เห็นภาพข่าวการเคลื่อนย้ายคนไข้เด็กของโรงพยาบาลจุฬาฯ แล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ

ถามใหม่.. ถ้าคนไข้เหล่านั้นเป็นลูก หลาน ของท่าน แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ


หลายคนอาจแย้งว่า แล้วทำไมต้องย้ายให้เอิกเกริก ทำไมแพทย์พยาบาลถึงเอาคนไข้เหล่านี้มาเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

กับเหตุการณ์ที่..ไม่มีใครถูกทำร้ายสักคน นั่นคือ เหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ส่วนจะเข้าไปทำอะไรหรือเจออะไร กรูณาไปหาข่าวที่ตนเองเชื่ออ่านเอาเองนะครับ

ครับ ไม่มีใครถูกทำร้าย..ทางกาย..สักคน แต่ดูแววตาของญาติ ของคนไข้ ของพยาบาล ของแพทย์ในข่าวแล้ว ผมว่า ถ้าเป็นคนคงดูออกว่า เขาถูกทำร้ายทางจิตใจเพียงใด

พ่อ แม่ที่ไม่อาจปกป้องลูกที่เจ็บป่วยของตนเองได้

แพทย์ พยาบาลที่ไม่อาจปกป้องคนไข้ของตนเองได้


ผมอยากจะนำรูปที่ผมใช้สอนนักศึกษาแพทย์เรื่องการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย เกี่ยวกับความปวด มาให้ดูกันครับ

ภาพจาก http://www.theblogofrecord.com

 

ทหารหนุ่มที่มีแผลเต็มตัว คือ ทหารเยรมัน

ทหารที่กำลังดูแลแผลให้ คือ ทหารอเมริกัน

ทั้งคู่เป็น ศัตรู กันในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ ๒

แม้แต่ศัตรูในสงคราม ก็ยังดูแลรักษากันเมื่ออีกฝ่ายเจ็บป่วย

ภาพข้างบนผมใช้สอนนักศึกษาแพทย์ว่า แม้ศัตรูยังดูแลความปวดซึ่งกันและกัน แล้วเราเป็นแพทย์ จะละเลยไม่ได้


เราจะทำหน้าที่เช่นนั้นได้ ก็ต่อเมื่อ

การแพทย์ในสนามรบได้รับการคุ้มครองจากทั้งสองฝ่าย

ผมคิดว่า แพทย์ทุกคนรู้เรื่องนี้ดีเพราะนี้คือ หลักสากล

เราภูมิใจใน ความเป็นแพทย์ที่ให้บริการไม่เลือกฝ่าย และก็อุ่นใจในการได้รับความคุ้มครองจากทุกฝ่าย

โรงพยาบาลจะต้องได้รับการยกเว้นจากการคุมคามทุกรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะทางร่างกายเท่านั้น และจะต้องเป็นเขตปลอดเสียงรบกวน

เพราะอะไรครับ กรุณากลับไปอ่านคำถามข้างบนของผมใหม่อีกครั้ง