สวัสดีครับลูกศิษย์ที่รักทุกท่าน
ขอต้อนรับกลับสู่บรรยากาศการเรียนรู้ของเราอีกครั้ง หวังว่าทุกท่านยังมีพลังที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ใน 3 วันที่เราจะอยู่ด้วยกัน ผมได้เลือกให้พวกเราพวกเราได้เรียนในสิ่งที่น่าสนใจและคงจะเป็นประโยชน์มากถ้าทุกคนนำกลับไปปรับใช้ให้ได้ อาทิ เช่น
- บทบาทและการผนึกกำลังกันระหว่างส่วนกลางและวิทยาลัยฯ เพื่อความเป็นเลิศ ของอาชีวศึกษา
- การสร้างและบริหารเครือข่ายและพันธมิตร
- การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
- การกระจายอำนาจแบบมีประสิทธิภาพ
- จิตวิทยาของนักบริหาร
- การสร้างแรงจูงใจในการทำงานแบบ 360 องศา
และเช่นเคย เราจะใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ในระยะต่อไปของเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศในการอบรมที่ 20 เม.ย. 53
Panel Discussion
บทบาทและการผนึกกำลังกันระหว่างส่วนกลางและวิทยาลัยฯ เพื่อความเป็นเลิศของอาชีวศึกษา
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อาชีวะต้องมีการมอบอำนาจ และการกระจายอำนาจ การบริหารเครือข่ายซึ่งกันและกัน
• ข้อสังเกตจากครั้งที่แล้ว เป้าหมายคือทำงานให้ได้ผลที่สุด
• ท่านต้องมีหน้าที่เป็น Consult มีหน้าที่ Strategic Partners ไปได้มากกว่า
คุณรจนา
• ได้เห็นว่าสิ่งที่ได้ คือสิ่งสำคัญที่สุด ที่ได้รับเข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าว ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
• บรรยากาศที่ได้มองเห็นว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไม่สามารถละเลยได้เลย
• สามารถเรียนรู้จากอาจารย์ผู้สอน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ขวัญฤดี ในเรื่อง Mind Mapping หรือดร.เฉลิมพล ในเรื่องโลกาภิวัตน์
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เราต้องใฝ่รู้ การอ่านหนังสือต้องจับประเด็นให้ได้ ต้องมี 2 R คือ
1.ต้องเน้นความจริง คิดวิเคราะห์ให้เป็น ดูศักยภาพของตัวเอง คนที่ผลิตไปต้องมี่คุณค่าทางสังคม มี Value Added
2. ตรงประเด็น จับประเด็น ให้ได้ อย่างน้อย 1 เรื่อง ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ หรือจะทำอะไรก็ตาม มีการจุดประกายความคิด เราได้เห็นภาพใหญ่ของการทำงาน การเรียนรู้ในยุคใหม่ การฝึกการคิดเป็นระบบด้วย Mind Mapping และการสร้างความตระหนักเรื่องการทำงานแบบ Teamwork
คุณประเสริฐ แก้วเพชร
สิ่งที่เราคิดในการทำงาน เราต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะขึ้นกับระเบียบการก็ตาม มีการพัฒนาตัวเอง เช่น อ่านหนังสือ จัดระยะในการอ่าน ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
ในฐานะที่เรารับราชการ เราต้องฟังคนอื่น และต้องอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาวิธีคิด วิธีการอ่าน อ่านเพื่อให้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาวิชาชีพ คนที่ประสบความสำเร็จในการอ่าน ต้องอ่านหนังสือควบคู่กัน ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมด อ่านแล้วจับประเด็นออกมาบางประเด็น แต่อย่าอ่านเฉพาะงานที่ทำอย่างเดียว
เราอยากเห็นคนส่วนกลาง Smart ทั้งความคิด วิธีการอยู่ทั่วประเทศ ต้องทำให้สำเร็จอย่างน้อย ต้อง 50% อาชีวะมีความสำคัญสูง เพราะ
• สร้างอาชีพใหม่ให้กับคน มีอาชีพหลากหลาย
• พัฒนาอาชีพเพิ่มอาชีพใหม่ให้มีอาชีพ และให้มีความเชี่ยวชาญในอาชีพมากขึ้น
• วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีเป็นตัวอย่างของการพัฒนาอาชีพที่ดี เขาเน้นเรื่องการขายโรตี ลูกศิษย์เขาจบไปมีงานทำดี มีรายได้ดีมาก
• เพราะฉะนั้นเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีของอาชีวะฯ และก็เป็นหน้าที่ของพวกเรา เราส่วนกลางต้องทำให้เขาเหล่านี้ทำงานได้อย่างมีความสุข อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นฝ่ายสนับสนุน ถ้าเขามีปัญหาเราต้องช่วยได้ ปัญหาของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ๆ มันเกี่ยวพันกับการทำงานของพวกเราในหลาย ๆ Silo ซึ่งเราควรจะต้องบูรณาการเข้าหากัน
• กิจกรรมที่เราจัดในครั้งนี้คงจะช่วยให้พวกเราหลาย ๆ คนได้เรียนรู้ และช่วยกันหาช่องทางทำงานร่วมกันที่ทำให้วิทยาลัยทำงานได้ สร้างผลงานที่ดีให้แก่ สอศ. เพราะฉะนั้นพวกเราเป็นจุดสำคัญ เราต้องหลอมรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นฝ่ายสนับสนุนที่ช่วยให้แถวหน้าของพวกเราทำงานได้อย่างมีความสุข หน้าที่เราคือทำอย่างไรให้ระดับวิทยาลัยทำงานได้ ถ้าเขาทำงานไม่ได้เราก็แย่ ไม่มีผลงานเช่นกัน
• ที่ภาคใต้มีแต่ข่าวร้ายออกมา เราต้องให้มีข่าวดีออกมาเพื่อให้คนอยากไปในภาคใต้
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• บรรยากาศที่ท่านพูด เหมือนเป็นทีมงานของเรา มีการจัดPanel ดังกล่าว เป็นความคืบหน้าในการทำงาน ที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัย
• ผมขอเสริมเรื่องความรักและความเคารพ ทั้งอ.อนงค์ อ.เปีย ที่คอยดูแล และสามารถบริหารความเป็นเลิศได้ การพูดแบบนี้ การลากทุกคนไปสู่ความเป็นเลิศมันยาก ประเด็นที่ท่านประเสริฐพูดเป็นประเด็นสำคัญมาก ต้องทำมากขึ้น เราอยู่อาชีวะ แต่เราอ่านตลาดแรงงาน นั่นคือความรู้ใหม่ เป็นการอ่านข้ามศาสตร์ หลักสูตรนี้ใช้ทฤษฎี 4 L’s มีการออกความเห็นร่วมกัน มีความคิดสร้างสรรค์ และสุดท้ายเกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้
• อุปสรรคในการจัดหลักสูตรมีมากมาย เราต้องฝ่าฟันไปให้ได้ เพื่อให้รับหลักสูตรที่ดี อำนาจของผู้เข้าอบรมอยู่ที่ส่วนกลาง
ผ.อ.สมบัติ แสงสว่างสัจกุล
• เมื่อเราเห็นปัญหา แล้วอย่าพ่ายแพ้ จงแก้ปัญหาเพื่อให้ผ่านอุปสรรค ไปได้ การประสานงาน ในสิ่งที่เราเรียนรู้คือ ความต้องการของสถานศึกษากับส่วนกลาง ให้ดำเนินการเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ให้ส่วนกลางเป็นส่วนรับผิดชอบเรื่องข้อมูลเพื่อให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน เพื่อให้สถานศึกษาเข้าใจพร้อมกัน
• การคุยกันมีทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ไม่เป็นทางการคือการโทรคุย หรือพบคุยกัน หรือเป็นทางการคือการทำหนังสือส่งถึงกัน การประสานงานจึงเป็นสิ่งสำคัญและจะได้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข
• สิ่งที่ผมขอฝาก เราต้องพยายามวิเคราะห์และสังเคราะห์งานให้ได้ ส่วนกลางมีหลายอย่างที่ไม่ได้ลงลึก ในข้อมูลต่างๆ อย่ามีการตัดเย็บจากโรงงาน ตัดแปะจดหมายหรือข้อมูลทำให้เกิดมีการผิดพลาดไปในหลายๆจุดได้
• สุดท้าย ในอนาคตทุกอย่างเหลือ 2 คำ คือประสานงาน และรวมทรัพยากร เรามีหน้าที่ส่งเสริมในส่วนกลางและมีหน้าที่ในองค์กร รักในองค์กรและรักให้ถูกทาง เอาผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
Workshop
1.ยกตัวอย่างกรณีที่ส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคทำสำเร็จ 1 เรื่อง เหตุผลเพราะอะไร?
2. ยกตัวอย่างกรณีที่ไม่สำเร็จ 1 เรื่อง เหตุผลเพราะอะไร?
3.หลักสูตรนี้ช่วยความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคอย่างไร และจะเสนอแนะอย่างไร?
กลุ่ม 3
กรณีที่ 1 การมอบอำนาจ อำนาจทุกอย่างอยู่ที่ส่วนกลาง และที่หัวหน้าส่วนทั้งหมด การแต่งตั้งบริหารศึกษา อยู่ที่สถานศึกษา
กรณีที่ 2 กรณีที่ไม่สำเร็จ หน้าที่โดยสายงานเรามีฐานข้อมูลเข้าไปดู เช่นการซื้อสิ่งประดิษฐ์ โทรไปที่สถานศึกษาไม่สามารถทำได้ ก็โทรกลับมาที่ส่วนกลาง มีแนวความคิดว่า ต้องมีการบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ปัญหา เนื่องจากตัวระเบียบ วงเงินไม่เกิน100,000 สถานศึกษาไม่สามารถจดทะเบียนได้ ทำให้ต้องส่งมาที่ส่วนกลาง อาจจะไม่ทันการณ์
กรณีที่ 3 ทำความเข้าใจกับสถานศึกษา สร้างเครือข่ายร่วมกัน แจ้งว่าถ้ามีปัญหาควรติดต่อไปที่ใด
คุณรจนา
สิ่งประดิษฐ์ สำนักวิจัยมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ และมีในการผลักดันในสิทธิประโยชน์ โครงการ 25 ล้าน มีการวิจัยให้มีการต่อยอดด้วย จะทำอย่างไรให้ได้รับประโยชน์สูงสุด
ดร.จีระ
ของดีๆ ในอาชีวะ มีเยอะ แต่ภายในอาจจะไม่ได้นำมาใช้ จึงต้องมีการหารือกันต่อไป เราเป็นอาชีวะเน้นทางเทคโนโลยี 75 เปอร์เซ็นต์เน้นเรื่องช่าง บางครั้งเราชนะพระจอมเกล้า อันนี้เป็นสิ่งภูมิใจของอาชีวะ เช่นที่ ผมไปสอนที่อาชีวะเสาวภา ข้างหน้าทำร้านกาแฟ ทำเลดี แต่กฎระเบียบบังคับไว้เราต้องทำตามทำให้อาจจะไม่ได้อย่างที่คิด เพื่อที่ให้ได้เป็นมืออาชีพ
เครือข่าย ข้าม Silo อีก 1 2 3 ปี ข้างหน้า เราอาจจะให้ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และนำตัวแทนจากข้างนอกมาพัฒนาร่วมกัน อนาคตข้างหน้าเมื่อเราทำส่วนกลางแล้ว ก็ทำเพิ่มไปที่ส่วนภูมิภาค มีผ.อ.รอง มาเรียน และมีบุคคลจากข้างนอกมาเรียนร่วมกัน ทุกคนเห็นแล้วว่าผมก็ได้เรียนร่วมไปกับทุกท่านได้
ตัวแทนจากกลุ่ม 2 Comment
เรื่องการมอบอำนาจเป็นเรื่องอำนาจ สำคัญ การประสานงานควรต้องปรับเปลี่ยน
ดร.จีระ
ถ้ามีการมอบอำนาจ มีความพอใจกับทุกฝ่ายหรือไม่ ? ความสำเร็จที่แท้จริงคือทุกฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
กลุ่ม 6
กรณีที่ 1 การบริหารเงินนอกงบประมาณ เงินรายได้สถานศึกษาของรัฐ หรือเงินบำรุงการศึกษา การกำหนดหลักเกณฑ์ ว่า การใช้เงินซื้อครุภัณฑ์ ห้าแสนต้องได้รับความเห็นชอบ จึงมีเรื่องเข้ามาที่ส่วนกลางมาก ทำให้ต้องเชิญสถานศึกษาร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวร่วมกัน จึงสามารถจัดซื้อได้
เรื่องที่สำเร็จ กำหนดหลักเกณฑ์ร่วมกัน เสนอให้ท่านเลขาฯเห็นชอบเพื่อประโยชน์ร่วมกัน มีการกำหนดแผนตั้งแต่ต้นปี
Top 10 ของวิทยาลัยที่มีรายได้นอกงบประมาณ เช่นเทคนิคระยอง
กรณีที่ 2 เรากระจายอำนาจ ให้ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯใช้งบเกิน ห้าแสนดำเนินการเองไม่ต้องมาที่ส่วนกลาง แต่การท้วงติงว่าใครจะมาดูแลและควบคุมงบตรงนี้ การกระจายอำนาจเพื่อความคล่องตัว
กรณีที่ 3 หลักสูตรฯนี้มีการระดมความคิดว่า เราได้ร่วมมือกันต้องมีการทำงานเป็นทีมและมีการเสนองานร่วมกันและตั้งคณะกรรมการ และกรรมการต้องมีการเปิดใจร่วมกันในการตัดสินร่วมรับฟัง
การใช้เงินต้องใช้คุรุภัณฑ์ต้องมีแผนในการส่งรายละเอียดมาที่กรมฯ
ดร.จีระ
สมัยอยู่ธรรมศาสตร์ พึ่งงบประมาณแผ่นดินน้อยมาก เขาไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค เราสามารถหางบจากข้างนอกและนำมาบริหารเงินได้เลย คำนวณว่าวิทยาลัยฯต่างๆ ที่ได้เงินดังกล่าวมีความภูมิใจในงบนั้นหรือไม่? มีการวัดระดับจากคุณภาพของนักศึกษา
นำเงินที่ได้จากงบประมาณมาใช้ให้นักศึกษามีคุณภาพมากขึ้น ส่วนกลางมีรายได้นอกงบประมาณน้อยมาก
ฐานข้อมูลของแต่ละสถานศึกษาและส่วนกลางไม่ตรงกัน ข้อมูลไม่ชัดเจน ทำให้ไม่มี knowledge ทำให้ไม่เกิด Value added
อำนาจสูงสุดคือ ท่านเลขาฯและท่านเลขาฯมีการประชุมเพื่อให้เกิดประโยชน์ก่อน
คุณรจนา
เราทำไป เงินที่ได้มาจากการวิจัยในสถานศึกษามีหรือไม่ แต่บางครั้งไม่รับคำตอบที่แท้จริง
ตัวแทนจากกลุ่ม 5 Comment
เงิน ห้าแสนสำเร็จเพราะอนุมัติให้ใช้เงินได้ ถ้าผ.อ. ใช้เอง แต่ไม่ใช่กับครู อาจจะมีปัญหากันเองในองค์กร ผ.อ.ต้องมีธรรมาภิบาลและสามารถตรวจสอบได้ ผ.อ.ต้องมีความโปร่งใสในการใช้เงิน
ส่วนกลาง เงินสวัสดิการ หรือเงินที่ใช้ต้องทำตามระเบียบทำให้เกิดความไม่คล่องตัวเกิดขึ้น
กลุ่ม 5
กรณีที่ 1 อาชีวะศึกษาร่วมด้วยช่วยประชาชน เป็นโครงการความร่วมมือที่เกิดขึ้นหลายหน่วยงานร่วมกัน และหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน มีประโยชน์เกิดขึ้นกับนักศึกษา มีจิตอาสาในการให้บริการ ทำในช่วงเทศกาลวันหยุด ปีใหม่ ตามความสมัครใจ และทำให้นักศึกษามีรายได้เพิ่มเติม โครงการนี้ช่วยลดการสูญเสียของภาครัฐและเอกชน มีการช่วยเหลือด้านงบประมาณ
การประสานงานมีความสำเร็จในทุกด้านที่แต่ละฝ่ายช่วยกัน
กรณีที่ 2 การผลิตกำลังคน คุณภาพของนักเรียนไม่ตามเป้าที่ตั้งไว้ ช่วยกันผลักดันแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ ส่วนกลางมุ่งเน้นปริมาณ แต่ไม่มุ่งเน้นคุณภาพ ทำให้ไม่ตรงตามเป้าตลาดแรงงาน
กรณีที่ 3 ตรงดูที่สถานศึกษา ไม่มองที่ส่วนกลาง ถ้าสถานศึกษาประสบความสำเร็จ ก็จะส่งผลความสำเร็จมาที่ส่วนกลาง แต่ส่วนกลางก็ต้องพัฒนาตนเอง และรู้รายละเอียดของแต่ละสถานศึกษา เพื่อชี้แจงในเรื่องต่างๆ ได้ตรงกัน
ดร.จีระ
พูดถึง Supply silde กับ Demand Side ปัญหาต่างๆ กับมาเล สิงคโปร์ ก็น่าจะแก้ไขได้ ถ้าเราสนใจเรื่องแรงงาน เราอาจจะไปจับมือกับหน่วยงานอื่นเพื่อทำงานร่วมกัน ร่วมมือกันระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค หรือไปขอความร่วมมือกับ TDRI ด้วยก็ได้
ตัวแทนจากกลุ่ม 6 Comment
ค่านิยมของผู้ปกครอง ไม่นิยมให้ลูกมาเรียนวิชาชีพที่สถานประกอบการต้องการ จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว ยังยึดติดกับวุฒิปริญญา ตรี โทมากกว่า การทำงานในสายอาชีพหรือสายงาน
กลุ่ม 2
กรณีที่ 1 การติดตามและประเมินผล มีการใช้ไอทีเข้ามาช่วย เพื่อให้สถานศึกษารายงานข้อมูลมาส่วนกลางได้ครบถ้วน มีการทำตัวชี้วัดร่วมกัน ออกไปปฏิบัติการอบรมเกี่ยวกับเรื่องการชี้วัด ทำอย่างไรเพื่อให้สถานที่ส่งตัวชี้วัดมาที่ส่วนกลาง มีการวางแผนที่ดี มีผู้ร่วมมือกันที่ดี มีการเครื่องมือและระบบไอที มาเป็นตัวชี้วัด
กรณีที่ 2 การเรียนฟรี 15 ปี มีปัญหาขาดการสร้างความรู้ความเข้าใจ ไม่มีการชี้แจงว่าเรียนฟรี หมายถึงต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง
กรณีที่ 3 ช่วยให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจและนำไปปฏิบัติระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคให้เกิดความราบรื่น ระหว่าง สองส่วนไม่ให้เกิดความคาดเคลื่อนในการปฏิบัติงานร่วมกัน
เกิดความร่วมมือที่ดีทั้งสองฝ่าย ข้อเสนอแนะ มีการรับฟังร่วมกันสองฝ่าย ระดมสมองร่วมกันทำให้เกิดความสำเร็จร่วมกันและเกิดความภูมิใจได้
ตัวแทนจากกลุ่ม 3 Comment
การประสานงานระหว่างสถานศึกษา เห็นว่าทำได้ดีเรื่องการวิจัย การทำตัวชี้วัดสามารถนำเสนอให้ผู้บริหารแก้ไขต่อไปได้ดี
คุณรจนา
ตัวที่ประสบความสำเร็จ ยังไม่เห็นเป็นเชิงรูปธรรมมากนัก แต่ข้อมูลที่สถานศึกษาส่งเข้ามามีความเชื่อมั่นเพียงใด อยู่ในขั้นตอนทดลองมากกว่า ยังไม่ชัดเจน ฃ
นโยบายการเรียนฟรี ยังไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สามารถนำเงินเรียนฟรีออกนอกลู่นอกทางได้ คาดหวังว่าคนรุ่นใหม่ได้เรื่องที่น่าสนใจที่จะนำไปคิดต่อ และนำไปวิจัยเพิ่มได้
ดร.จีระ
มีหลายเรื่องที่เป็นความรู้ จะเก็บประเด็นดังกล่าวเพื่อนำไปคิดต่อ มีการเอาชนะอุปสรรค เอาจริงเรื่องการทำให้สำเร็จเพิ่มขึ้น มีการสร้างทีมงานที่ดี มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน การเปลี่ยน Mindset คือหัวใจการอบรมโครงการนี้ เปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดี
อ.อนงค์
ถือว่าทีมงานได้มีส่วนร่วมได้จัดกิจกรรมดังกล่าว ได้เรียนรู้ในกระบวนการทำงาน ต่างจากหลายๆกิจกรรมที่สำนักจัดอยู่ การจัดอบรมให้ ผ.อ. จึงได้หาโอกาสในทำความรู้จักร่วมกัน ได้ให้เกียรติเราชาวอาชีวะ เริ่มจากหัวหน้ากลุ่มงานในระดับมหาวิทยาลัย ฯ รู้หลักการทุกอย่าง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนได้เพราะเราอาจจะยังไม่ให้ความสำคัญมากนัก อาจจะติดอยู่กับงานประจำดังกล่าว แต่ความสำเร็จดังกล่าวคือเครือข่ายที่เรียนรู้ร่วมกัน เป็นประสบการณ์ที่ดี อาจจะไม่เคยชิน แต่ได้สิ่งที่ดีๆ มากกว่า มากจากที่ได้จากอ.จีระ และทีมงาน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกัน
ปัญหาคือการสื่อสารและการบริหารจัดการร่วมกันภายในอาชีวะ มีทั้งภาพดีและภาพไม่ดี ขาดความมั่นคงในการทำงาน
แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเราก็จะพยายามแก้ไขร่วมกัน และบรรยากาศดังกล่าวก็จะขอพยายามกลับมาจัดในทุกๆ ปี
สรุป workshop
3. กำหนดยุทธวิธี Network ภายในของอาชีวะ 2 เรื่อง
กลุ่มที่ 1
ยกตัวอย่างกลุ่มเป้าทายที่เป็น Key ของอาชีวะมา 3 กลุ่ม
ยุทธวิธีในการเพิ่มศักยภาพตนเอง
ยุทธวิธีในการเพิ่มศักยภาพองค์กร
กำหนดยุทธวิธี Network ภายในของอาชีวะ 2 เรื่อง
Commend
อ.สุรศักดิ์ : ในการทำงานให้สำเร็จต้องมี
สิ่งที่จะทำเกิด Out put และ out come อย่างไร ต้องมองให้รอบตัว
วิธีที่เป็นเรื่องของการเรียนรู้ ท่านรู้จริงที่จะทำหรือยัง
อ.จีระ :
กลุ่มที่ 5
ยกตัวอย่างกลุ่มเป้าทายที่เป็น Key ของอาชีวะมา 3 กลุ่ม
กำหนดยุทธวิธีที่จะเพิ่มศักยภาพ
ตัวเอง
องค์กร
กำหนดยุทธวิธี Network ภายในของอาชีวะ 2 เรื่อง
Commend
อ.จีระ : เรามีศักยภาพส่วนตัว เราต้องช่วยกันทำให้องค์กรเราน่าเชื่อถือ ต้องเอาจริงกับเรื่อง Organization Capability
อ.สุรศักดิ์ : ท่านคิดเป็น International แล้ว ท่านจุดประกายที่เกษตรท่านต้องมองว่าเรามี Network กับใครก็ไปแลกเปลี่ยนกับเขา ส่วนข้อที่ 2 จะปรับตัวอย่างไร เราจะเชื่อโยงกับ เบทาโกร อย่างไรอย่างยั่งยืน เพราะคนที่ทำอยุ่ที่วิทยาลัยเกษตร เมื่อทำได้จะเป็นเชื่อมโยงอย่างยั่งยืนและทำให้เด็กมีอาชีพ มีวิธีทำให้สถานศึกษามีบทบาทอย่างไรบ้าง
อ.จีระ : จะทำอะไรต้องเป็น Process สุดท้ายต้องอยู่ที่นักเรียน ปัจจุบันตอนนี้เราต่างคนต่างทำไม่ได้อยู่ใน Process เดียวกัน
กลุ่มที่ 3
ยกตัวอย่างกลุ่มเป้าทายที่เป็น Key ของอาชีวะมา 3 กลุ่ม
ตัวเอง
ตัวเราเองต้องพัฒนาครูของอาชีวะโดยการอบรมที่กระทรวงพลังงาน เพื่อให้ความรู้นักกับนักเรียนแล้วยังสร้างการเรียนรู้ในชุมชน นอกจากนี้ยังส่งเสริมอาชีพอิสระการผลิตโซล่าเซลให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางเกษตร เราต้องมองที่การใช้พลังงานทดแทนอย่างยั่งยืน ไม่ใช้มองที่น้ำมันแพงก็ค่อยทำ
อ.จีระ : ตอนเราต้องรีบทำเรื่องพลังงานแทน อย่างเรื่องจุดโซล่าเซลล์เป็นจุดหักเหเลยถ้าเรามี Expert ทางด้านโซล่าเซลล์ แต่ต้นทุนต้องแข่งกับน้ำมันถึงจะยั่งยืน
อ.สุรศักดิ: ฝากเรื่องความยั่งยืน ถ้าเราเขาไปสู่ชุมชนในหลวงท่านว่า เราเข้าใจเขา เพื่อเข้าถึง และพัฒนา ชุมชนละเอียดอ่อน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมลงทุน ต้องให้รู้ว่าการสร้างชุมชนต้องรู้รักสามัคคี และรู้จักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน
กลุ่มที่ 6
ยกตัวอย่างกลุ่มเป้าทายที่เป็น Key ของอาชีวะมา 3 กลุ่ม
กำหนดยุทธวิธีที่จะเพิ่มศักยภาพ
Commend
Change Management
Basic assumptions about organization
Continuously searching for competitive advantages and sustainable growth – change management is inevitable.
Operated as open system – exposed to the environment.
Integrated system – as Organic and Mechanic structure.
Environment is changing – PEST ( political, economics, social, and technology) and customer expectations.
Change Work
Support to the Leaders of Change
Key User Development
Role and Job Design
Training and practice
Staff and Workplace Readiness
Project Communication
Ongoing Support and Management
Management of Business Change
บทเรียนจากการนำการเปลี่ยนแปลง
อย่าคิดว่าคนอื่นจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ
• ต้องสร้างสำนึกความพร้อมอยู่เสมอ
• การเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือทำได้ยาก
• จะยอมรับเมื่อแน่ใจว่าการดึงดันไป ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
บางครั้งการทดลองก็ดีกว่าการวางแผน
• เดิมต้องวางแผนและกำหนดผลลัพธ์ก่อน
• ต้องกระตุ้นให้คิดใหม่ทำใหม่ดูบ้าง
• ควรใช้ความผิดพลาดเป็นครูสอนบ้าง
• แรกๆ ดูวุ่นๆ แต่ในระยะยาวการลองของใหม่ อาจมีผลดีก็ได้
ให้ความสนใจในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด
• ช้า อาจทำให้พลาดโอกาส
• รีบร้อนเกินไป อาจเสียหายได้
ถ้าเห็นว่าต้องถอดถอนคนบางคนแน่ๆ ก็ต้องรีบทำทันที
• เป็นปกติที่จะต้องมีคนต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
• บางคนอาจไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ใหม่ๆ
คุณไม่มีวันประสบความสำเร็จได้ถ้าไม่มีทีมผู้บริหารที่คิดและทำงานเป็นทีม
• การมีทีมที่ใหญ่เกินไปรวมทั้งมีคนที่ไม่เหมาะสมอยู่ในทีมทำให้ประสบความสำเร็จยาก
• คนเก่ง/ ฉลาดหลายๆ คนทำงานเป็นทีมแล้วคนเก่ง/ ฉลาดหลายๆ คนทำงานเป็นทีมแล้ว
กำหนดให้คณะจัดการหรือผู้บริหารระดับสูงคือหุ้นส่วนในการเปลี่ยนแปลงด้วย
• ตั้งคนใหม่ๆ คนที่มีความคิดดีๆ เพื่อนำเอาภูมิหลัง/ ภูมิความรู้ที่หลากหลายมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยรวม
• เปลี่ยนวิธีการทำงานจากการดูในรายละเอียด / ทางปฏิบัติเป็นการดูเรื่องกลยุทธ์แทน
การกำหนดภารกิจและข้อตกลงร่วมกันในทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่ควรทำไว้อย่างชัดเจน
• ควรเริ่มด้วยวิสัยทัศน์และมีกลยุทธ์ที่สอดคล้องกัน
• ต้องมีกำหนดความหมาย/ คำอธิบายความเข้าใจที่ตรงกัน ไว้อย่างชัดเจน
สาระของการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นเรื่องแหวกกฎ แต่การสร้างกระบวนการต้องยึดระเบียบปฏิบัติ
• การทำสิ่งที่คิดว่าถูกต้องในปัจจุบัน อาจไม่ทำให้ผลลัพธ์เหนือกว่าคู่แข่งขัน
• การเปลี่ยนแปลงที่ดีจะต้องมีระเบียบปฏิบัติที่ผู้เกี่ยวข้องต้องยึดถือเพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงประสบผลสำเร็จ
คิดถึงการเปลี่ยนแปลงในฐานะแคมเปญที่ต้องรณรงค์โดยพร้อมเพรียงกัน
• ต้องทำให้คนส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน
• กระบวนการเปลี่ยนแปลงใช้เวลานาน เพราะต้องทำอย่างต่อเนื่องและทำพร้อมๆ กัน ต้องเอาชนะใจคน
การวิ่งแข่งอาจไม่มีเส้นชัยใดๆ อยู่เลย เพราะฉะนั้น จงหมั่นหาเหตุผลที่จะหยุดและฉลองชัยชนะบนเส้นทางดังกล่าวอยู่เสมอ
• มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่จะส่งผลต่อความสำเร็จ
Workshop
ให้คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นใน สอศ.
• จะบริหารจัดการอย่างไร?
• ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับหน่วยงานและตัวท่าน
กลุ่มที่ 3
มีการจัดตั้งสถาบันอาชีวะ โดยการจัดตั้งประมาณ 4 – 5 สถาบันก่อน เพื่อเป็นการทดสอบ การมีการดำเนินงานทุกอย่างโดยไม่ต้องผ่านส่วนกลางมีการบริหารและดำเนินงานเองทุก
อ.ประกาย
ปัญหาองค์กรคือการสื่อสารต่างๆ ไม่รู้ในสิ่งที่ควรรู้ และรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ ทำให้เกิดปัญหาได้
กลุ่มที่ 5
มีบุคลากรข้าราชการพลเรือน และสารนิเทศร่วมกัน งานมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อสารนิเทศออกไป ทำให้ข้าราชการพลเรือนต้องดำเนินการต่อไปทำให้เกิดปัญหาในการแก้ไขต่อไป คือ กลุ่มที่เหลือให้ย้ายไปทำงานในส่วนที่แต่ละคนถนัด
ระบบได้มีการร่างเพื่ออนุญาตให้ข้าราชการพลเรือนย้ายได้หรือไม่ จึงขอฝากด้านนี้ด้วย
การจัดตั้งสถาบันไม่ได้กำหนดไว้ว่าควรมีกี่สถาบัน เราต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การกำหนดแต่งตั้งอยู่ที่ส่วนกลาง ข้าราชการครูสามารถไปได้โดยการโอน แต่ในการไปต้องมีตำแหน่งรองรับ
ท่านเลขาฯเห็นชอบในการจัดตั้งศูนย์แล้ว กำลังรอคำสั่งอยู่ในขณะนี้ คำสั่งยังไม่ออกแต่กำลังดำเนินการในขณะนี้แล้ว
สรุปเนื้อหาการบรรยาย เรื่อง “Empowerment”
โดย อาจารย์ประกาย ชลหาญ
4 บทบาทที่สำคัญของผู้นำ (4 Roles of Leadership)
1. Path Finder ผู้นำที่ดีต้องสามารถชี้ทางให้คุณเดิน คือ มีวิสัยทัศน์นั่นเอง ต้องวางกลยุทธ์ให้ชัดเจน
2. Align ผู้นำที่ดีต้องนำพาองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างพลัง เปรียบได้กับการเล่นชักกะเย่อ
ต้องสื่อสารให้ชัดเจน และเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย เทคนิคการสื่อสารที่ดี คือ ให้ข้อมูลที่จำเป็นกับคนที่เกี่ยวข้องในเวลาที่เหมาะสม
1. Empower ผู้นำที่ดีต้องให้อำนาจ กระจายอำนาจ
2. Role Model ผู้นำที่ดีต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
Quote
“Human Capital is the most valuable asset in any Organization”
K.Paron Issarasena,
Former Cement Thai President
“Business is about people. In fact life is only people – family, friends, colleagues, bosses, teachers, coaches, neighbors. At the end of the day, it’s only people that matter.”
Jack Welch in WINNING
Empowerment (การมอบอำนาจ กระจายอำนาจ)
- เป็นการกำจัดกฎเกณฑ์ คำสั่ง ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ฯลฯ ที่ไม่จำเป็นในองค์การ
- ลดช่องว่างระหว่างองค์กรและเป้าหมาย
- ลดข้อจำกัดของการทำงาน
- เพิ่มความคล่องตัวและยืดหยุ่น
- เพิ่มผลผลิตให้แก่ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
- ต่างจากการอบหมายหน้าที่งาน ( Delegation )
- เพิ่มความใกล้ชิดกับลูกค้า
Empowerment เกี่ยวข้องกับ 2 เรื่องหลัก คือ
• Competency (Knowledge- Skills – Attitude)
• Motivation
ถ้าคุณเป็นหัวหน้า.. มี 2 เรื่องใหญ่ที่คุณต้องทำ คือ
1. คุณทำให้คนของคุณพร้อมที่จะทำงานมั๊ย (สร้าง พัฒนา ให้ความรู้)
2. คุณจูงใจให้เขาทำงานมั๊ย (หลักการบริหารแรงจูงใจก็ดูจากแนวคิดของ Maslow)
ระดับของการกระจายอำนาจ
• ยิ่งกระจายอำนาจมากประสิทธิภาพจะยิ่งสูง เพราะฉะนั้นจะแบ่งการกระจายอำนาจออกเป็น 3 ระดับ
1. ระดับแรก คือ Encouraging การ แนะนำส่งเสริม
2. ระดับที่ 2 คือ Involving ใช้การมีส่วนร่วม
3. ระดับสูงสุด คือ Enabling การเอื้อประโยชน์ ให้เครื่องไม้เครื่องมือ ให้อำนาจเต็มที่
• ยิ่งมีอำนาจมากยิ่งต้องรับผิดชอบมาก
8 E สำหรับ Empowerment
Ò Envision ( ให้ภาพเป้าหมาย )
Ò Educate ( ให้การปรึกษา )
Ò Eliminate ( กำจัดอุปสรรค )
Ò Express ( แสดงออก )
Ò Enthuse ( สร้างความกระตือรือร้น )
Ò Equip ( ให้ความพร้อมด้านอุปกรณ์และทรัพยากร )
Ò Evaluate ( ประเมินผล )
Ò Expect ( คาดหมายได้ในความผิดพลาด )
การทำงานทุกวันนี้เราต้องระวังเรื่อง “Busy doing nothing” คือ ทำงานยุ่งทุกวันแต่ไม่มีผลงานเลย
เหตุที่ผู้จัดการไม่ยอมมอบอำนาจ
• ชอบทำงานดีกว่าอยู่ว่าง ๆ ( ชอบ Line มากกว่า Work Shuffling Paper)
• คิดว่าไม่มีใครทำงานได้ดีเท่าตัวเอง
• ต้องการทำงานที่ตนเองถนัด / คุ้นเคย
• หวาดกลัวว่าจะถูกตำหนิเมื่อผู้อื่นทำไม่ได้ตามที่มอบหมายไป ( เพราะตนเองเป็นผู้รับผิดชอบ )
อุปสรรคที่เกิดจากลูกน้อง ทำให้การมอบอำนาจไม่ได้ผล
• ผลักภาระจากลูกพี่ ( Imposition )
• งานล้นมือ ( Overload )
• ไม่สนใจ ( Ignorance )
• เฉื่อยชา ( Stagnaton )
• ความกลัว ( Fear )
• ความตื่นตัว ( Eagerness )
• เล่นการเมือง / เล่นเกมส์อำนาจ ( Power Play )
แต่ละข้อจะแก้ไขอย่างไร ?
LIMITATIONS OF DECENTRALIZATION
1. Makes it more difficult to have a uniform policy
2. Increases complexity of coordination of decentralized organizational units
3. May result in loss of some control by upper-level managers
4. May be limited by inadequate control techniques
5. May be constrained by inadequate planning and control systems
6. Can be limited by the availability of qualified managers
7. Involves considerable expenses for training managers
8. May be limited by external forces ( national labor unions , governmental controls, tax policies)
9. May not be favored by economies of scale of some operations
Workshop
การกระจายอำนาจ (Empowerment)
- เรื่องอะไรที่ต้องการให้มีการกระจายอำนาจ
- เหตุผลในการกระจายอำนาจ
- ข้อดีและข้อเสียจากผลของการกระจายอำนาจ
กลุ่ม 3
รัฐธรรมนูญกำหนดว่า ให้ส่วนกลางกระจายอำนาจไปส่วนภูมิภาค ซึ่งค่อนข้างเป็นไปได้ยาก ต้องมี พรบ.รับรอง อยากให้เป็นไปตามสถานศึกษาโดยตรง การกระจายอำนาจมีข้อจำกัด จึงมีผลกระทบต่อสถานที่ต่างๆได้ เนื่องจากความพร้อมของแต่ละที่มีไม่เหมือนกัน และขาดบุคลากรที่มีความชำนาญ การสอบสวนวินัย ถ้ามีความล่าช้าเกิดเป็น 2 มาตรฐานได้
ข้อดี ความรวดเร็ว ความโปร่งใส ความเป็นธรรม เช่น การลาออกต้องยื่นก่อนภายใน 30 วัน
ข้อเสีย ความพร้อมของบุคลากร เพราะต้องสอนสัปดาห์ไม่ต่ำกว่า 30 คาบและมีกฎระเบียบอื่นมากมาย
กลุ่ม 6
ข้อดี ลดขั้นตอนของการการทำงานและความซ้ำซ้อนในงานที่ทำ ประหยัดทรัพยากรลง มีการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากร ประหยัดเวลา
ข้อเสีย ระเบียบการเงินมีความควบคุม มีความซ้ำซ้อนกัน ไม่มีการบูรณาการ ขาดมาตรฐานในการทำงาน
กลุ่ม 5
การแต่งตั้งโยกย้ายครูและบุคลากร เพื่อทำงานไม่ตรงกับตำแหน่งที่มี ลดขั้นตอนการทำงาน
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฐานข้อมูล ใช้ข้อมูลได้ไม่ Update กำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน
ข้อดี การลงนามในหนังสือราชการ ทำให้เกิดการล่าช้าในการทำงาน โดยให้ ผ.อ.สำนักแทน สามารถแบ่งเบาให้กับผู้บริหารระดับสูง
ข้อเสีย ถ้าไม่ได้รับการมอบอำนาจ จะมีการทำงานเยอะ แต่ถ้ามอบอำนาจทำให้ผู้บริหารไม่ทราบข้อมูลในบางเรื่อง
การย้ายสถาบัน ต้องดูเป็นระดับเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านต่างๆ
กลุ่ม 2
เรื่อง อนุมัติการเดินทางด้วยตัวเอง เพื่อเกิดความคล่องตัวความรวดเร็ว เพื่อจะได้รับความรับผิดชอบมากขึ้น
ข้อดี เพื่อให้ทุกคนมีอุปกรณ์ให้เพียงพอมีประสิทธิภาพ และทันสมัย ตอบสนองให้ใช้อุปกรณ์ได้ทันท่วงที
เป็นการสร้างพฤติกรรมความรับผิดชอบในตัวเอง
ช่วยให้การปฏิบัติงานมีการตัดสินใจได้ทันท่วงที
ข้อเสีย
การเดินทาง ถ้าขออนุญาตไม่จำเป็น ขาดจิตสำนึกที่ดี ก็ใช้งบที่ไม่ตรงกัน
เป็นการประหยัดงบประมาณ ในสิ่งที่ไม่จำเป็น
เกิดช่องทางในการทุจริตที่ดี
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้ของโครงการฯ
...........................................................
สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ที่รักทุกท่าน
แม้ว่าการเรียนของเราจะจบลงไปแล้วเมื่อวานนี้ ผมหวังว่าทุกท่านคงจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ และคงจะหาโอกาสเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันที่นี่บ้าง
เมื่อวานในบรรยากาศการเรียนวันสุดท้ายมีประโยชน์ และผมเองก็ได้รับความรู้มากมาย ต้องขอถือโอกาสขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านนริศราที่แม้ว่าท่านเองตั้งใจจะมาร่วมงานด้วยตนเอง แต่ด้วยภารกิจตอบกระทู้ในสภาฯ จึงไม่อาจมาร่วมพิธีปิดของเราได้ แต่ท่านยังคงส่งข้อความมาถึงพวกเราทุกคนซึ่งมีเนื้อหาที่ดีมาก ผมจึงขอนำคำกล่าวของท่านมาบันทึกไว้ที่นี่ด้วย.. หวังว่าเมื่อจบไปแล้วทุกท่านจะนำความรู้ แนวคิดที่ได้รับไปปรับใช้กับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผมจะขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
.............................................................
คำกล่าวของ ฯพณฯ นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “พัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพของอาชีวศึกษา” สำหรับการพัฒนาบุคลากรระดับหัวหน้ากลุ่มของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
(ระยะที่ 3) รุ่นที่ 2
วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2553 เวลา 16.00 น.
ณ โรงแรมธนัฐธิชาบุรี เลค รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเพชรบุรี
------------------------------------------
ท่านศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ท่าน ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
และ เพื่อนข้าราชการ สอศ. ที่รักทุกท่าน
ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้กรุณาให้เกียรติเชิญดิฉันมาร่วมในพิธีปิดโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในวันนี้ และได้มีโอกาสพบปะกับเพื่อนๆข้าราชการ สอศ. ในระดับที่เป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานและการพัฒนางานของ สอศ. และกิจการด้านอาชีวศึกษาให้เจริญก้าวหน้า เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติของเรา
คงจะเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกท่านที่ทำงานร่วมกันในด้านการศึกษาเป็นอย่างดีแล้วว่า ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ จนถึงระดับโลก และก็คงตระหนักดีว่า ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใดๆจะสำคัญเท่าทรัพยากรมนุษย์ เพราะแม้บางประเทศจะมีทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่ามากมายที่ใช้ประโยชน์กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แต่ทรัพยากรเหล่านั้น ก็อาจหมดสิ้นไป เสื่อมถอยหรือสูญสลายไป และไม่มีโอกาสเพิ่มพูนทดแทนได้ แต่ทรัพยากรมนุษย์ต่างหากที่สามารถทดแทนได้เสมอ และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ทรัพยากรมนุษย์ไม่เพียงแต่ทดแทนได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มพูนคุณค่าได้ในระดับต่างๆตลอดเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่าระบบสังคม เศรษฐกิจ หรือประเทศนั้นๆประสงค์จะเพิ่มพูนคุณค่าแก่ทรัพยากรมนุษย์ของตนในทิศทางใด เช่นไร และเท่าใด เพื่อสร้างและพัฒนา สังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติเช่นใด และในทิศทางใด ประเทศบางประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจบางระบบ แม้จะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าเลย แต่ก็ยังพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองและผาสุกได้ เพียงเพราะเขารู้จักพัฒนาเพิ่มพูนคุณค่าทรัพยากรมนุษย์ของตนเอง หากจะดูตัวอย่างในอาเซียน ก็คงไม่พ้นประเทศสิงคโปร์ ในขณะที่เวียดนาม แม้จะมีทรัพยากรธรรมชาติ แต่ก็เขาก็ตระหนักในความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์และกำลังเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของตนเองอย่างเต็มกำลัง ทุกวิถีทาง โดยผ่านระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันจึงไม่ใช่ระบบที่จะอาศัยพึ่งพาว่าใครจะมี และแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติได้มากกว่ากันอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นระบบที่อาศัยพึ่งพาว่าใครจะมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ มีสมรรถนะ มีความรู้ มีทักษะในการนำความรู้ไปสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่ากัน ระบบการศึกษาและการจัดการศึกษาที่ทำให้ประชากรมีความรู้ สั่งสมความรู้ มีสมรรถนะและสามารถพัฒนาสมรรถนะ มีทักษะและสามารถปรับความรู้ สมรรถนะ และทักษะให้กลายเป็นความคิดริเริ่ม ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นองค์ความรู้ใหม่ ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และการสร้างความผาสุก ความเจริญมั่นคง และขจัดความยากจนได้ในที่สุด
ดิฉันเชื่อว่า ท่านดร.จีระ และมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศของท่าน ก็คงจะมีเป้าประสงค์เช่นว่านี้เป็นหัวใจสำคัญ และดิฉันก็เชื่อเช่นเดียวกันว่า เพื่อนข้าราชการ สอศ.ทุกท่านที่ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน คือต้องการให้บ้านเมืองของเรามีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดเพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของประเทศชาติของเรา ก็คงจะมีเป้าประสงค์เช่นเดียวกันนี้ ฉะนั้นการจัดโครงการสัมมนาฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะและศักยภาพของบุคลากร โดยองค์กรที่มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งยวดในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงถือว่าเป็นกิจกรรมที่น่าชื่นชมและสนับสนุน เพราะดิฉันเชื่อว่า จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทั้ง สอศ. เอง และ ต่อการบริหารและจัดการการศึกษาอาชีวศึกษาของชาติต่อไป
ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่การปฎิรูปการศึกษารอบ 2 หรือ ทศวรรษ 2 ในขณะที่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า มีคำวิพากษ์วิจารณ์ ข้อตำหนิ และ ความรู้สึกที่ยังไม่พึงพอใจต่อผลสัมฤทธิ์ของการปฎิรูปรอบแรก หรือ ทศวรรษแรกที่ผ่านมา โดยผลสัมฤทธิ์ที่ว่านั้น ก็ดูจากผลผลิตทางการศึกษาในทุกๆระดับ ว่าตอบสนองความต้องการ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติเพียงใด สามารถผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ สั่งสมความรู้ มีสมรรถนะ และสามารถพัฒนาสมรรถนะ มีทักษะ และปรับความรู้ทักษะ ให้เกิดคุณค่าเพิ่ม เกิดความรู้ใหม่ได้เพียงใด คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ และผลสัมฤทธิ์ในเชิงประจักษ์ จากระบบการศึกษาของเราในอดีตที่ผ่านมา ก็เป็นคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว ว่าแม้เราอาจจะพยายามทำให้ดีแล้ว แต่อาจจะยังดีไม่พอ วันนี้เราจึงต้องรวมพลังกันอีกครั้งเพื่อการปฏิรูปการศึกษารอบสอง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกขบวน การพัฒนาในยุคโลกาภิวัตน์ ที่กำลังจะเคลื่อนออกไปสู่ยุคความรู้ใหม่ และยุคอื่นๆในอนาคต
หัวใจสำคัญของการปฏิรูปรอบ 2 ก็คือการเน้นในเรื่องการพัฒนาเพื่อนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ของผู้จบการศึกษาในทุกๆระดับ เน้นการพัฒนาศักยภาพ ทักษะ และสมรรถนะ ของผู้จบการศึกษามากกว่าวุฒิบัตร เน้นพัฒนาวิธีการและคุณภาพการจัดการเรียนการสอนมากกว่าโครงสร้างการบริหารการศึกษา โดยมุ่งพัฒนา 4 ด้านสำคัญคือ พัฒนาคุณภาพคนไทย พัฒนาคุณภาพครู พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ
เป้าหมายหลักของแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุงที่ ครม. มีมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2553 ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ในทุกระดับและทุกประเภทการศึกษาก็คือ ให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ มีสมรรถนะทั้งด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ การคิดคำนวณ คิดวิเคราะห์แก้ปัญหา คิดริเริ่มสร้างสรรค์ รักการอ่าน มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง แสวงหาความรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มีความรู้เชิงวิชาการ และสมรรถนะทางวิชาชีพ สามารถประกอบอาชีพ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ในส่วนของอาชีวศึกษา กรอบดำเนินงานในแผนการศึกษากำหนดให้พัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศในเชิงปฏิบัติ เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ ความสามารถทั้งเชิงวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งมีสมรรถนะในการประกอบอาชีพ เป็นกำลังคนฐานความรู้ เป็นช่างเทคนิคและนักเทคโนโลยีที่มีฝีมือ มีปริมาณและคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้และสามารถสร้างงานด้วยตนเอง และในส่วนของเป้าหมายในเชิงปริมาณ ก็ให้มีสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษา ต่อ สามัญศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็น 60 : 40 ภายในปี 2559 ซึ่งแปลง่ายๆว่า การปฏิรูปการศึกษารอบนี้ กำลังมุ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งทางด้านคุณภาพ และปริมาณของผลผลิตจากระบบการอาชีวศึกษา
ฉะนั้น ท่านทั้งหลายจึงมีภาระที่สำคัญยิ่งในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบการอาชีวศึกษาที่จะต้องช่วยกัน ขับเคลื่อนและผลักดัน ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์แก่ผลิตผลของอาชีวศึกษาในอนาคต และจะต้องระดมสรรพกำลัง ความรู้ความสามารถมาช่วยกันผลักดันการปฏิรูปการอาชีวศึกษา ในรูปแบบและแนวทางใหม่ เพื่อตอบสนองแนวทางการพัฒนากำลังคนของประเทศในอนาคตในกลุ่มclusterต่างๆ ในแผนพัฒนาเศษรฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 คิดค้นใช้กลไกและวิธีการ และรูปแบบใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในฐานะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าของชาติเป็นสำคัญ และสอดคล้องกับความต้องการนปัจจุบันและอนาคตของภาคการเกษตร ภาคการผลิตและบริการทั้งในประเทศ และในภูมิภาค เพราะประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การรวมตัวทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน
ดิฉันมั่นใจว่า โครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพ ที่ทาง สอศ. ได้ดำเนินการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้พวกท่านเป็นกำลังสำคัญยิ่งขึ้นในการผลักดันการพัฒนาและปฏิรูปการอาชีวศึกษา เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติในอนาคต จึงขอขอบคุณท่านศาสตราจารย์ ดร.จีระ และคณะวิทยากร ไว้ ณ โอกาสนี้
และขออำนวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์เพื่อร่วมกันเป็นกำลังพัฒนาการศึกษาชาติ และขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพทุกท่าน
ขอขอบคุณ