http://images.google.co.th/imglanding?q 

          "เพื่อน" คนนี้มีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร  คือเป็นคนดี มีจิตใจงดงาม ซื่อสัตย์ ไม่คิดร้ายกับใคร มีความจริงใจให้กับทุกคน  มองโลกในแง่ดี "รักเด็กและเด็กรัก" เราคบกันมานานกว่า ๒๐ ปี ลักษณะดูผิวเผินคล้ายทอม  แต่จิตใจและหัวใจไม่ได้เป็นทอมสักนิดเดียว เพียงแต่มีโลกส่วนตัวสูงเกินไป .. เราสอนภาษาอังกฤษเช่นเดียวกันแต่คนละโรงเรียน

          เราต่างกัน ตรงที่เธอเป็นน้องนุชสุดท้อง มีพี่หลายคนมาก แทบจำไม่ได้ เป็นครอบครัวมีอันจะกิน  ส่วนฉันไม่มีพี่และไม่มีน้อง และมาจากครอบครัวของข้าราชการระดับกลางพอมีพอกิน ฉันเคยบอกแก่เธอว่า "เธออยู่บ้านเป็นคุณหนู  เมื่อเธอไปโรงเรียนเป็นภารโรง"  ตื่นนอนเธอไปโรงเรียนและกลับบ้านหลังพระอาทิตย์ตกดินเสมอ  ที่สำคัญเธอรักและศรัทธาอาชีพครูมาก "ชาตินี้จะขออยู่เป็นครูจนเกษียณอายุราชการ"  ส่วนฉันได้แต่เคยคิดแบบนี้มาก่อน  ตอนนี้ฉันกลายเป็นโจรกลับใจเสียแล้ว

          เราเหมือนกันคือ "คำไหนคำนั้น" และทานเหมือนกัน  เมื่อมาเจอกันก่อนอื่นต้องหอบหิ้วกันไปตระเวณหาอาหารปลาแม่น้ำทาน  บางครั้งนั่งทานกันถึง ๓-๔ ชั่วโมง  เพราะทานไปคุยไป อ่านหนังสือไปด้วย  รองลงมาคือชวนกันเข้าร้านหนังสือและไปวัด  ที่สำคัญเธอรักและศรัทธาอาชีพครูมาก "

           การคุยของเรา "ไม่ว่าจะเปิดประเด็นอะไรมา ขัดแย้งและโต้เถียงกันทุกเรื่อง สุดท้ายมีฝ่ายแพ้ อย่างมีเหตุผล ๑ คน" กิจกรรมแรกเราชวนกันไปทาน  หากมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่กล่าวมาเราก็ไปเล่นกิจกรรมนั้น ๆ ก่อนเข้าบ้านต้องสรุปที่ร้านอาหารอีก ๑ แห่ง จะว่าไปแล้ว "ดูเหมือนเรื่องกินน่าจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราสองคน"

          เมื่อวานเธอมาหาฉันตั้งแต่เช้าหลังตื่นนอนเล็กน้อย  เธอปล่อยให้ฉันทำงานบ้านและก่อนเที่ยงจึงไปทานกลางวันที่ร้าน "ส้มตำอินเตอร์"  ไปซื้อข้าวของเครื่องใช้และนั่งดื่มกาแฟคนละแก้ว  ใช้เวลาคุยกันร่วม ๒ ชั่วโมง ภายหลังที่เถียงกันจบแล้ว  ครั้งนี้ไม่มีใครแพ้ไม่มีใครชนะ  เพราะเรื่องมันยาว   

         เรื่องยาว ๆ นี้มีอยู่ว่า  เธอชวนฉันให้ร่วมมือออกเงินซื้อที่ดิน ๔๐ ไร่ เพื่อปลูกต้นไม้หลากหลายชนิด อันไหนโตช้า อันไหนโตเร็วต้นไหนใช้เวลากี่ปี  เธอเล่ามาแบบนักเกษตรผู้เชี่ยวชาญทีเดียว แต่เธอมีความรู้ในเรื่องนี้จริง ๆ เพราะเธอชอบต้นไม้และธรรมชาติ ฉันเข้าใจเพียงแต่ว่า "เธอต้องการคืนธรรมชาติให้กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"  เวลานี้เธอไปติดต่อซื้อขายกับเจ้าของไว้แล้ว 

        ความฝันมีอยู่ว่า "จะต้องเขียนแผ่นป้ายบนปูนที่ไม่สามารถลบได้ โดยแสดงเจตจำนงไว้ห้ามตัดห้ามทำลาย" และยกที่ดินผืนนี้ให้กับส่วนรวม  ภายหลังเกษียณแล้วจะรับใช้สังคมไปเรื่อย ๆ แล้วจะเข้าไปอยู่ในป่านี้  เป็นผู้ควบคุมดูแลการเติบโตของป่า

         ฉันเห็นด้วยจึงแสดงความฝันบ้างว่าอยากจะซื้อไม้เก่าหรือปีกไม้มาปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ ๑ หลัง เป็นห้องโล่ง ๑ ห้องและใช้ประโยชน์อเนกประสงค์  ส่วนเธอก็เสนอบ้างว่าจะปลูกบ้านดิน   หลังจากนั้นมาถึงเวลานี้ มันก็เป็นสุขได้เมื่อนึกถึง...ความฝันของเพื่อน  จบการสนทนาด้วยคำว่า "กลับบ้านเถอะเสียดายเวลาแต่ไม่เสียดาย....อย่างอื่น  เพราะคนเรากินอิ่มทีละ ๑ มื้อเพียงวันละ ๓ มื้อเท่านั้น"