ไม่น่าเชือว่าจะใช้วิธีล้าสมัยขนาดนั้น

ผมรอดกลับบ้านได้หลังจากติดอยู่เกาะอังกฤษ 7 วันเต็ม เพราะฤทธิ์ภูเขาไฟชื่อเรียกยาก

Eyjafjallajoekull ที่ประเทศไอซ์แลนด์  มีเรื่องน่าสนใจอยากเล่าสู่กันฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ระบบการจัดการของสายการบิน (ไทย)  การเมืองกับวิชาการ (ในประเทศอังกฤษ)  กลไกตลาดแบบกำไรสูงสุด(ทั้งในอังกฤษ ยุโรป และเอเซีย)  รวมทั้งวิธีหาทางหนีออกจากเกาะอังกฤษของตัวเอง

ภูเขาไฟลูกนี้ทำเรื่องยุ่งจนฝุ่นฟุ้งกระจายไปสูง เป็นที่วิตกกังวล เพราะความพิเศษของมัน ที่เป็นภูเขาไฟในเขตหนาว

 

ภูเขาไฟปกติจะพ่นลาวา (และฝุ่นควันที่มาจากดินที่ปกคลุมปากปล่องภูเขาไฟ) ออกมาในอากาศ ฝุ่นส่วนใหญ่จะละเอียดและตกลงบนดินรวดเร็ว แต่นี่ปากปล่องภูเขาไฟเป็นธารนำ้แข็ง และใครๆก็รู้ว่า ธารนำ้แข็งไม่ใช่นำ้แข็งธรรมดา แต่เป็นนำ้แข็งที่เต็มไปด้วยตะกอนสารพัด เมื่อโดนความร้อนจากภูเขาไฟนำ้แข็งละลายก็จะพาเอาฝุ่นที่อยู่ในธารนำ้แข็งลอยไปพร้อมกับฝุ่นจากดินธรรมดา กลายเป็นดับเบิลฝุ่น ที่ลอยตัวอ้อยอิ่งแถมถูกลมพัดพาไปได้ไกล แต่ที่แน่ๆคือขึ้นสูงไปถึงเพดานบินของเครื่องบินส่วนใหญ่ (10 กม)

 

ผมอยู่อังกฤษ กำลังจะกลับเย็นวันพฤหัส พอเช้าวันพฤหัสเก็บของเตรียมออกจากที่พัก ก็มีข่าวว่าปิดสนามบิน ความคิดแว็บแรกที่เข้ามาในหัวคือ มีแต่คนกลัวเราจะปิดสนามบินไทยเพราะการประท้วง  นี่พระเจ้าประท้วง(มนุษย์ช่างทำลายสิ่งแวดล้อม) เอง ยึดสนามบินให้มันรู้ไป  แต่ยังใจเย็นว่า พระเจ้าคงใจดี เดี๋ยวคงเปิดให้บิน บ่ายวันนั้นผมยังไปประชุมตามนัด(สุดท้ายในรายการ) ตามปกติ หารู้ไม่ว่าปัญหากำลังลุกลามไปทั่วยุโรป

 

ตอนเย็นไปสำนักงานการบินไทย ขอเปลี่ยนไปบินออกจากปารีส เจ้าหน้าที่บอกว่า จะลอง "เทเล็กซ์" ไปขออนุมัติสำนักงานที่กทม แต่จะรู้ข่าวพรุ่งนี้ว่าจะเปลี่ยนได้ไหม (ไม่น่าเชือว่าจะใช้วิธีล้าสมัยขนาดนั้น)

เย็นนั้น ฝรั่งเศสประกาศปิดสนามบินต่อจากอังกฤษ ถึงได้อนุมัติก็ไปไหนไม่รอด