มาว่ากันต่อถึงสำนักความคิดต่อไปนะครับ
2. สำนักความคิดด้านนวัตกรรม (The Innovation School)
แนวความคิดของสำนักความคิดด้านนวัตกรรมได้รับการสนับสนุนจาก 2 นักวิชาการชื่อดัง คือ Tom Peters เจ้าของผลงานหนังสือ Thriving on Chaos และ Gary Hamel เจ้าของผลงานหนังสือ Leading the Revolution โดยทั้งสองท่านเน้นไปที่ภาวะวิกฤติที่องค์การหรือบริษัทกำลังเผชิญ ซึ่งก็คือ ระบบที่ไม่คล่องตัวและความเฉื่อยชาขององค์การ อันส่งผลให้องค์การยึดติดอยู่กับรูปแบบความคิดแบบเดิมๆ คำนึงถึงแต่ตัวเอง ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง และในที่สุดก็จะค่อยๆนำไปสู่ภาวะการสูญเสียขีดความสามารถในการสรรสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
นักวิชาการทั้งสองท่านชี้ให้เห็นชัดเจนว่านวัตกรรมใหม่ล่าสุดมักจะมาจากบริษัทที่เข้ามาใหม่ในตลาด (Newcomers) มากกว่าที่จะมาจากบริษัทที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว (Established Firms)
บริษัทที่อยู่ในตลาด บริษัทที่เข้ามาใหม่
Xerox Canon
Compaq Dell
Sears Wal-Mart
บริษัทผลิตนาฬิกาแบบเดิมๆ นาฬิกา Swatch
ที่ผ่านมา การเข้ามาของบริษัทใหม่ๆเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของบริษัทที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วอย่างรุนแรง บางรายได้รับผลกระทบจนถึงขั้นล้มละลายไปเลยทีเดียว และสภาวการณ์แบบนี้ก็ยังคงดำรงอยู่ แถมมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก ถ้าหากบริษัทที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วไม่ลุกขึ้นมาปฏิวัติองค์การของตนให้มีนวัตกรรมที่ก้าวหน้าขึ้น ทั้งนี้ มีสถิติที่น่าสนใจว่าบริษัทมหาชนในตลาด S&P 500 ในปี ค.ศ. 1930 มีอายุเฉลี่ยยืนยาวถึง 65 ปี แต่ปัจจุบันนี้บริษัทมีอายุเฉลี่ยเพียง 10 ปีเท่านั้นยกเว้นบริษัทเก่าแก่ไม่กี่รายที่ยังสามารถปรับตัวเองให้มีอายุยืนยาวต่อไปได้อีก คือ Procter & Gamble (P&G), GE และ Disney จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัททั้งหลายที่ต้องเลือกระหว่างนวัตกรรมหรือล่มสลาย (Innovate or Die)
จุดแข็ง ชัดเจนอยู่แล้วว่าความสามารถในการสรรสร้างนวัตกรรมของบริษัทเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้บริษัทอยู่รอดตลอดไปได้ในระยะยาว ฉะนั้น การกำหนดกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นที่การสรรสร้างนวัตกรรมจะทำให้บริษัทเกิดการตื่นตัวและเปิดกว้างพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทประสบความสำเร็จในที่สุด
ข้อจำกัด การมุ่งเน้นเฉพาะการสรรสร้างนวัตกรรมแต่เพียงด้านเดียวอาจจะทำให้บริษัทมัวแต่หลงเพลินไปกับสิ่งใหม่ๆโดยละเลยภาวะการข่งขันปัจจุบันที่ไม่ได้ต้องการนวัตกรรมขนาดนั้นไปก็ได้ ดังเช่นที่ Professor Mike Tushman แห่ง Harvard Business School เคยแสดงความเห็นไว้ว่า บริษัทจะต้อง “ถนัดทั้งสองมือ (Ambidextrous)” ซึ่งหมายความว่า บริษัทจะต้องให้ความสำคัญต่อทั้งนวัตกรรมและความเป็นเลิศในการดำเนินงานของบริษัทไปพร้อมๆกัน ไม่ควรละเลยสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเสีย เพื่อให้กระบวนงานของบริษัทมีการพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ก็ขอหยุดเพียงแค่นี้ก่อน แล้วคอยติดตามอ่านตอนต่อไปนะครับ
สำนักความคิดด้านนวัตกรรม (The Innovation School)สำนักนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้กับคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา นวัตกรรมทำให้บริษัทมีความตื่นตัวตลอดเวลา และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังไม่ละเลยการดำเนินงานที่เป็นเลิศของบริษัทให้คงอยู่ ถ้ามองในมุมของสถาบันการศึกษา ไม่ทราบว่าตัวอย่างของ ม.วลัยลักษณ์จะเข้ากับสำนักนี้ไหม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตั้งอยู่ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในชัยภูมิที่รายรอบด้วยปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งด้านทะเล มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงานทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย มีเกาะแก่งมากมาย มีภูเขาหลวงที่คงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และมีแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมและประเพณีวัฒนธรรมเก่าแก่มากมาย และมีวัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ที่เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวรวมใจชาวใต้
มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรหนึ่งที่เรียกว่า การจัดการการท่องเที่ยว สังกัดสำนักวิชาการจัดการ โดยมหาวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษาไปมีประสบการณ์จริงในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า สหกิจศึกษา (Cooperative Education) จำนวน 1 ครั้งก่อนสำเร็จการศึกษาโดยใช้เวลา 1 ภาคการศึกษา หรือประมาณ 4 เดือน
ต่อมา มหาวิทยาลัยพัฒนาหลักสูตรสหกิจศึกษาสำหรับนักศึกษาวิชาเอก การจัดการการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก Tract หนึ่ง โดยกำหนดให้นักศึกษาต้องออกไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ จำนวน 3 ครั้ง ก่อนสำเร็จการศึกษา ในสถานประกอบการต่าง ๆ นั่นคือ นักศึกษาจะมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง ในสถานประกอบการจำนวน 3 ครั้งก่อนสำเร็จการศึกษา หรือคิดเป็นเวลาประมาณ 1.2 ปี จากหลักสูตร 4 ปี
ท่านผอ.พอจะมีคำชี้แนะไหมครับ