หลังกลับมาจากสตูลก็ได้เข้าทำงานที่สำนักงานเพียงวันเดียวครับ วันต่อมา (วันพฤหัส) ช่วงเช้าก็ทำงานอยู่ที่บ้านครับ เป้าหมายคือ นั่งปั่นบทความวิจัยกับแก้ไขโครงการวิจัยใหม่ให้สอดคล้องตามข้อเสนอแนะเบื้องต้นของที่ปรึกษา สุดท้ายเที่ยงเสร็จเพียงอย่างเดียวคือ บทความ ส่วนโครงการยังไม่ได้หยิบมาทำเลยครับ เลยได้แต่หวังว่าจะได้ไปนั่งทำระหว่างรอขึ้นเครื่อง รอบนี้มีเพื่อนร่วมทางร่วมภารกิจนี้ด้วยครับคือ อ.สุกรี หลังปูเต๊ะ คณบดีคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ แต่ท่านไม่ได้ออกจากปัตตานีพร้อมผมเพราะติดภารกิจช่วงกลางวัน ในขณะที่ผมรีบไปหาดใหญ่ เพราะจะไปส่งพ่อกับแม่ไปขึ้นรถกลับสตูล ความจริงพ่อก็บอกว่าท่านไปถึงหาดใหญ่ค่ำก็ได้ แต่ผมก็อดเป็นห่วงอีกนั่นแหละครับ เลยขอไปส่งท่านให้ได้ก่อนสี่โมงเย็น
รอบนี้ขับรถไปสนามบินแบบสบายๆ ครับ ไม่ต้องรีบเร่งอะไร เนื่องจากขึ้นเครื่องหนึ่งทุ่ม ถ้าไปคนเดียวไม่เลือกเที่ยวเวลานี้แน่ครับ แต่รอบนี้ท่านคณบดีเลือกให้บอกว่าจะได้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งความจริงจะมี รศ.ดร.ชัยรัตน์ จาก มวล.อีกท่านหนึ่งร่วมเดินทางด้วย เพื่อสองท่านจะได้ไปประชุมต่อที่อินโดนีเซีย (หมายถึง ขากลับผมกลับคนเดียว) แต่แล้วโปรแกรมไปอินโดฯ ยกเลิกครับ ผมเลยควงแขนท่านคณบดีขึ้นเครื่องไปสองต่อสอง ฮา ฮือ แต่สุดท้ายที่นั่งอยู่คนละที่เลยครับ
รอบนี้เลือกพักที่ รร.นิวเวอร์ลอร์ด ครับ เพราะใกล้กับที่ประชุม คือ กระทรวงศึกษาธิการ ถึงไปที่พักก็สี่ทุ่มกว่าครับ สิ่งที่ต้องรีบทำคือ ทำโครงการให้เสร็จ ทำไปเืกือบๆ เที่ยงคืน ไม่ไหวแล้ว ไม่เสร็จแน่ๆ ความจริงนึกว่าแก้ไขเล็กน้อยครับ ที่ไหนได้อ่านไปอ่านมารื้อยกชุด เอาละโครงการไม่เสร็จ ทำสไลด์ให้เสร็จก่อนดีกว่า ก็เลยนั่งทำสไลด์ไปเกือบๆ ตีหนึ่ง ไปไหวแล้ว ปิดไฟนอน (รู้สึกเลยครับว่า พออายุเพิ่มมากขึ้น ถึงใจอยากจะนั่งทำแต่สังขารไม่ให้แล้วจริงๆ)
ตื่นเช้ามาก็รีบหยิบงานมาทำต่อจนเสร็จครับ แล้วก็ออกเดินทางไปประชุมทันที อือ อย่างที่คิดครับ ถึงไปเร็วมากใช้เวลาจากที่พักไปที่ประชุมเพียงยี่สิบนาที ห้องประชุมกำลังถูกจัดเตรียมความพร้อมครับ หยิบเอกสารประกอบการประชุมมาดูก็เห็นว่า ผมต้องนำเสนอสองรอบ (หรือเปล่า) รอบแรกรายงานผลการวิจัยครั้งที่ผ่านมา และรอบที่สองนำเสนอโครงการต่อยอด ส่วนเอกสารที่มีรอบแรกเป็นบทสรุปสำหรับผู้บริหารของงานวิจัยที่เสร็จไปแล้ว ผมเพิ่งส่งมาให้ผู้ประสานงานเมื่อวานเองครับ (เขาเพิ่งบอก) ส่วนเอกสารอีกชิ้นหนึ่งเป็นโครงการใหม่ของผม แต่บังเอิญเป็นชิ้นเก่าที่ส่งมาให้ครับ มันเป็นโครงการชุด แต่สิ่งที่ผมจะนำเสนอเป็นโครงการเดี่ยว อันนี้ผมพลาดเองที่ไม่ได้ส่งของใหม่มาให้ก่อน
พอสถานการณ์เป็นอย่างนี้ผมเลยลังเลใจจะใช้สไลด์ที่ทำดีหรือเปล่า เพราะถ้านำเสนอไปก็เหมือนกันคุยคนละเรื่องเลย สุดท้ายก็เก็บไว้เฉยๆ ครับ นั่งฟังการประชุมไปก็ลังเลไป จะใช้สไลด์ดีหรือเปล่าหว่า แต่ก็ตัดสินใจไม่นำเสนอด้วยสไลด์ครับ เพราะเวลาเหลือน้อยมาก จนผมไม่ต้องรายงานผลรอบแรกแ้ล้ว และเกือบๆ จะไม่ทันได้นำเสนอโครงการใหม่เพราะหมดเวลาประชุมแล้ว ฮา สุดท้ายที่ปรึกษาบอกว่าให้เวลานำเสนอ 3 นาที จากนั้นจะได้ให้กรรมการคอมเม้นท์ ฮิฮิ นั่งเครื่องบินมาพูดเพียงสามนาที
ข้อเสนอทั้งหมดที่ได้รับ ตรงเป๊ะกับโครงการที่ผมปรับใหม่เลยครับ เหมือนว่าจะบังเอิญแบบรู้ใจจริงๆ อดยิ้มไม่ได้เลย แต่มีข้อเสนอแนะสองสามข้อที่กระแทกใจผมจังๆ เลยครับ เป็นข้อเสนอแนะที่ทำให้ผมเห็นข้อบกพร่องของตัวเองชัดเจนมากขึ้นเลยครับ ระหว่างฟังก็ขอบคุณท่านกรรมการไปในใจครับ มันจริงอย่างท่านว่าครับ ผมลืมนำเสนอประเด็นสำคัญในรายงานวิจัยไป สิ่งที่อยากทำมากที่สุดคือ กลับไปนั่งปรับแก้รายงานวิจัย
ฟังวันนี้แล้ว สรุปให้กับตัวเองได้อย่างหนึ่งครับว่า ข้อแนะนำ ข้อท้วงติง มีความสำคัญมากสำหรับการพัฒนาตัวเองครับ ผมเองมีงานที่รับได้ข้อเสนอแนะก่อนงานจะเสร็จจากผู้รู้แล้วนำไปสู่การแก้ไขจนมันดูดีน่าประทับใจครับ แล้วมันก็ทำให้งานชิ้นต่อๆ ไปของผมดีขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ถ้าเราไม่ทำอะไรผิดเลย ก็อาจจะหมายถึง เราอาจจะไม่รู้สิ่งที่เราควรจะพัฒนาก็ได้ครับ
ออ. ประชุมครั้งนี้ ผมนั่งข้าง รศ.ดร.อิสรา ศานติศาสน์ ครับ ต้องขอบอกว่าประทับใจท่านมากเลยครับ ขนาดผมเพิ่งรู้จักท่านเป็นครั้งแรก แต่ท่านก็ให้ความสนิทสนมจนชวนคุยประเด็นสนุกๆ หลังการประชุมได้เลยครับ ประทับใจจริงๆ คงจะได้เจอท่านอีกรอบครับในเวทีนำเสนอผลงานวิชาการของคณะศิลปศาสตร์ฯ 25 เม.ย.นี้ครับ ท่านยืนยันว่า มาร่วมงานนี้แน่ๆ (อินชาอัลลอฮ์)
เสร็จประชุมก็ไม่อยากไปไหนแล้วครับ กลัว m79 อาละวาด (ฮิฮิ สามจังหวัดใช้ระเบิดอย่างอื่น) เลยไปรอขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิเลยดีกว่า ปรากฏเช็คอินก็เจอประเด็นว่า คณบดีไม่มีชื่อในเที่ยวบินเดียวกับผม ตรวจสอบอยู่พักหนึ่งก็ได้ข้อมูลว่า ท่านอยู่เที่ยวทุ่่มครึ่ง (ผมเที่ยวห้าโมงครึ่ง) งานนี้โทษใครไม่ได้เลยครับ โทษท่านคณบดีเองนั่นแหละครับ ผมเรียนท่านไปแล้วว่า ผมสั่งจองตั๋วทางอินเตอร์เน็ทสะดวกกว่า ท่านบอกว่า ไม่เป็นไร ท่านจะขอใช้บริการบริษัทคนรู้จัก ตั๋วมันเลยมั่วตั้งแต่ขาไปแล้วครับ (ไม่อยากคุยมาก ประเด็นหงุดหงิด ฮิฮิ)
ปกติ เวลารอขึ้นเครื่องผมจะทำงานอะไรบางอย่างเสร็จครับ แต่รอบนี้ไม่ได้เปิดเครื่องโน้ตบุ๊คเลย เพราะนั่งคุยกับท่านคณบดีตลอดรายการเลยครับ ได้ประเ็ด็นความรู้ใหม่ๆ เยอะเลย อันนี้แหละครับที่ว่า คุยกับปราชญ์ไม่ขาดทุนจริงๆ ครับ
ผมมานั่งรอท่านคณบดีอยู่ที่สนามบินหาดใหญ่ครับ แต่ด้วยอาการหิวข้าว ตาลาย เลยได้แค่นั่งรอนิ่งๆ จะหยิบงานมานั่งทำพลางๆ ก็ไม่ไหวจริงๆ ครับ ออ. รอบนี้เหมือนรอบก่อนอย่างหนึ่งครับ คือ เจอท่าน ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู สว.ปัตตานี ที่สนามบินอีกแล้ว เหมือนเดิมคือ ผมลง ท่านขึ้นครับ
มื้อค่ำผมเป็นข้าวต้มกุ้ยที่หาดใหญ่ในครับ เห็นท่านคณบดีบอกว่าอร่อย เลยขอเข้าหาดใหญ่ไปชิมสักหน่อย ยังงัยๆ ก็ดึกอยู่แล้ว ฮิฮิ ถึงบ้านก็เที่ยงคืนพอดี
ส่วนเช้าวันนี้ขอพักผ่อนครึ่งวันครับ หลังละหมาดวันศุกร์ก็เข้าห้องสอน วางแผนไว้นานแล้วครับว่า เนื้อหาวันนี้จะเริ่มให้นักศึกษาทำโครงการแล้ว เข้าไปถึงเลยให้เขาแบ่งกลุ่มกันเล่าเรื่อง จากนั้นก็สรุปประเด็นจากเรื่อง แล้วก็เลือกประเด็นมาทำเป็นโครงการ ผมแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ถามทุกกลุ่มว่าจะทำอะไร ตอบเหมือนกันเลยครับ จะอบรมคอมพิวเตอร์สำหรับครู เอ้ยๆๆๆ เทคโนโลยีการศึกษาไม่ใช่แค่ใช้คอมพิวเตอร์นะโว้ย เลยต้องถามใหม่ว่า อบรมคอมฯ เพื่อให้ครูทำอะไรเป็น? รอบนี้แหละครับจึงจะได้ประเด็นที่ไม่เหมือนกันจาก 6 กลุ่ม
ผมไม่ได้ให้นักศึกษาจัดอบรมอะไรหรอกครับ เพราะมันไม่ทันกับเวลาช่วงซัมเมอร์ ผมแค่จะให้เขานำเสนอข้อมูลประเด็นที่เขาจะจัดอบรมให้ออกมาในรูปแบบของนิทรรศการครับ ดูท่าว่างานจะเดินไปด้วยดีครับ ใช้เวลาไปสี่ชั่วโมงสำหรับการวางแผนของแต่ละกลุ่ม ที่สำคัญการสอนแบบนี้ทำให้สามารถบูรณาการเนื้อหาได้อย่างเหมาะเจาะเลยครับ ที่ชอบคือ อาจารย์ไม่ต้องบรรยาย ไม่ต้องพูดมาก เพราะเนื้อหาทั้งหมดในเชิงทฤษฏีนั้นผมแขวนไว้บนเว็บเรียบร้อยแล้วครับ ฮิฮิ (อ่านเอาเองสิ)
กิจกรรมพรุ่งนี้ งานใหญ่อีกเหมือนกันครับ ดีว่าไม่ต้องเข้าห้องสอนแล้ว เพราะนักศึกษาต้องเตรียมงานของเขาเอง วันนี้เช็คความพร้อมสำหรับงานใหญ่และใหม่สำหรับสาขาวิชา ปรากฏว่า มีปัญหาใหญ่ๆ อยู่สองสามอย่างครบั แต่อัลฮัมดุลิลลาห์ ประมาณห้าโมงเย็นทุกอย่างก็เริ่มลงตัวครับ อันนี้เพราะเผลอตัวไปครับ ไม่ตามงาน จนกระทั่งตอนทานข้าวเที่ยง เพื่อนอาจารย์ตั้งคำถามเกี่ยวกับงานใหญ่ ฮือ ผมเลยต้องตามเรื่องทันทีทันใด ถ้าพลาดแล้วเรื่องใหญ่กว่าอีกแน่ๆ
ทราบแว่วๆภารกิจนี้มีเลข ๔ เกี่ยวข้อง อิอิ ตามติด (อัลฮัมดุลิลละฮฺ)
ผมว่าเวลาแค่ ๓ นาทีหากมันทำให้งานเดินได้ก็ดีกว่าพูดเป็นชั่วโมงแต่กลับไม่สร้างอะไรให้สังคมได้ขับเคลื่อนเลย ขอเป็นกำลังใจให้ในก้าวต่อไปครับ
ดูแลสุขภาพด้วยครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ فؤاد
เลข ๔ อะไรครับ ฮือ นึกไม่ออก
งานนี้เลยต้องเป็นแบบพูดน้อยแต่ต่อยหนักครับ ฮา