วันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
วันเสียงปืนแตกที่บ้านนาบัว สกลนคร
วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2508

วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ผู้ที่เลื่อมใสลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ประกาศจัดตั้ง พรรคคอมมิวนิสต์ไทย หลังจากที่ได้เผยแพร่ลัทธิมาตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อ พ.ศ. 2475 โดยในตอนจัดตั้งใหม่ ๆ จะเป็นพรรคเล็ก ๆ ประกอบด้วยคนจีนและเคลื่อนไหวอยู่ในหมู่คนจีนส่วนน้อย
... ภายหลังการรัฐประหารเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ที่ฝ่ายทหารได้ทำรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลนายปรีดี พนมยงค์ สมาชิกพรรคจำนวนมากถูกจับ ทำให้พรรคยุติการเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย พลพรรคได้มุ่งสู่ชนบทเพื่อหาแนวร่วมจากประชาชนระดับล่าง ต่อมาใน พ.ศ.2495 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)
... พคท. เริ่มจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธมาตั้งแต่ พ.ศ. 2506 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ที่ราษฎรมีความยากจนค่นแค้นมากที่สุดของประเทศ ต่อมา ได้ขยายอาณาเขตไปทางภาคเหนือตอนบน ติดกับประเทศพม่า
... วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2508 วันเสียงปืนแตก เป็นวันที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการล้อมปราบ และ พคท.ได้ใช้กำลังอาวุธ ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เป็นครั้งแรก ที่หมู่บ้านนาบัว จังหวัดนครพนม ซึ่ง พคท.ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของสงครามประชาชน แต่นั่นเป็นเพียงการเริ่มต้น ที่จำกัดพื้นที่อยู่แค่บริเวณเขตงานภาคอิสาน ส่วนพื้นที่ในภาคอื่น ๆ ในขณะนั้น เป็นเพียงเป้าหมายต่อไปในการกวาดล้าง..... และนับจากวันนั้น การต่อสู้ระหว่างคนไทยด้วยกันแต่ต่างอุดมการณ์ก็ดำเนินเรื่อยมา รัฐบาลใช้นโยบาย การทหารนำการเมือง มีการสู้รบกันอย่างรุนแรงทั่วทุกภาค .....
... ซึ่งในเวลาต่อมา ทางปากใต้มีการ "แตกเสียงปืน" ครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2509 และ ภาคเหนือ "แตกเสียงปืน" ในปี 2511 แต่ทาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศให้วันที่ 7 สิงหาคม เป็น "วันแตกเสียงปืน" และเป็น "วันกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย" พร้อมกับประกาศ ยุทธศาสตร์ "ต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ ใช้ชนบทล้อมเมือง และยึดเมือง.."
หลังเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นักศึกษา ปัญญาชนหลายพันคนได้ตัดสินใจเข้าป่า เข้าร่วมการต่อสู้กับพรรค ส่งผลให้พรรคเข้มแข็ง มีพลพรรคเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฝ่ายรัฐบาลประเมินว่าพรรคมีกองกำลังติดอาวุธถึงหมื่นกว่าคน...
แต่ในขณะเดียวกัน ภายในพรรคก็เกิดความแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรงระหว่างสมาชิกรุ่นเก่ากับสมาชิกรุ่นใหม่ขณะที่อีกด้านหนึ่งรัฐบาลก็แก้เกมทางการเมืองได้ทันท่วงที โดยหันไปสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน ผู้ให้การช่วยเหลือรายใหญ่ของพรรคในเวลานั้น ทำให้รัฐบาลจีนต้องยุติการช่วยเหลือแก่พรรค....
รัฐบาลไทยหันมาใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ประกาศนโยบาย ๖๖/๒๕๒๓ อันมีสาระสำคัญ ให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเพื่อพัฒนาชาติไทย ไม่เอาผิดกฎหมายกับคนที่เข้าป่าจับอาวุธสู้กับรัฐ มีโครงการแจกที่ดินทำกินให้แก่ชาวบ้านที่ออกมามอบตัว
ส่งผลให้นักศึกษาและประชาชนออกมามอบตัวกันเกือบหมด ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยตกต่ำและล่มสลายลงในเวลาอันรวดเร็วตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา
และในวันที่ 7 สิงหาคม ของทุกปี พลพรรคของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในป่าเขา จะจัดให้มีการเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ ที่ว่ายิ่งใหญ่ในที่นี้ ก็ต้องว่ากันตามสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละเขตงาน บางเขตงานที่อุดมสมบูรณ์ ก็อาจจะมีการล้มหมู ล้มควาย เลี้ยงฉลอง จัดงานบันเทิงกันแบบ "บ่แจ้ง บ่เลิก" (ไม่สว่างคาตาไม่หยุด) และในทุกๆ งานบันเทิงของคนป่า การ รำวงสามัคคี กลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างเหนียวแน่น
ในเขตงานภาคใต้ การรำวงสามัคคี จะมีจังหวะจะโคน รำแบบ 3 ก้าวหยุด พร้อมเพรียงกัน แต่ทางฐานที่มั่นภาคอีสานและเหนือ อิทธิพลของวัฒนธรรมรำวงสามัคคีของลาวเข้ามามีบทบาทอย่างสูง จังหวะรำลาวที่ช้าเนิบนุ่มนวล เป็นจังหวะรำวงที่ได้รับความนิยมสูงสุด ....
... เขียนเรียบเรียงข้อมูลใหม่ โดย วิหคพลัดถิ่น ...
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวให้ได้รับรู้ เพราะแต่เดิมเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใต้ดิน
ขอแจ้งครูจ่อยว่า บ้านนาบัว อยู่ที่อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ไม่ใช่จังหวัดสกลนคร
เป็นคนรุ่นหลังคะ เลยไม่ค่อยจะรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ วันเสียงปืนแตก ก็เลยอยากทราบว่า หลังจากเหตุการณ์วันนั้นได้ให้บทเรียนอะไรบ้างคะกับประเทศไทยและคนไทย ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบ ขอบคุณคะ
ขอบคุณครับ ;)...
ผมลงไปทำวิจัยบ้านนาบัวมา...สิ่งที่ได้ข้อมูลจากชาวบ้าน...มันต่างกันกับเว็บที่เขียนมากมาย...เรื่องจริง เหมือนเพลง เซิงอีสานหงาคาราวาน คนอีสานอดยากปากแห้ง อยากได้ความเจริญจึงข้ามไปศึกษากับลาวกู้ชาติจึงมีแนวคิดความเสมอภาคของคอมมิวนิส มา พอดีชวงนั้นสหรัฐกับรัฐบาลไทยกลัวแนวคิดการปกครองเช่นนี้จึง ออกกฏหมายปราบปราม โดยมุ่งเน้น จากคนที่มาจากลาว จึงมุ่งเน้นบ้านนาบัวเป็นหลัก ในการเข้าไปของทหาร...มองคนทั้งหมู่บ้านว่าเป็นคอมมิวนิส ทำกับชาวบ้านอย่างสัตย์ จนวันนึงทหารข่มขืนคนท้อง...จนผัวเขาทนไม่ได้จับปืนขึ้นสู้...ด้วยความคับแค้นใจของชาวบ้านจึงรวมตัวกันขึ้นต่อสู้จากวันนั้นผ่านไปนับสิบๆปีที่ทหารไปตั้งฐานทับอยู่...ได้ทำอะไรใส่ชาวบ้านไว้บ้าง...คนที่ไม่สู้ก็อยู่ในหมู่บ้านอย่างสัตย์ ถูกทารุนต่างๆนาๆ จนนายกหมดสมัย...จึงมีการเจรจา...สงบศึกมาร่วมเป็นไทยด้วยกัน...