เรื่องนี้...มาแล้ว

S-me
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สังคมทุกวันนี้กำลังมองเรื่องนี้อย่างไร...แต่อิสลามมองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องรับรู้และไม่มีสิทธิปฏิเสธ...ทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่ายาก...แล้วต้นต่อมันมาจากอะไรกันแน่...
ทำไมอิสลามอนุญาตให้มีภรรยามากกกว่า 1 แต่ไม่เกิน 4
โดย บรรจง บินกาซัน

หลักการอิสลามที่อนุญาตให้มุสลิมมีภรรยาได้เกินกว่าหนึ่งแต่ไม่เกิน 4 คน เป็นเรื่องที่ต่างศาสนิกส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ชายให้ความสนใจและอยากจะเป็น มุสลิมกัน ในขณะที่ผู้หญิงทุกคนมองว่าหลักการข้อนี้เป็นการกดขี่ทางเพศ อันที่จริงแล้วทัศนคติเช่นนี้เกิดขึ้นเนื่องจากความเข้าใจผิดดังกล่าว จึงขอหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่คน ที่ยังเข้าใจผิดอยู่โดยสังเขป

ความจริงแล้ว การที่ผู้ชายมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนเป็นเรื่องที่มนุษย์ปฏิบัติกันมาตั้งแต่ ก่อนหน้าสมัยอิสลามเสียอีก และการมีภรรยาหลายคนนั้นก็มิได้มีการจำกัดจำนวนหรือกำหนดเงื่อนไขไว้เป็นกิจ ลักษณะ แต่ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของชายผู้เป็นสามีเสียเป็นส่วนใหญ่ แม้ในปัจจุบันการมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนก็ยังเป็นที่ปฏิบัติกัน ถึงแม้กฎหมายจะกำหนดไว้ให้ชายจะต้องจดทะเบียนสมรสกับภรรยาเพียงคนเดียวก็ตาม

หากเรามีใจที่ยุติธรรมต่อสังคม เราจะเห็นว่าการมีภรรยามากกว่าหนึ่งคน ในบางสถานการณ์เป็นเรื่องที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อสังคม โดยเฉพาะในสังคมสมัยเก่าที่ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับ ผู้ชายแต่เพียงอย่างเดียว ในอดีตหญิงหม้ายและหญิงสาวบางคนจำเป็นต้องแต่งงานกับผู้นำหรือผู้มีอำนาจใน เผ่า เพื่อแลกกับการเลี้ยงดูและการคุ้มครองจากการถูกฉุดคร่าอนาจาร สาวใช้บางคนก็เต็มใจที่จะยอมเป็นภรรยาของนายเพื่อยกฐานะของตน ในขณะที่เจ้าเมืองบางคนก็เต็มใจที่จะยกลูกสาวของตนให้เป็นภรรยาของเจ้าเมือง ของตน นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์และอนาคตของบ้านเมือง ของตน และชี้ให้เห็นว่าในบางสถานการณ์ การมีภรรยาหลายคนเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น ยังมีอีกหลายกรณีที่เรื่องเช่นนี้เป็นความต้องการของผู้หญิงเอง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ การมีภรรยามิได้มีการจำกัดจำนวนเอาไว้ ใครจะมีมากเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับบารมี อำนาจและความสามารถของแต่ละคน ดังนั้น ในสมัยก่อน ผู้ที่มีอำนาจ มีความมั่งคั่งจึงมีภรรยานับสิบนับร้อยคน และการที่มีภรรยามากมายหลายคนนี่เองที่ทำให้ผู้ชายไม่สามารถให้การดูแลและ ตอบสนองความต้องของผู้หญิงได้ทั้งหมด ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ผู้หญิงบางคนยังถูกปฏิบัติเหมือนทาสในเรือนที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงแต่ประการ ใดในสังคมหรือแม้แต่ในตัวเอ

เมื่อมาถึงสมัยของอิสลาม การปฏิรูปสถานภาพสตรีเพศก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอนโดยอิสลามได้ สั่งห้ามการฝังทารกหญิงทั้งเป็น ซึ่งเป็นที่ปฏิบัติกันในหมู่ชนชาวอาหรับ ก่อนหน้าสมัยอิสลามโดยเด็ดขาด คำสอนในกุรอานสอนให้ผู้ชายเห็นอกเห็นในความลำบากของเพศหญิงผู้เป็นแม่ที่ ต้องแบกครรภ์ทารกอยู่ในท้องเป็นเวลาถึง 9 เดือน และเมื่อคลอดทารกออกมาด้วยความเจ็บปวดแล้ว ผู้เป็นแม่ก็ยังต้องเฝ้าเลี้ยงดูลูกอีกนานนับปี จนเรื่องนี้ถึงกับมีคำสอนจากท่านศาสดามุฮัมมัดว่า “สวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมารดา” นอกจากนั้นแล้วอิสลามยังถือว่าในการพิจารณาบาปบุญคุณโทษนั้น อัลลอฮ.จะพิจารณาเพศชายและเพศหญิงอย่างเท่าเทียมกันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปสถานภาพของผู้หญิงในอิสลามนั้นดำเนินไปโดยคำนึงถึงความเป็นจริงของ สถานการณ์ทางสังคมที่เป็นอยู่ในเวลานั้น และสถานการณ์ที่อาจจะต้องเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต อิสลามมิได้ห้ามผู้ชายให้เลิกมีภรรยาหลายคนเสียเลยทีเดียว แต่จำกัดจำนวนภรรยาลงจากที่ผู้ชายมีอยู่หรือต้องการจะมีเป็นจำนวนมากให้ เหลือเพียงแค่ 4 คน พร้อมกับการกำหนดเงื่อนไขที่ค่อนข้างจะปฏิบัติได้ยากไว้อย่างชัดเจนว่า “จะต้องให้ความยุติธรรม (ซึ่งหมายถึงการเลี้ยงดูภรรยาและบุตร) อย่างเท่าเทียมกัน” และถ้าปฏิบัติไม่ได้ ก็ให้มีเพียงหนึ่งเท่านั้น

" และถ้าสูเจ้าเกรงว่าไม่สามารถให้ความเที่ยงธรรมเกี่ยวกับเด็กกำพร้าได้ ดังนั้นจงแต่งงานจากในหมู่หญิงที่สบใจแก่สูเจ้าสองหรือสามหรือสี่ ครั้นถ้าสูเจ้าเกรงว่าให้ความยุติธรรมไม่ได้ ดังนั้นจงแต่งเพียงคนเดียว" (กุรอาน 4:3)

ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการป้องกันการแอบไปหาความสุขทางเพศกับหญิงอื่นที่มิใช่ภรรยาของตน เอง อันก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ติดตามมาและเพื่อป้องกันมิให้ผู้หญิงตกเป็นเครื่องตอบสนองความต้องการทางเพศ ของผู้ชายที่ไม่รับผิดชอบ อิสลามก็ได้วางบทลงโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างหนัก

หากเราวิเคราะห์ถึงบทบัญญัติแห่งคัมภีร์กุรอานดังกล่าวข้างต้นอย่าง ยุติธรรมและคำนึงถึงความเป็นจริงแล้ว เราจะเห็นว่าคำสอนของอิสลามนั้นมิได้เป็นคำสอนที่ปิดตายและใช้เฉพาะในยุค หนึ่งยุคใดเท่านั้น แต่หลักคำสอนของอิสลามสามารถนำไปใช้ได้ในทุกยุคสมัยและเป็นคำสอนที่ยอมรับ ความเป็นจริงของสังคมซึ่งเราจะเห็นได้ว่า

อิสลามยอมรับความต้องการทางเพศของฝ่ายชาย แต่อิสลามก็ควบคุมความต้องการนั้นให้อยู่ในทางที่ถูกที่ควร เช่น การส่งเสริมให้ชายหนุ่มรีบแต่งงานทันทีเมื่อมีความสามารถ แต่ถ้าหากแต่งงานกับภรรยาหนึ่งคนแล้วยังไม่เพียงพอก็มีอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสี่ โดยที่จะต้องทำพิธีแต่งงานอย่างถูกต้องและให้ความยุติธรรมในการเลี้ยงดูบุตร และภรรยาทุกคนโดยเท่าเทียมกัน แม้กระทั่งในเรื่องของมรดก
การที่อัลลอฮ . วางข้อกำหนดไว้ไม่ให้ผู้ชายมีภรรยาเกินกว่า 4 คน นั้นก็เพราะพระองค์เป็นผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมาและพระองค์ทรงรู้อุปนิสัยของ มนุษย์เป็นอย่างดี

ประเด็นสำคัญของหลักการเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่าถึงแม้อิสลามจะอนุญาตให้ผู้ชายมีภรรยาได้ไม่เกิน 4 คน แต่อิสลามก็มิได้สนับสนุนหรือส่งเสริมการมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนแต่ประการใด หากแต่หลักการนี้เป็นข้อกำหนดที่จะจำกัดจำนวนภรรยาของผู้ชายไว้โดยมี “ความยุติธรรม” เป็นเงื่อนไขสำคัญ ขณะเดียวกันก็เพื่อที่จะให้มุสลิมได้นำหลักการอิสลามไปใช้ในการแก้ปัญหา สังคมในบางสถานการณ์ที่จำเป็น เช่น ในกรณีที่ภรรยาป่วยเป็นโรคเรื้อรังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภรรยาได้อย่าง สมบูรณ์ หรือในกรณีที่ผู้ชายต้องล้มตายไปเป็นจำนวนมากในการทำสงครามจนก่อให้เกิดหญิง หม้ายและเด็กกำพร้า ซึ่งในกรณีนี้ ท่านศาสดามุฮัมมัดเองก็ได้ทำเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว โดยการที่ท่านได้แต่งงานกับหญิงหม้ายบางคนที่มีอายุมากกว่า ทั้งนี้เพื่อยกฐานะของเธอโดยมิได้หวังการตอบสนองทางเพศแต่ประการใด

ดังนั้น การที่ชายมุสลิมมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนและมีผลทำให้เกิดปัญหาครอบครัวขึ้นมา นั้น เราจะไปโทษคำสอนของอิสลามไม่ได้ แต่ผู้ที่สมควรจะต้องได้รับการกล่าวโทษก็คือผู้ที่นำคำสอนของอิสลามไป ปฏิบัติอย่างไม่ถูกต้องต่างหาก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ลิ้นและหัวใจ



ความเห็น (3)

สลามคะ..คุณ S-me ดิฉันเคยเสนอวิธีคิด สำหรับการมีภรรยามากกว่า 1 ในอิสลาม ไว้ใน blog ของดิฉัน คะ..

http://gotoknow.org/blog/islam/259048

วิธีคิดสำหรับการมีภรรยามากกว่า 1  อยู่ในบล๊อคของดิฉันเองคะ

เขียนเมื่อ 

สล่ามค่ะ คุณผุสดี

สำหรับบล็อกของคุณผุสดีนั้น ดิฉันได้นำส่วนของ Science-job มารวมไว้ระยะหนึ่งแล้ว ก็ได้เข้าไปอ่านมาก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกันค่ะ แต่ไม่มั่นใจว่าหากมีเหตุที่ทำให้เรามีความทุกข์นั้น เราจะทำใจได้อย่างที่เขียนไว้หรือเปล่าค่ะ เพราะเรื่องนี้ดิฉันเชื่อว่า มันเป็นการทดสอบที่หนักสำหรับผู้หญิงถึงขนาดว่า ต่อให้เดิมหญิงคนนั้นจะมีอีหม่านที่เข้มแข็งมากก็ตาม บางคนก็ดีแตกไปเลยก็มีน่ะค่ะ และสำหรับชายนั้น ถ้าจะทดสอบว่ามีอีหม่านจริงแค่ใหนก็สามารถดูได้จากเรื่องนี้เช่นเดียวกันน่ะค่ะ วัลลอฮุอะอฺลัม