ผมจำเป็นต้องรีบขึ้นบันทึกใหม่ เพราะมีบทสรุปว่า พวกเรายังพูดถึงความต่างไม่ได้แน่นอน

     ถ้าท่านจะอ่านเรื่องนี้ประกอบด้วยก็จะให้ความชัดเจนมาขึ้นครับ http://gotoknow.org/blog/somdejmas/347146

     จริงๆแล้วที่ประเทศชาติสับสนอยู่ในขณะนี้ก็เพราะ การที่ประเทศไทย รีบร้อนที่จะมีประชาธิปไตย ด้วยการปฏิวัติยึดอำนาจ นั้นคือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ที่คณะราษฎร์ รีบร้อนไป ไม่ให้ความเข้าใจพื้นฐาน กับประชาชนเสียก่อน จริงๆแล้วพระมหากษัตริย์ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงค่อยๆวางรูปแบบประชาธิปไตย เช่น การให้มีการสอนประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานจากการปฏิบัติจริง คือการเลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    แต่การที่ประชาธิปไตยไปไม่ได้เพราะเรามาติดกันที่อำนาจและผลประโยชน์ จริงๆแล้วผมคิดว่า ถ้าหากเรามีแนวคิดประชาธิปไตยจริงๆแล้ว ต้องยอมรับความต่าง ความไม่เหมือนได้

    ประชาธิปไตยจริงๆ ต้องมีทัศนะที่เป็นกลาง นอกจากเคารพความต่างแล้ว ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เพราะหากเราละเมิดสิทธิของผุ้อื่นก็เท่ากับเราได้ล้ำอธิปไตยผู้อื่นด้วยเช่นกัน

     บางทีต้องถามตัวเองก่อนว่า เราเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ เช็คง่ายๆว่าถ้าเราฟังในสิ่งที่แตกต่างจากความคิดเราไม่ได้ ใช่เลยเราไม่มีประชาธิปไตยแม้แต่น้อย

      ยิ่งประชาธิปไตยเสรีด้วยแล้ว สำหรับคนไทยยิ่งห่างไปกันใหญ่ เห็นหลายๆครั้งใช้ความเป็นเสรีจนกลายเป็นอนาธิปไตย ฉะนั้นประชาธิปไตยที่แท้จริง น่าจะมีคุณธรรม จริยธรรม มาเป็นสิ่งควบคุมจิตใจด้วย

     แล้วต้องมาตั้งคำถามต่ออีกว่าประชาธิปไตย กับความผิดความถูกจะแบ่งกันอย่างไร ผมยกตัวอย่างนะครับ ห้ามกินเหล้าผิดศีลของพุทธศาสนา แต่ในระบบประชาธิปไตยไม่ผิด แต่การออกกฎหมายเรื่องเหล้า จะให้ผ่านสภาได้ต้องใช้เสียงข้างมาก นี่คือระบบประชาธิปไตย ถ้าถามพระสงฆ์ท่านต้องบอกว่า คนที่ยกมือสนับสนุนกฎหมายนี้ผิดศีล แต่ถ้าถามนักประชาธิปไตยก็บอกว่า นี่คือระบบประชาธิปไตย

    ผมก็คิดว่าระบบประชาธิปไตยของไทยเรา ถูกแล้วละ ที่ต้องแยกกันชัดกับเรื่องความผิด คุณทำผิดต้องเข้าสู้กระบวนการยุติธรรม จะใช้ประชาธิปไตยมาตัดสินไม่ได้ ไม่ว่าฝ่ายใดหากละเมิดกฎหมายก็ไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย เราจะยอมรับการละเมิดกฎหมายไม่ได้ ต้องสร้างบรรทัดฐานตรงนี้ให้ดี โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ หาไม่แล้วประเทศชาติจะไปไม่รอด หากอีกคนหนึ่งละเมิดได้ อีกคนก็จะละเมิดตาม

     ในส่วนตัวผมเองยอมรับความแตกต่างได้ ผมจึงคุยกับพระคุณเจ้าในเรื่องศาสนาได้ ผมดู ASTV และ PTV ได้และดูทุกวัน อ่านหนังสือการเมืองได้ทุกแนว คุยกับแนวคิดทางการเมืองได้ทุกแนวคิด สิ่งที่เหมือนกันเราก็คุยกัน สิ่งที่แตกต่างเราก็แลกเปลี่ยนกัน หากจะทะเลาะกันผมก็หยุดพูด

      แนวคิดทางการเมืองคือทฤษฎีที่บุคคลคิดขึ้นมาภายหลัง ผมก้าวผ่านตรงนี้ไปแล้ว มีเหตุการณ์ทางการเมืองกี่ครั้งเราก็ศึกษาและเข้าไปสัมผัสมาเกือบทุกครั้ง

     ผมจึงมีบทสรุปว่าวีรชนทั้งหลาย เป็นได้แค่เอาร่างกายทอดให้ใครก็ไม่ทราบเดินผ่านไป ก้าวขึ้นสู้วงจรของอำนาจและผลประโยชน์

    วันนี้ขณะนี้ก็เช่นกัน ศึกษาให้ลึกแบบที่ไม่ได้ดูตามเน็ท ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ได้ดูโทรทัศน์ หรือฟังนักอภิปรายเพียงอย่างเดียว "เราต้องคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์" ให้เป็นและให้ได้ หลายครั้งภาพที่เห็นข้างหน้า ที่เราว่าใช่ เอาเข้าจริงๆไม่ใช่

    หากท่านเชื่อว่ากรรมที่แปลว่าการกระทำมีจริง ผมก็ว่าผลของกรรมก็จะปรากฎจริงเช่นกัน อยู่ที่ว่าวันนี้เราจะก้าวผ่านปัญหาทั้งปวงนี้ไปได้อย่างไร

    เราจะก้าวผ่านการที่ยึดตัวบุคคล มากกว่าความถูกต้องได้ไหม?? วันนี้ชาติกำลังจะล่มจม เราเห็นชาติมากกว่าบุคคลหรือไม่ ?? วันนี้ศาสนาไม่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและกล่มเกลาการเมือง เรารักศาสนามากไหม?? วันนี้ระบบพระมหากษัตริย์ถูกกระทบกระเทือน เรารักสถาบันจริงไหม??

    ก่อนที่ผมจะขอคำตอบจากท่าน ผมบอกได้เลยว่า ผมรักสามสิ่งนี้ครับ เพราะประเทศไทยประกอบด้วยเสาหลักสามเสานี้ครับ

    ผมก็ขอความกรุณาให้ท่านแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาตินะครับ ไม่ก่อให้เกิดการขัดแย้ง (เพราะเรายังก้าวผ่านตรงนี้ไม่ได้)หากคำแสดงความคิดเห็นใดที่ทาง G2K คิดว่าไม่เหมาะสมก็ลบได้เลย ส่วนผมจะไม่ลบการแสดงความเห็นของทุกท่าน