โครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่ตาวและศูนย์ข้อมูลลุ่มน้ำแม่ตาว
Mae Tao Basin Development Project and Data Base Centre
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่ตาว เกิดขึ้นจากความพยายามแก้ไขปัญหา การปนเปื้อนสารแคดเมียม ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาว กว่า 13,000 ไร่ เมื่อปี 2547 ครั้งนั้น หลายหน่วยงาน ได้เข้ามาร่วมทำแผนแม่บท การแก้ไขปัญหาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาว ทั้งภาครัฐ ประชาชน และเอกชน จึงเห็นความจำเป็นร่วมกัน ในการจัดตั้งศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่ตาวขึ้น ในการเป็นศูนย์กลางการประสานงาน ,ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลและอำนวยความสะดวก สำหรับประชนชนและหน่วย งานทุกภาคส่วน ในการเข้ามาร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 ตำบล คือ แม่กุ แม่ตาว และพระธาตุผาแดง ของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่ตาว เป็นโครงการพิเศษของรัฐ ซึ่งมีทั้งข้าราชการ ภาคเอกชนและภาคประชาชนร่วมปฏิบัติงานประจำ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์และแผนงาน ที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดทำ โดยเน้นการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับประชนชนในพื้นที่ให้มากที่สุด ด้วยหวังให้การร่วมมือร่วมใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่ฯครั้งนี้ จะทำให้ผู้คนในชุมชนท้องถิ่นลุ่มน้ำแม่ตาว ได้กลับไปมีชีวิตที่ปกติสุขดังเดิมโดยเร็วและยั่งยืน
"เพื่อการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้"
การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องแก้ที่คน
เพราะคนเป็นตัวสร้างปัญหา
ภาระงานที่ยิ่งใหญ่ที่แม่ตาวเป็นอย่างไรบ้างครับ
หลักสำคัญในการทำงานของคณะทำงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่ตาว
คือ คน ข้าว ดิน = คนจะอยู่อย่างไร, จะเอาข้าวที่ไหนกิน, ดินจะปลูกอะไร
เป็นการแก้ปัญหาแบบองค์รวมเพราะคงแยกแก้ไม่ได้ ทุกอย่างเกี่ยวพันกันหมด
จริงแล้วการแก้ปัญหาภายใน(พื้นที่)ไม่ค่อยมีปัญหา มีแต่ภายนอกที่เข้ามาเป็นตัวเร่งให้เกิดปฏิกิริยา
(กรณีนี้หมายถึงข่าวสารและการสื่อสาร) และงานวิจัยที่ไม่ค่อยนำความรู้กลับคืนชุมชนมากกว่าค่ะ
เมืองหน้าด่าน ที่คอยปกป้องข้าศึก ให้แก่อโยธยา บัดนี้ กำลังได้รับความเดือดร้อน
กระผมคิดว่า ถ้าเราสามารถใช้อะไรสักอย่างมาบ่งบอกได้ว่า พื้นที่บริเวณไหนมีแคดเมียม บริเวณไหนไม่มีแคดเมียม จะมีประโยชน์หรือไม่
ต้นไม้บางชนิดสามารถบ่งบอกอาการได้ แม้แต่ต้นไม้ที่เพาะง่ายๆ อย่าง ถั่วแดง นี้เป็นข้อมูลจากตำราในแดนไกล
การทดลองวิทยาศาสตร์
โครงการปลูกต้นถั่วเหลือง เพื่อช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากสารแคดเมียม
http://sites.google.com/site/nakwit/maesot/soybean
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ
ขณะนี้โครงการกำลังจัดทำเอกสารชุดความรู้ 5 ปีโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่ตาว
ท่านใดเคยผ่านตางานวิชาการที่ศึกษาในพื้นที่ 3 ตำบลลุ่มน้ำแม่ตาว
กรุณาให้ข้อมูลเพื่อรวบรวมเป็นชุดความรู้ของท้องถิ่นด้วยค่ะ
สวัสดีครับ
ผมไปค้นข้อมูลจากห้องสมุดกรมทรัพยากรธรณี แล้ว เจอรายงานฉบับรวม ของ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานฯ ที่ค่อนข้างครอบคลุม บอกว่า แคดเมียมมาจาก การผุพังของแร่สังกะสีซัลไฟด์ ในน้ำบาดาลใต้ภูเขาลึกสามสิบเมตร และก็มีฉบับอื่นๆ บอกว่า มาจากธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ผมก็สงสัยว่า ทำไมข่าวที่ออกมาถึงบอกว่า ชาวบ้านบอกว่า อยู่มาเกินสองร้อยห้าสิบปีแล้วไม่เห็นป่วย เป็นอย่างนั้นไปละครับ เพิ่งจะมาป่วยในช่วงหลังนี้
อีกเรื่องนึงที่สงสัยคือ ทำไมรายงานฉบับอื่นๆ ถึงพูดถึงแต่ แหล่งแร่ทุติยภูมิ แต่ไม่พูดถึงแหล่งแร่ปฐมภูมิ ก็เลยมองว่า รายงานอื่นๆ หาครอบคลุมได้ยาก เท่ารายงานของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ แต่ว่า เพิ่งรู้ว่า search ผ่าน ทรัพยากรห้องสมุด ทางเวบไซต์กรมทรัพยากรธรณีได้ครับ จะมีเอกสารตามมาอีกมากเลย
ผมสงสัยอยู่เรื่อง การดูแลสุขภาพ ว่า ชาวบ้านมีโภชนาการอาหารหรือเภสัชอันใดเสริมบ้างครับ อย่างพวก วิตามินอี หรืออะไรอย่างนี้ หรือว่า หมอพื้นบ้าน ได้ค้นคว้าสมุนไพรที่ช่วยกันพิษได้บ้างหรือเปล่า