เป็นบันทึกภาระกิจในช่วงสงกรานต์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุข..ที่ได้พบได้เจอ..คนดีๆ...ความรู้สึกที่ดีๆ...มิตรภาพที่ดีๆ...ที่ต้องรักษาไว้ให้ยั่งยืน

        ฮักกัน...แพงกัน

       สายใยที่....ผูกพัน

      สายสัมพัน...ที่ยั่งยืน

สงกรานต์ปีนี้แม้บ้านเมืองจะไม่สงบสุขเหมือนปีที่ผ่านๆมาแต่ความรักความผูกพันของครอบครัว..ความเป็นพี่เป็นน้อง...ความเป็นเครือญาติ...ยังเหนียวแน่น...ทำให้นึกถึงผญา(ผญา คือ คำคม สุภาษิต หรือคำพูดที่เป็นปริศนา คือฟังแล้วต้องนำมาคิด มาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นจริงและชัดเจนว่า หมายถึงอะไร)ที่คนเฒ่าคนแก่ได้กล่าวไว้ว่า....ขอให้ฮักกันไว้ คือข้าวเหนียวนึ่งใหม่ อย่าสิไรซังกัน คือเข้าเหนียวถูกน้ำ ......เซื้อซาติแฮ้งอย่าเหม็นสาบกุยกัน เกิดเป็นคนอีสานให้ฮักแพงกันไว้ ...

ความหมายโดยรวมก็คือขอให้รักกันเหมือนข้าวเหนียวนึ่งใหม่ที่เหนียวติดทนทาน กลิ่นอายหอม อบอวล ความเป็นพี่เป็นน้องก็ให้เหนียวแน่นคงทนและมีสายสัมพันอันดีต่อกันอย่างมั่นคง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นพี่น้องกัน อย่าดูถูกเหยียดหยามกัน อย่าแบ่งแยกแตกความสามัคคีกันเหมือนข้าวเหนียวถูกน้ำที่ปั้นยังไงก็ไม่เป็นกลุ่มเป็นก้อน ให้ส่งเสริมกัน...ให้รักกันดูแลกัน......

            ความเป็นพี่น้อง..ความเป็นเครือญาติของเรา...จึงเหนียวแน่น...เรามีสัญญาใจกันในเทศกาลสงกรานต์ว่า...เราจะกลับบ้าน....แต่ด้วยความที่บ้านเมืองไม่สงบ..ญาติพี่น้องบางส่วนไม่สามารถเดินทางมาได้....ได้แต่ส่งใจมาร่วมรดน้ำดำหัว อวยพรญาติผู้ใหญ่

         13 เมษายน 53 เริ่มต้นที่บ้านอำเภออาจสามารถซิตี้..พาลูกๆไปสงน้ำคุณยาย..แม้คุณยายจะเกษียณอายุราชการมาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่คุณยายยังแข็งแรงและได้ช่วยดิฉันบริหารงานโรงเรียนในตำแหน่งผู้รับใบอนุญาต  

  

รดน้ำดำหัวคุณยายนภาพร....

        เสร็จแล้วก็พากันไปบ้านยายทวดที่บ้านโนนเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด...แม้ว่ายายทวดจะไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้แล้วแต่...เป็นการรวมญาติตามสัญญาใจว่า..ไม่ว่าพวกเราจะอยู่ที่ไหน...เราจะกลับบ้าน...พี่น้อง..ลูกหลาน..หลายๆคนมาพบกัน..พูดคุย...ถามข่าวคราวกันอย่างสนุกสนานและมีความสุข...มาจาก ระยอง,ชลบุรี,กรุงเทพฯ,อุดรฯ,ขอนแก่น,มหาสารคาม,สุรินทร์,อุบลฯ,ขนาดหลานไปเรียนอยู่ที่ Sydney ยังกลับมาตามสัญญาใจค่ะ

         เริ่มจากพี่ใหญ่หรือป้าเติ่ง ได้พาน้องๆลูกหลานขอขมาต่อ พ่อ แม่ หรือคุณตาคุณยายของหลานๆ  หลังจากนั้นคุณตาและยายๆก็ให้พรให้โอวาท....และป้าเติ่งก็นำรดน้ำดำหัว..คุณตาประสาน คุณยายนงนาท คุณยายนภาพร  คุณยายสะอาดทิพย์ 

  

  

 

  ใบเงิน,ใบปอ,เสือทอง,รดน้ำยาย

  และภาพล่างขวาครอบครัวพี่ชาย..

  ที่หลานชาย (น้องฟิวส์) มาจากซิดนี่

 

      เสร็จแล้วก็รับประทานขนมจีน..ที่คุณยายนงนาททำอย่างสุดฝีมือ..อร่อยมาก คุณยายบอกว่าขนมจีนเป็นเส้นเป็นสาย..เปรียบดั่งความเป็นพี่น้องเครือญาติของเราที่เป็นสายใยที่ตัดไม่ขาดและเมนูเด็ดส้มตำป้าแดง ไส้กรอกป้าผ่อง ไอสครีมน้าเก๋ ครบทุกรส...แล้วตอนบ่ายแก่ๆลูกๆหลานๆก็เอารถออกมีสมาชิกเต็มกระบะไปเล่นสงกรานต์รอบเมือง...ส่วน ส.ว.(ผู้สูงวัย) ก็พักผ่อนรอที่บ้าน

           รุ่งเช้าอีกวัน(14 เมษา)น้องใบเงินกับน้องเสือทองก็พากันสงน้ำคุณพ่อคุณแม่..แต่ปีนี้พี่ๆไม่อยู่ซักคน เลยเหงาๆสองคนพี่น้อง

      ขัน 5 สมมาคุณพ่อก่อนสงน้ำ

      รับพรจากคุณพ่อกัน..ยิ้มแฉ่ง 

       ก่อนสงกรานต์เพียงวันเดียว(12 เมษา)ดิฉันได้ไปรดน้ำอวยพรญาติผู้ใหญ่ เจ้านายที่เอื้ออารีต่อดิฉันและครอบครัวเสมอมา ฯพณฯอนุรักษ์ จุรีมาศ (อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง)โดยไปจัดเตรียมสถานที่ พานน้ำ ดอกไม้ ช่วยกันตั้งแต่ช่วงเช้า

 บรรยากาศใต้เล้าข้าวหลังบ้าน

  

  เป็นเล้าข้าว(ยุ้งฉาง)โบราณที่ร่มเย็นและสวยงาม

     สายๆแขกเริ่มทยอยมากันจนเต็มบ้านส่วนมากเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์ที่สนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นส่วนใหญ่ และได้เริ่มพิธีในช่วงเที่ยง บรรยากาศเรียบง่ายเป็นกันเอง....ตามธรรมเนียมชาวอีสานเรา...

 

สาธุเด้อ...ปีนี้ขอให้เจอเนื้อคู่ด้วยเถิด55555

เริ่มด้วยการสงน้ำพระพุทธรูป

คุณแม่ดาวรุ่ง จุรีมาศ คุณแม่ท่านอนุรักษ์ จุรีมาศ

        เสร็จพิธีก็ร่วมรับประทานอาหารกลางวันและแยกย้ายกันกลับแต่มีสัญญาใจกันอีกครั้งที่นี่ 4 สิงหาคม วันเกิดท่านอนุรักษ์

...........................................................................................

             แม้บรรยากาศการเมืองไม่เป็นใจ..แต่ความรักความผูกพันอันยิ่งใหญ่ก็ดึงดูดให้ผู้คนกลับบ้านเกิด..อาจสามารถซิตี้ของดิฉันแม้จะเป็นอำเภอบ้านนอก..เล็กๆ..เงียบสงบ...แต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์..ก็ทำให้การจราจรคับคั่งเหมือนกันค่ะ

        ถนนใจกลางเมือง(เล็กๆ)

     

              เย้ๆๆ...อาจสามารถซิตี้..รถติด...5555

       

 

          เป็นบันทึกภาระกิจในช่วงสงกรานต์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุข..ที่ได้พบได้เจอ..คนดีๆ...ความรู้สึกที่ดีๆ...มิตรภาพที่ดีๆ...ที่ต้องรักษาไว้ให้ยั่งยืน...แต่อีกมุมหนึ่งของประเทศยังวุ่นวาย.....คงเป็นความโชคร้ายของแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้....เพราะบรรดาผู้คนที่มาอาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินนี้ไม่สำนึกในความเป็นชาติไทยแต่กลับต้องการเป็นแค่ชนเผ่าล้าหลัง ด้วยการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน
ด้วยการใช้กลโกงเล่ห์เหลี่ยม เข้าต่อสู้แย่งชิงประหัตประหารทำร้ายเข่นฆ่ากันเอง โดยมิได้มีใครมารุกราน  พวกเราประชาชนตาดำๆ ได้แต่เฝ้าดูความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ด้วยผลกระทบที่มาจากปัญหาของความโลภ ความหลงอำนาจ การการทำลายล้างกันเอง พวกเราเฝ้าดู...ด้วยน้ำตา...ทำไม...เราุึถึงพยายามลดความเป็นรัฐชาติที่บรรพบุรุษรักษามาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ  พยายามเป็นกันแค่ชนเผ่าในสายตาชาวโลกอย่างนั้นหรือ..คนไทยหรือเปล่า.ทำไมถึงไม่..ฮักกัน..แพงกัน...

      สวัสดีสงกรานต์ค่ะ...มีความสุขทุกท่านนะคะ

                      ฮักกัน...แพงกันเด้อ                     

                               ครูกระเเต

                          15 เมษายน 2553