เราปฏิบัติอย่างนี้จะมีความสุขหรือ...? ว่าเออ ปฏิบัติอย่างนี้มันมีความสุขหละ ความสุขมากที่สุด ความสุขความดับทุกข์ ความไม่มีทุกข์เลย ตัวนี้เป็นสิ่งที่แน่นอน
ไม่เหมือนกับความสุขทางโลก ความสุขอันนั้น ความสุขเปลี่ยนแปลง ความสุขลุ่ม ๆ ดอน ๆ ความสุขที่ร้อน มันไม่เย็น ถ้าเราฝึกใจได้ อยู่ที่ไหนก็สบาย อยู่ร่มไม้ก็สบาย ที่ไหนก็สบาย เพราะความสบายมันอยู่ที่ใจเรา
ความคิดทิฏฐินี้มันไม่ยอมเปลี่ยนง่าย ๆ นะ ถ้ามันได้ขึ้นแล้วมันดันไปทางนั้นลูกเดียวนะ ใครจะมาบอกมาสอนอะไรพูดอะไรมันไม่ค่อยเชื่อง่าย ๆ หรอก มันฝังอยู่อย่างนั้น มันถอดออกลำบาก บ่งออกมาลำบาก ต้องพยายามพิจารณาตัวเองแก้ไขตัวเอง
นั่งสมาธิดูว่าตัวเองมันติดตัวไหน มันพร่องอยู่ตรงไหน อย่าไปกลัวมัน นี่กลัวไปสารพัดอย่าง ไม่ได้
ให้ศีลก็กลัว ให้พรก็กลัว อุปโลกน์ก็กลัว กลัวถึงกับผี กลัวอะไรสิ่งไม่เห็นตัวก็ยังกลัว อย่างงั้น มันคิดเอาปรุงเอาทั้งนั้น
เราอย่าไปพยายามคิดให้มันผิด ถ้าคิดผิดแล้วจิตใจของเรามันจะวกวน อันไหนมันจะเป็นบาปอย่าไปคิดมัน
ปฏิบัติต้องให้ตัวเองกราบตัวเองได้ไหว้ตัวเองได้ ต้องเป็นคนซื่อสัตย์
ถึงแม้ระบบสมองจะช้า ก็เป็นคนที่ปฏิบัติซื่อสัตย์ คือเคารพในความถูกต้อง ในธรรมะที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ระบบสมองช้าไม่เป็นไรไม่สำคัญ มันดับทุกข์ได้อยู่ ก็ให้เรามีข้อมูลให้ถูกต้อง
บางทีสัญญาเราอาจะสั่งงานช้า สั่งอะไรช้า อันนี้ไม่ใช่ว่าเรา เอ๊!!! สติเราไม่สมบูรณ์เราจะตรัสรู้ได้หรือ อันนี้มันไม่เกี่ยวกัน มันไม่ใช่อย่างนั้น คือความรู้ความเห็นที่ฝังในจิตในใจ ความละอายต่อบาป เกรงตัวต่อบาปอะไรอย่างนี้นะ ความไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวตนอะไรอย่างนี้มันคนละอย่าง
บางคนก็อาจจะหลงบ้างลืมบ้างก็ธรรมดา ก็ระบบสมองมันสั่งงานช้า อันนี้ก็ไม่สำคัญ ถ้าเป็นคนซื่อสัตย์มันก็จะดีขึ้นได้ อาศัยความคิดยินหรือออโตเมติกในการทำความดี คิดดีอะไรดี เค้าเรียกว่าฝึกเป็นนิสัยนะ...
องค์พ่อแม่ครูอาจารย์