มีคนเคยบอกผมว่า "การทำวิจัยกับการทำวิทยานิพนธ์มันมีจุดต่างอยู่ที่ว่า...วิจัยเราทำเพราะเรามีพื้นฐานเดิมในเรื่องนั้นแต่วิทยานิพนธ์เราทำเพราะเราไม่รู้เราจึงอยากหาคำตอบ" ผมใช้เวลาพิสูจน์และเข้าใจว่าสิ่งนี้ที่มีคนบอกให้ผมฟังผมเชื่อมันแล้วจากการรอคอยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

     ๑ เดือนมานี้พยายามใช้ทุกวิถีทางในการที่จะทำให้งานเดินไปต่ออย่างถูกทิศทางสิ่งสำคัญที่เป็นปัญหามากที่สุดสำหรับผม คือ เรื่องของการทำอารมณ์ ผมเลยสร้างสมการในความสำเร็จของผมขึ้นมาว่า (อารมณ์+อดทน = วิทยาินิพนธ์) พยายามอ่านพยายามหาคำตอบ เมื่อวานใช้เวลารวบรวมตั้งใจทำให้เสร็จในเมื่ออาจารย์ต้องการแบบนี้ (ไม่ชอบเลยครับงานนี้) ทำไงได้ในเมื่ออยากจบก็ต้องพบเผชิญกับมัน ฮือๆๆๆ (เข้าใจผมบ้าง)

       คำถามยอดฮิตที่ผมได้รับช่วงนี้ คือ เมื่อไหร่จะจบ? ผมก็งง ผมเรียนนานแล้วหรือ ? หรือท่านไม่เข้าใจที่ผ่านมาท่านใช้แรงงานขนาดไหนกับสองปีที่ผ่านพบ ? และส่วนใหญ่คนที่ถามก็น่าจะเข้าใจสิ่งนี้เพราะท่านก็ผ่านมาก่อนผม อิอิ แต่ระยะหลังผมเริ่มคุ้นชินกับคำถามดังกล่าวเพราะระบบแต่ละที่ไม่เหมือนกันผมเพิ่งมีเวลาก็แค่ ๕ เดือนหลังนี้กับการริเริ่มต่อเติมเส้นทางฝันของผม ทุกวันนี้ผมรู้แค่ว่าผมจะทำมันให้ดีที่สุดแม้จุดจบสุดท้ายจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็ทำดีที่สุดแล้ว (อินชาอัลลอฮฺจบแน่ครับท่าน อิอิ เพราะทุกวันนี้ก็นำหน้าเพื่อนๆอีกหลายขุมในรุ้่นเดียวกันที่สำคญทำได้ดีกว่ารุ่นพี่และนำหน้ารุ่นพี่อีกหลายคนกับสาขามหาหินของสถาบันนี้ อัลฮัมดุลิลละฮฺ) สังเกตว่าคนที่ไม่ถามเพราะเขาไม่เคยเจอเลยเข้าใจ (รึป่าว) อิอิ

        ปัญหาที่ผมกำลังพบ คือ เรื่องเวลาของอาจารย์ที่ปรึกษาเพราะครั้งล่าสุดที่พบอาจารย์ท่านบอกผมว่าตอนนี้ทางหลักสูตรมี อ. ที่เหลืออยู่เพียงสามท่านกับศิษย์ที่มีอยู่เกือบ ๕ รุ่นทางออกของปีนี้ คือ ต้องปิดหลักสูตรการเปิดรับชั่วคราว (เพราะอาจารย์ไม่มีเวลาดูแล+นักศึกษาก็หาเวลาลงตัวกับอาจารย์ยากเหมือนกัน อิอิ)

          ทำให้ผมย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวของการเปิดหลักสูตรภาษาไทยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมมองว่ามันมีความจำเป็นอย่างมากแต่ภายใต้การก่อเกิดสาขาวิชาดังกล่าวต้องสร้างเอกลักษณ์และความพร้อมมากกว่านี้จะได้ไม่เป็นเวทีทีมีแต่คำถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ โดยเฉพาะหลักสูตรและตัวผู้สอน (ฝากผู้เกี่ยวข้องแล้วกันครับ ผมคงให้ได้แค่กำลังใจในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วยความหวังและดุอาอฺ)

       ตอนนี้ผมมีหน้าที่รอครับ รอ แล้วก็รอเพราะตอนนี้ผมพร้อมรบพบอาจารย์อีกครั้งแต่อาจารย์ท่านเรียนมาว่าท่านติดประชุมปรับจัดทำหลักสูตรใหม่ทั้งสัปดาห์ อิอิ ผมเจอโรคเลื่อนหลายรอบแล้วครับทั้งๆที่เราพร้อมแล้ว อิอิ  (คติของผม คือ ไม่พร้อมไม่ไปใครจะว่ายังไงก็ช่าง ไปแล้วผมต้องตอบท่านได้ อิอิ) นี่ คือ เหตุผลที่ผมนำหน้าเพื่อนๆอยู่หลายขุมครับ เพราะไม่ไปมือเปล่า (งานนี้ก็ขอขอบคุณท่าน อ.จารุวัจน์ สองเมือง นั่นแหละครับที่พยายามถอดบทเรียนจากหลายอย่างที่ท่านถ่ายทอด ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองและตอบแทนท่านครับ) อย่างน้อยผมก็ได้พิสูจน์แล้วว่าผมคิดซับซ้อนมากไปในบางครั้งจนอาจารย์ท่านว่า ยากไปหรือป่าว ? อิอิ ทำแบบนี้ดีไหม๊ อยากบอกครับว่าเพราะท่านให้ทำง่ายไปเลยคิดอะไรไม่ออก ฮ่าๆๆๆ

        บทสรุปจุดจบของผมจะเป็นอย่างไรมันคือบททดสอบที่ผมต้องรอคอยและยอมรับเผชิญมันต่อไปใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง เพราะผมคิดว่าทางที่ผมกำลังเดินคือบททดสอบที่คุ้มค่าเพื่อการตามหาตัวตนที่แท้จริงของผม (อัลฮัมดุลิลละฮฺ)

        คำว่า "คุณภาพ" กับ "ทำๆให้ผ่านๆไปก่อน" ผมว่าผมเลือกเส้นทางแรกแม้หลายคนที่ผมได้พบจะเลือกอย่างหลัง นี่กระมังผมถึงมิอาจทำลายเส้นทางเดินของผมได้ และบางครั้งผมเองควรหลีกทางยอมเป็นผู้แพ้ในอุดมคติของผมเพื่อให้สังคมส่วนใหญ่ชนะ อย่างน้อยความพ่ายแพ้ของผมก็ไม่เคยทรยศความตั้งใจจริงของความเป็นมนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้างเรามา แม้ผมจะมาจากดินก็ตาม...

       อดทน อดทน และอดทน  อย่างน้อยๆระหว่างเส้นทางของบททดสอบนี้ก็มีเรื่องราวดีๆเกิดขึ้นมากมายในชีวิตครับ (ความไว้วางใจ ประสบการณ์ และการได้เรียนรู้)

         ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ผ่านมาครับ "รู้ว่าไกลแต่จะไปให้ถึงซึ่งปริญญา"

บันทึกเพื่อเตือนความจำคุณค่าของการรอคอย...กว่าจะได้มา