้วนั้น  ดิฉันจะต้องเขียนผลการไปทำงานรายงานให้กับหน่วยงานทราบด้วยว่า  "ดิฉันไปทำอะไรมาบ้าง?  ไปทำงานนั้นอย่างไร?  ทำแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง?  และสุดท้ายดิฉันได้อะไรบ้าง?"  แล้วตัวท่านเองละ.....เมื่อไปทำงานกลับมาแล้วสรุปบทเรียนได้ว่าอย่างไร?

                                                        ศิริวรรณ  หวังดี

   ป.ล.  

     วันนี้  คุณทนง  จากทีมงานส่วนกลาง ทำหน้าที่เป็นช่างภาพถ่ายรูปให้ตลอดกระบวนการ  แต่ยังไม่สามารถนำรูปภาพมาให้ทุกท่านชมกันได้ เพราะดิฉันยังนำมาใช้ไม่เป็น  และ คุณต๋อม  ทำหน้าที่เป็นคุณเอื้อ ในการดำเนินงานครั้งนี้ค่ะ.