ช่วงนี้เป็นเทศกาลการเรียนภาคฤดูร้อนของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทุกหัวมุม เพียงเพื่อให้เรียนจบไวๆ แล้วมีงานทำ อันหมายถึง หาใบการันตีว่าตัวฉันจบมหาวิทยาลัย แล้วได้งานทำ ยิ่งเรียน ได้เกรดสูงๆ ก็จะมีค่าตอบแทนว่าขยันเรียน เรียนเก่ง และบางครั้งหาได้สนใจสังคมที่แสนจะเร่าร้อน และทวีความรุนแรง เลือดอาบทาแดงทั่วปฐพี นี่คือผลพวงของการศึกษาที่สอนให้คนไปเหยียบย่ำทำลายกันถึงขณะนี้ และเหตุการณ์บ้านเมืองเริ่มส่งผลกระทบที่เห็นเป็นรูปธรรม
กลุ่มกิจกรรม ชมรมเริ่มเลือนหายซบเซาเพราะไร้ซึ่งแม่แบบที่ดีของคนหนุ่มสาว มีน้องเดินมาบอกว่า พี่ครับปีนี้ เราไม่มีค่าย????????????? เอ้ยเกิดอะไรขึ้น น้องมันไม่สนใจ มัวแต่เล่นเกมส์ เที่ยวสนุก แต่ที่สำคัญไม่ขึ้นเรียน นี่คือคำตอบของ รุ่นพี่คนหนึ่ง แล้วเราจะทำอย่างไรดี นั่งคุยแล้วบทสรุปที่ชอกช้ำมากที่สุดคือ ถ้าไม่ทำก็ล้มและสร้างมาใหม่ เพราะหลายต่อหลายครั้งที่มีปัญหาในการทำกิจกรรม จะมีรุ่นพี่มาคอยเยียวยาแก้ปํญหาให่ทุกครั้งร่ำไป จนน้องลืมสภาวะความรับผิดชอบของตัวเอง คิดว่าหากมีปัญหาเดี๋ยวพี่ก็มาช่วยนี่คือภาวะความสำนึกของรุ่นน้องแล้วก็ไม่สนใจ
ถ้าเปรียบเทียบในอดีตหากมีรุ่นพี่ก้าวเข้ามา เราจะรู้สึกอุ่นใจ จะนั่งคุยกับพี่ถึงแนวทางการแก้ปัญหาว่าจะแก้อย่างไร อุปสรรคเป็นอย่างไร นั่งวิเคราะห์ สังคมเหตุการณ์บ้านเมือง แล้วเราควรเคลื่อนไหวในประเด็นนี้อย่างไรบ้าง
แต่ขณะนี้ เราพยายามสอนให้เขาจับปลาเป็น แต่ในมุมกลับกัน เขากลับอ้าปากจะคอยกินปลาอย่างเดียว อาจจะเป็นเพราะขณะนี้คนหนุ่มสาวมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากกว่าการไปเรียนในสังคมที่แตกต่างที่เขาเป็นอยู่จึงไม่สนใจหรือครูบาอาจารย์เองก็ไม่สนใจการพัฒนานักศึกษาผ่านสถาบันการศึกษา หวังเพียงแค่เขาจบแล้วไปพบปัญหาเองนอกสถาบัน ซึ่งบางครั้งไม่สามามารถแก้ปัญหาได้เอง และพบจุดจบของปํญหาด้วยการทำร้ายตัวเองและสังคม
อีกมุมของการทำกิจกรรมบางครั้งกิจกรรมที่เป็นอยู่จำเจ เดิม เดิม ไม่ท้าทายกับคนหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน
ท่านมีความเห็นอย่างไร ช่วยชี้แนะด้วยครับ
จะเชื่อมั่นและศรัทธาในพลังคนหนุ่มสาวเสมอ