รายการปุจฉา-วิสัชนาธรรมกับพระอาจารย์อารยะวังโส ทางสถานีวิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2552
ปุจฉา : ถ้าเขาได้รับความรู้ในสิ่งที่ถูกต้องและได้เห็นความถูกต้อง พื้นฐานของเขาก็พร้อมที่จะมาพบแสงสว่างใช่ไหมครับ
วิสัชนา : ตรงนี้คือผู้ที่มีปัญญาทั้งหลายและผู้ที่มีความเห็นที่ถูกต้อง ต้องช่วยกันอย่างเป็นรูปแบบ ช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพราะว่ามันเป็นภาวะของมหาภาค ที่ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งทำ แต่ต้องทำพร้อมๆกัน อย่างเช่น ที่ทำต่อเนื่องมาในการนำประชาชนชาวไทย คณะพระสงฆ์ทำศาสนกิจที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่พระอุโบสถวัดพระแก้ว (สวดพระปริตร อธิษฐานจิตเพื่อแผ่นดินไทย http://gotoknow.org/blog/arayawangso/336759 )
ถือเป็นการน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงอยู่ในวัยพระชราภาพ มีพระอาการประชวรอยู่เป็นระยะๆ สิ่งเหล่านี้ก็ต้องทำกัน และทำมาถึง 17 ครั้งแล้ว (ปัจจุบันเป็นครั้งที่ 20) ให้โยมฐาปนา รักติประกร ประสานงานกับพระบรมมหาราชวัง ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน
ตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านสุรยุทธ จุฬานนท์ บ้านเมืองมีวิกฤตการณ์เกิดขึ้น ปัญหาไฟใต้โน่นไปทำถึงปัตตานี ก็มีระดับผู้รู้ผู้เกี่ยวข้องในบ้านในเมือง บางคนบางคณะว่ามานั่งสวดมนต์อยู่อย่างนี้แล้วได้อะไร เขายิงกันจะเป็นจะตาย มันก็มีคนคิดอย่างนี้ แล้วคนที่คิดอย่างนี้ก็เกิดเป็นคนที่มีบทบาทฐานะทางสังคม ถ้าคนเหล่านี้ที่มีความคิดวิปริตรมาเป็นผู้นำของสังคมนี่ยุ่งตายเลย ใช่ไหม ถ้าคนที่เป็นผู้นำสังคมคิดเป็นมิจฉาทิฏฐินี่ สังคมนั้นวิบัติเร็ว เพราะคนที่เป็นผู้นำมีอำนาจในการชักนำสังคมจูงใจได้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงยกธรรมะขึ้นมาเป็นพระราชดำรัสพระราโชวาทของพระองค์ท่าน ว่าทำอย่างไรให้คนดี แม้มีอยู่น้อยนี้ขึ้นมาปกครองคนไม่ดี เพื่อจัดระบบระเบียบสังคมตรงนี้ให้อยู่ด้วยกันได้ จึงฝากไว้ให้ประชาชนชาวไทยเลือกผู้แทนที่ดี เลือก “สัทบุรุษ”ไม่ใช่เลือก “อสัทบุรุษ”
อสัทบุรุษ คือ ไม่ใช่คนดีปัญหาตรงนี้ คือ ในหลวงพระราชทานอำนาจดังกล่าวของพระองค์ให้กับปวงชนชาวไทย สมัยพระบาทสมเด้จพระปกเกล้าเจ้าอยุ่หัว พระองค์มอบให้กับปวงชนชาวไทย ไม่ใช่มอบให้คณะใดคณะหนึ่ง ไม่ใช่คณะนั้น คณะนี้ ไม่ใช่พรรคนั้น พรรคนี้ ไม่ใช่ให้มาแย่งชิงความรักชาติจนน้ำลายไหล ต้องการให้มีความสำนึกในการรักชาติ อย่างมีความกตัญญูกตเวทิตาจริงๆ แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่พรรคการเมือง ปัญหามันอยู่ที่ปวงชนชาวไทยต่างหาก
วันนี้การแก้ระบบองค์กรมีปัญหา เพราะปัญหามันอยู่ที่ต้นเค้าต้นเงื่อน ก็คือประชาชนชาวไทยต่างหาก จะมาเกี่ยวข้องกับองค์กรนั้น จะมาเกี่ยวข้องกับบุคคลนี้ อะไรทั้งหลายมาจากประชาชนชาวไทยทั้งหมด บนพื้นฐาน 60 กว่าล้านคนที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะฉะนั้นเมื่อจะทุกท์จะสุข มันเป็นมหภาคแล้ว เป็นพหุชน เป็นพหุกรรม กรรมอันรวมอันใหญ่ ก็มาจากประชาชน ไม่มีหรอกจะมาบอกว่า ฉันเป็นตาสีตาสา ยายมียายมา ไม่ใช่เรื่อง เป็นเรื่องของคนเมือง คนเมืองหลวงก็บอกว่า เรื่องของคนชนบทเลือกมา
ทุกคนต้องรับผิดชอบสังคม ความรับผิดชอบสังคมไทยร่วมกันตรงนี้ คือ มหภาคของความจริงที่เป็นชะตากรรมของสังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมอบพระราชอำนาจให้กับปวงชนชาวไทยเลือกสัทบุรุษ ไม่ใช่เลือกอสัทบุรษขึ้นมา มันอยู่ตรงนี้ต่างหาก แต่ถ้าปวงชนชาวไทยเลือกอสัทที่ขาดศีลธรรมเข้ามา และก็ยังเชียร์อสัททั้งหลายอยู่ คิดว่าคนนี้ดี สุดท้ายทิ้งศีลทิ้งธรรม มันก็ต้องทุกข์แน่นอน เมื่อทุกข์แน่นอน เศรษฐกิจปั่นป่วน สภาพธรรมชาติทั้งหมดทั้งหลายปั่นป่วน มีแต่ความวุ่นวาย โทษใครล่ะ ปวงชนชาวไทยต้องรับกรรมอันนี้ทุกคน 63 ล้านคน
#####################
อ่านตอนแรกได้ที่นี่ค่ะ
1. วันนี้สังคมไทยต่างว่ากันว่า...
http://gotoknow.org/blog/arayawangso/354498
2. วันนี้ที่เราวิปลาส
http://gotoknow.org/blog/arayawangso/354515
4. หน้าที่ของปวงชนชาวไทย
http://gotoknow.org/blog/arayawangso/354707