พ.ศ.๒๕๕๓...ชีวิตของนักศึกษาบ้านนอกที่ไปทำงานช่วงปิดภาคในกรุงเทพฯ
เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งมาจอดที่หน้าบ้านแล้วเงียบไป แต่มีเสียงเจ้าของดังลั่นมาแต่ไกลแทน “ รี..อยู่บ้านไม๊ ” ฉันตอบกลับไปทันที ” อยู่จ้า ขึ้นมาเลย ” บ้านฉันเป็นบ้านไม้ยกพื้นใต้ถุนโล่ง ปลูกไว้บนเนินเตี้ย ๆ บนบ้านจะมีห้อง ๖ ห้อง ระเบียงกลาง ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอนพ่อกับแม่ ห้องนอนพี่สาว ห้องนอนน้องชาย และห้องนอนของฉัน ซึ่งเป็นห้องใหม่ที่พ่อต่อเติมเมื่อปีกลาย เมื่อเห็นว่าฉันและพี่สาวซึ่งนอนร่วมห้องกันโตพอที่จะมีโลกส่วนตัวของตัวเอง
ฉันมีพี่น้องสามคน พี่ลออ ฉัน และน้องต้วนหรือมีชื่อจริงว่าเด็กชายรุ่งโรจน์ พี่ลออเรียนครูเพราะเธอเป็นคนเรียบร้อย ตั้งความหวังอาชีพในอนาคตไว้ว่าจะเป็นคุณครู ส่วนฉันกะเปิ๊ปกะป๊าบทะโมนไปตามเรื่อง แต่ก็ตั้งความหวังไว้ว่าจะเป็นช่าง จึงสมัครไปเรียนเทคนิค ส่วนน้องชายปีนี้ขึ้นเรียนชั้นประถมปีที่ห้า ฉันสนิทสนมกับน้องชายมากเพราะเราต่างก็ซนไม่แพ้กัน หาเรื่องสนุก ๆ มาเล่นกันได้ทุกวัน แต่เราก็ไม่เคยทะเลาะกัน ชาวบ้านต่างก็ชมให้พ่อกับแม่ฟังเสมอว่า บ้านนี้เลี้ยงลูกดีไม่เคยทะเลาะกันเลย พ่อกับแม่ได้แต่นั่งยิ้ม ส่วนเราสามพี่น้องหัวใจพองโต เพราะพ่อกับแม่คือสิ่งที่เรารักและบูชา เป็นพระในบ้าน เมื่อเห็นท่านมีความสุขเราก็สุขด้วย เราสามพี่น้องจึงสร้างแต่เรื่องที่ทำให้ท่านมีความสุข
ทุกวันหลังเลิกเรียน ฉันและพี่สาว กลับถึงบ้านก็ช่วยงานบ้านแม่จนแล้วเสร็จ จากนั้นฉันก็จะเดินไปที่ปลานเนินซึ่งจะมองออกไปได้ไกล เห็นโรงเรียนที่ฉันเคยเรียนเมื่อตอนประถมและตอนนี้น้องต้วนก็เรียนอยู่ที่นั่น เห็นที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ ตลาดสด และกลุ่มต้นสนหน้าโรงเรียนปลายพุ่งสูงเฉียดฟ้า ฉันยืนมองสิ่งเหล่านี้ได้ทุกวันอย่างไม่รู้สึกเบื่อ ฉันซึมซับสิ่งที่ฉันคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ทุกวันนี้จะมีสิ่งเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม...ฉันรักบ้านฉัน
ฉันลุกจากกองหนังสือที่กำลังทำรายงานส่งครู เป็นวิชาสุดท้ายก่อนจบปวช. และเกรด ๓.๕ ของฉันดีพอที่จะได้โควต้าเรียนต่อในระดับปวส.ที่วิทยาลัยเดิม ฉันรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องไปแข่งขันกับใครเพียงแต่เราตั้งใจเรียนมากขึ้นเท่านั้นเอง สิ่งเหล่านี้ฉันไม่ได้ประมาท เพราะถึงเราจะได้เกรดสูงแต่ก็เป็นวิทยาลัยต่างจังหวัดและมีคู่แข่งอีกมากมายที่เราจะต้องพบเจอในการสอบเข้าเรียนต่อหรือทำงานเมื่อจบการศึกษา เสียงนิตาเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ได้โควต้าเรียนต่อเช่นเดียวกับฉันเดินขึ้นบันไดมา ฉันเปิดประตูรับ วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านไปทำบุญที่วัดกันหมด ส่วนฉันทำรายงานยังไม่เสร็จก็เลยต้องอยู่โยงเฝ้าบ้านคนเดียว
“ รายงานยังไม่เสร็จอีกหรือ ของเราเสร็จแล้ว ”นิตาถามและบอกถึงรายงานของตัวเอง “ ยังจ้า เหลืออีกหัวข้อเดียว ”ฉันตอบพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ และถามนิตา”กินข้าวมาหรือยัง ” เสียงนิตาที่เดินตามหลังมาตอบว่า”เรียบร้อยมาแล้วจ้า ” “ งั้นกินผลไม้ละกัน แม่จัดไว้ให้ก่อนไปวัด”ฉันพูดพร้อมเลื่อนจานไปให้นิตาซึ่งนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับฉัน
นิตานั่งก้มหน้าก้มตากินผลไม้อย่างเงียบ ๆ ไปได้ครู่หนึ่ง ก็หันหน้ามาทางฉันซึ่งกำลังปั่นต้นฉบับรายงานอย่างเร่งรีบ เพราะกะระยะเวลาไว้ว่าถ้าทำเสร็จทันแม่กลับมาจากวัดก็จะได้ไปเที่ยวกับนิตา “รี ไปทำงานกับเราที่กรุงเทพไม๊ กว่าโรงเรียนจะเปิดเทอมอีกนาน”
ฉันละสายตาจากต้นฉบับรายงานหันหน้ามาทางนิตาและถามว่า ”งานอะไรหรือ แล้วทำไมต้องไปทำถึงกรุงเทพ”
โปรดติดตามตอนต่อไป
สวัสดีครับ
ภัทรพล คำสุวรรณ์
หวัดดีค่ะพี่บ่าวช่างใหญ่
แล้วนายช่างใหญ่เราก็กลับมาพร้อม นวนิยายย้อนอดีต จะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ
ภาพงามมากๆ เห็นทะเลหมอก ไกลๆ ที่ไหนหนอคะเนี่ย . ถูกใจอย่างแรง ขอบคุณค่ะ
หวัดดีน้องปูเหอ
ไม่ได้ย้อนครับ...ใหม่ ๆ ลงจากเตาเลย...เขียนไว้หลายวันแล้ว...เพิ่งขึ้นมาให้อ่านกัน...รูปทะนู้แหละที่น้องปูเคยทำงานนั้น
โชคดีน้องเหอ
ต้องติดตามตอนต่อไปอีกอยู่แล้วจ้า คนเขียนรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ขอบคุณครับคุณกิ๊กที่แวะมาเยี่ยม...รอนะครับ..อิอิ
ว่าไฉ พองมือเลย เพิ่งลงจากเตานี่เอง อิ อิ
ทางนู๋นะ ทางไหนคะ ทางเหนือ หรือทางอิสาน
ช่วงนี้ไม่เห็นรถแปลกๆ มีแต่เรืองามๆ มาฝากค่ะ
สวัสดีน้องปูเหอ
รูปแถว ๆ นั้นแหละ..ฮ่าย!!!หัวเรือสวยคาด
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ติดงานที่ชุมพรพอดีครับ๒๔-๒๗พค...ส่วน ๓๐ พค.-๓มิย ไปทุกจังหวัดในภาคใต้ครับ....เสียดายไม่ทัน
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับนายช่างใหญ่ แวะมาเยี่ยมเยียน..ปลายเนิน..พร้อมกับขอบพระคุณที่แวะไปทักทาย ครับ.
อ่านสนุกดีค่ะ..จะติดตามตอนต่อไปนะคะ ^^
สวัสดีครับคุณเบบี้
กำลังเก็บข้อมูลอยู่ครับ คาดว่าไม่นานคงออกวางแผงครับ...อิอิ..ว่าไปนั่น
โชคดีครับ