คุณเป็นคนหนึ่งไหมคะที่รู้สึกว่าสังคมทุกวันนี้ นับวันยิ่งมีแต่ความวุ่นวายมากขึ้น
ดิฉันเป็นหนึ่งคนที่รู้สึกเช่นนั้นบางครั้งอยากหลบไปหาธรรมชาติทำให้นึกถึงตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ธรรมชาติและทำกิจกรรมต่างๆที่ปลูกจิตสำนึกให้เป็นคนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและผืนป่า ดิฉันจึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวเป็นประโยชน์ในการที่จะช่วยกันหันมามองธรรมชาติที่นับวันยิ่งขาดการดูแลเอาใจใส่ ดิฉันเลยอยากให้ทุกคนลองมาฟังเรื่องหนึ่งของคนที่เป็นนักอนุรักษ์ที่ยอมพลีชีพเพื่อผืนป่า......นั่นคือสืบ นาคะเสถียร

" เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533" สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง สืบได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิทและเขียนจดหมายสั่งเสีย 6 ฉบับ ชำระสะสางงานที่รับผิดชอบและทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงการมอบหมาย เครื่องใช้ อุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่าให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคาราวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดในราวป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง บุคคลที่ชื่อ สืบ นาคะเถียรได้จบชีวิตของเขาลงและเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเถียรผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ
สองอาทิตย์ต่อมา บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่าไม้ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายอำเภอและเจ้าหน้าที่ป่าไม้อีกนับร้อยคน ได้เปิดประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุกป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดยสืบ นาคะเถียร ได้พยายามจัดตั้งการประชุมหลายสิบครั้งแต่ไม่มีการตอบรับจากเจ้าหน้าที่สักครั้งจนกระทั่งการเสียชีวิตของสืบ ทำให้มีข้อกล่าวหาว่า หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน
การจากไปของสืบ นาคะเถียร ได้ส่งผลสะเทือนอย่างล้ำลึกต่อคนที่รักธรรมชาติและแสวงหาความเป็นธรรมในสังคม ทั้งนี้เพราะว่า ในยามที่มีชีวิตอยู่ สืบมิได้เป็นเพียงข้าราชการอาชีพที่มีภาระการงานเกี่ยวกับการพิทักษ์ป่าและสัตว์ป่าเท่านั้น หากเป็นผู้นำคนสำคัญขงขบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศไทย เป็นผู้ที่เคยต่อสู้ปกปักรักษาทรัพยาการป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยไม่คำนึงถึงภัยอันตราย การจากไปของเขาครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และเป็นความสูญเสียที่นักอนุรักษ์ทุกคน ไม่อาจปล่อยให้ผ่านพ้นไปโดยปราศจากความทรงจำ

การจากไปของสืบ ทำให้จุดกระแสนักอนุรักษ์ในแผ่นดินไทยอีกหลายคน "รวมทั้งตัวดิฉันเอง"
ที่มา: http://www.siamfishing.com/board/view.php?action=quote&tid=71139&rnum=17&qdate=1251920011&by=1764&begin=0
ตำนานแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ปลุกระดมความรู้สึกในการอนุรักษ์ ความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ถ้าเราไม่ช่วยกันทำในตอนนี้ อนาคต ลูกหลานเราคงไม่เหลืออะไรไว้ให้เชยชม ทำอย่างเต็มที่ เท่าที่เราจะทำได้
รวมใจ สืบ ทอด เจตนา
เราจะช่วยกันอนุรักษ์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นกว่านี้
ปีนี้เป็นปีที่ 20 แล้วที่ สืบ นาคะเสถียร ได้สละชีพ เพื่อปลุกกระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมไทย
สู้ต่อไปครับ นักอนุรักษ์ทุกคน
การคนๆหนึ่งเสียสะละชีวิตเพื่อสิ่งที่ทุกคนไม่สนใจ ไม่แคร์ ทั้งๆที่เป็นของๆเรา แท้ๆ
เป็นการเสียสะละที่คุ้มค่า เพราะการที่ลุง สืบ ได้ทำแบบนี้ได้ปลุกกลุ่มคนบ้างกลุ่มขึ้นมารักษา ป่าไม้
สืบ นาคะเสถียร
ชื่อนี้ เชื่อว่า น้อยคนที่จะไม่รู้จัก อย่างน้อยก็น่าจะเคยคุ้นๆหูมาบ้าง
การจากไปของสืบ นาคะเสถียร เป็นที่จดจำ และเป็นอนุสรณ์ของความเสียสละ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอยู่ หรือ การจากไปของ สืบ
ว่าแต่ว่า ... พวกเราๆที่นั่ง นอน ยืน ชื่นชมความเป็น "สืบ" ใส่เสื้อ "สืบ" อ่านหนังสือของ "สืบ" หรือแม้แต่กระทั่งร้องเพลง "สืบ นาคะเสถียร" ของน้าแอ๊ด
พวกคุณเคยปลูกต้นไม้ซักต้นบ้างหรือยัง? หรือแม้แต่ว่า คุณยังคงทิ้งขยะไปนที่เป็นทางอยู่หรือไม่?
ต่อให้ สืบ จะมีเก้าชีวิตเหมือนแมว หรือต่อให้ร้อย สืบ พัน สืบ ถ้าเราๆ ยังคงดำเนินชีวิตเหมือนที่เคยๆทำกันมา
เรื่องราวของ "สืบ นาคะเสถียร" คงเป็นได้เพียงนิทานปลุกใจก่อนนอนเท่านั้น
ขวัญใจเจ๊
คุณเป็นคนที่สุดยอดเลย
ผมนับนุนยอด