การนิเทศการศึกษา

การนิเทศแนวใหม่  จะทำกันอย่างไรดี

 

วันที่ 6-7 พฤษภาคม 2553  ผมได้รับมอบหมายให้ไปประชุม  เรื่อง การกำกับติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามกิจกรรมพัฒนาระบบนิเทศแนวใหม่  ที่โรงแรมบางกอกพาเลส กทม.

 ก็เริ่มคิดในเรื่องนี้  คิดไปก็เขียนไป  ดูกำหนดการแล้วก็ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องเดิมๆ ที่น่าสนใจ

สิ่งที่น่าจะใหม่อยู่บ้างก็ตรงที่  “ระบบนิเทศแนวใหม่”  ซึ่งผมในฐานะผู้ที่จะไปเข้าร่วมประชุมก็ไม่รู้ว่าต้นคิดในระดับ สพฐ. ท่านคิดกันอย่างไร   ก็จะไปฟังท่านครับ

 และก็ไม่แน่ใจว่าในที่ประชุมผมจะให้โอกาสสมาชิกเสนอแนวความคิดเห็น หรือไม่ ก็ขอแสดงความคิดเห็นไว้ในที่นี้ ก่อนครับ

 พูดถึงการนิเทศ ผมคิดอย่างนี้ครับ

 ความหมาย  การนิเทศทั่วไป คือการทำอะไรที่ทำให้คนอื่นเขาได้ความคิดอ่านจากเราไปใช้ในการพัฒนางาน พัฒนาวิธีคิด พัฒนาคุณภาพชีวิตของเขา  ผลพวงก็คือมีความประทับใจในตัวเรา อยากพูด อยากคุย  อยากเป็นมิตรกับเรา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเราอีกต่อไป

ปัญหาการนิเทศก็คือ  การทำไม่ได้ตามความหมาย  ซึ่งมีมโหฬารสาเหตุ  

การนิเทศแนวใหม่ ตามความคิด  ที่จะไปประชุมกัน  ผมยังไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร

ถ้าถามผม  ผมก็จะตอบว่า ก็คือ การเพิ่มจำนวนคนที่จะประทับใจ ในตัวเรา อยากพูด อยากคุย  อยากเป็นมิตรกับเรา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเราอีก  ถ้าเจาะไปที่โรงเรียน

คนที่ว่าก็คือ คุณครู

ความคิดอ่านก็คือ ความคิดอ่านที่เกี่ยวกับ วิธีสอน หรือ วิธีจัดการการเรียนรู้  วิธีการดูแลช่วยเหลือนักเรียน   วิธีการบริหารโรงเรียน  วิธีการบริหารการเรียนรู้  วิธีสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และสารพัดวิธีการ  ที่จะทำให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนรู้ได้ ตามเป้าหมาย (ตามความคิดของผม)  คือ  ทุกเรื่องที่สอน หรือ จัดการเรียนรู้  นักเรียนจะต้อง มีคุณธรรม รู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้ สร้างองค์ความรู้ ผลงาน ชิ้นงาน อย่างสร้างสรรค์ได้ นำไปใช้ในการตอบสนองทุกสถานการณ์ ได้อย่างมั่นใจ ทั้งในระดับห้องเรียน ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และนานาชาติ

เขียนอย่างนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะทำให้ทุกคนเป็นคนดี คนเก่ง เท่ากันหมด  อันนี้ก็ไม่ใช่

มันเป็นไปไม่ได้  จะให้สมบูรณ์อีกหน่อย ก็อาจะพูดว่า “.......ตอบสนองทุกสถานการณ์ ได้อย่างมั่นใจ  ตามศักยภาพพื้นฐานของแต่ละคน........”

เป้าหมาย  ที่เราพูดกันในการใช้หลักสูตร ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการสอบระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ฯลฯ ที่เห็นเป็นคะแนน แสดงผลสัมฤทธิ์ ก็ว่ากันไป

 ถ้ามีการประเมินผลตามสภาพจริงโดยคุณครูผู้สอน และระบบของโรงเรียน ตามเป้าหมายที่ผมว่าไว้ข้างต้น  ด้วยการสังเกต สัมภาษณ์  ฯลฯ  ก็จะช่วยให้เห็นคุณภาพแท้ของผู้เรียน

การที่จะคิดถึง  วิธีการนิเทศแนวใหม่  จึงควรจะเริ่มต้นด้วยเป้าหมาย ทั้งเป้าหมายด้านผลผลิต  คือ คุณภาพของผู้เรียนที่ต้องการ  และเป้าหมายเชิงปริมาณ คือจำนวนครูที่เป็นเป้าหมายการนิเทศ  และ และคุณภาพครู  ที่จะเกิดขึ้นจากการนิเทศ แล้วส่งผลต่อคุณภาพด้านผลผลิต

 

 วิธีการนิเทศ ที่เราทำกันมามีอะไรบ้าง

  1. จัดประชุม อบรม สัมมนา   
  2. เดินทางไปให้คำปรึกษา แนะนำที่โรงเรียน สาธิต
  3. จัดทำตำรา  เอกสาร  สื่อ คู่มือ ให้ใช้
  4. ทำการวิจัย เสนอผลงานให้พิจาณาเลือกใช้

 

ซึ่งผมก็ใช้วิธีการนี้มากมาย  แต่ที่รับไม่ได้ในการนิเทศแนวใหม่ ที่มาเจอหลังปฏิรูปการศึกษา ก็คือ นิเทศแบบเช็คลิสต์ ผมเรียกว่า Checklist Supervision

คือทำแบบสอบถาม  (หรือที่มักจะเรียกกันว่า เครื่องมือนิเทศ)  แล้วนำ ไปพบครู ผู้บริหาร  เช็คๆๆ แล้วนำกลับมา สรุปบ้าง ไม่สรุปบ้าง สรุปแล้วถามว่าเอาไปทำอะไรต่อถ้าทำแล้ว จะเกิดผลดีต่อครู ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนที่ดีขึ้นอย่างไร  แล้วจะสอดคล้องกับความหมายการนิเทศที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ไหม

แล้วแนวใหม่ที่ว่าจะเป็นอย่างไร

                               

กรณีต่อไปนี้ก็อาจจะเป็นแนวให้ท่านทั้งหลายไปคิดต่อยอดเพื่อให้เป็นนิเทศแนวใหม่ ได้บ้าง

ในฐานะศึกษานิเทศก์ ผมทำอะไรบ้าง ที่คิดว่าน่าจะเป็นวิธีใหม่  ก็จะเล่าให้อ่าน

2546

- นำเอกสาร ข้อเขียนขึ้นเว็บไซต์ www.nitesonline.net  

2550

-เขียนบล็อกในเว็บไซต์นี้ http://gotoknow.org/blog/chatboonya

-อบรมนักเรียนผู้นำการเรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ผ่านเว็บไซต์ http://nitesonline.net

 (ยังมีร่องรอยการรายงานอยู่ในเว็บไซต์ครับ)

2551

- ร่วมงานโครงการ Connecting Classroom กับบริติชเคาซิล โดยใช้เว็บไซต์ http://cc.britishcouncil.org ทำหน้าที่ผู้ประสานงานโครงการ

    +ร่วมกับ บริติช เคานซิล จัดประชุมครู  ระหว่างครูอังกฤษ 20 คน กับครูเชียงใหม่ 20 คน ผ่านระบบ Video conference (Skype)

    +ร่วมกับ บริติช เคานซิล จัดประชุมนักเรียน  ระหว่างนักเรียนอังกฤษ 20 คน กับ นักเรียนเชียงใหม่ 20  คน

2552

    +ร่วมกับโรงเรียนในโครงการ 10 โรงเรียน และ บริติช เคานซิล จัดลอยกระทงข้ามประเทศ (Cross Country Loykratong Festival)  มีรายละเอียดอยู่ที่นี่ครับ 

http://gotoknow.org/blog/chatboonya/170609

    +แลกเปลี่ยนผ่าน  forum ในเว็บไซต์  http://cc.britishcouncil.org

    +ติดตามประเมินผลความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักเรียน ครู ที่แสดงข้อมูลสถิติ  ที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์

-แลกเปลี่ยนผ่าน facebook  ชื่อมใน facebook คือ Chat Boonya

http://www.facebook.com/pages/Connecting-Classrooms/147968598602?ref=mf#!/profile.php?id=100000111340379&ref=profile

2553

- วิทยากรการอบรมครูโรงเรียนเขาสมิงผ่านเว็บไซต์  ที่ผมเสนอไว้ใน

http://gotoknow.org/blog/chatboonya/195345

รวมๆ แล้ว  ผมใช้ ICT ในการทำงานในหน้าที่ศึกษานิเทศก์  ผมทำอะไรบ้าง

  1. ส่งเอกสาร สื่อ ให้ครูใช้ผ่านเว็บไซต์
  2. ใช้กระดานข่าว (blog,forum,facebbok,webboard)  เสนอแนวคิดการพัฒนาทางการศึกษา
  3. สาธิตการสอนออนไลน์อย่างง่ายๆ สอนนักเรียน ป.5 ป.6(เพราะยังไม่รู้อะไรที่มากกว่านี้)
  4. จัดประชุมอบรมสัมมนา และจัดงานแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม โดยใช้ระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นท์  มัลติมีเดียร์ (video conference/email/mobile phone etc.)
  5. ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานจากข้อมูล สถิติ ที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของ บริติช เคานซิล

เท่าที่ทำมานี้ เกิดผลความสำเร็จอย่างไร ผมก็ตอบได้บ้าง  ไม่ได้บ้าง เช่น 

ข้อ 1 ตอบไม่ได้  แต่ไปที่ไหน ก็มักมีคนมาบอกว่าได้ดาวโหลดของพี่ ของอาจารย์ไปใช้   ข้อ 2 ก็ตอบไม่ได้   แต่มีคนมา  add เป็น friends เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

ข้อ 3 ตอบได้ 

ข้อ 4 ตอบได้   ที่ตอบได้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อ 5 

แม้จะตอบได้บ้างก็ ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะส่งผลต่อผู้เรียนอย่างไร

ถ้าจะตอบได้ก็คงต้องอาศัยระบบการนิเทศ ทั้งระบบจากระดับนโยบายชาติ ไปถึงโรงเรียน

แล้วจะนำ จะนำ  ICT ไปสร้างนิเทศแนวใหม่อย่างไร  ช่วยระดมสมองกันไหมครับ  ผมคงทิ้งไว้แค่นี้ก่อน   รอฟังจากท่านบ้าง

สวัสดีครับ

ชัด บุญญา

ทราบเมื่อสักครู่นี้ว่างาน วันที่ 6 -7 พฤษภาคม 2553 จะเลื่อนไป 17-18 พฤษภาคม 2553  ก่อนถึงวันนั้น ก็น่าจะได้แนวคิดของบางท่านที่เข่ามาไปคุยกันในวันนั้นบ้าง