
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกจากได้รับความรู้ ข้อคิดข้อปฏิบัติ ความสุข ความบันเทิงรวมทั้งมิตรภาพแล้ว ทำให้ฉันได้ต่อยอดจากการจุดประกายของหลายบันทึก ได้ทบทวนประสบการณ์ในอดีตผ่านเข้ามาย้ำเตือนมากมาย
บันทึกน้ำส่าง ของคุณนิภารัตน์ ทำให้ฉันต้องเปิดสมุดบันทึกเมื่อสิบปีที่ผ่านมา มีสาระที่ชวนให้ขบขันและเป็นบทเรียนรู้ที่อยากจะนำมาถ่ายทอดในบันทึกนี้เหมือนกับบันทึกที่ผ่านมา
ช่วงหนึ่งของชีวิตที่ยาวนานพอสมควร ฉันได้ย้ายติดตามครอบครัวไปอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ทำให้ทางบ้านเป็นห่วงเป็นใยเรื่องความเป็นอยู่และอาการการกิน ประเพณีวัฒนธรรม คุณพ่อบอกว่า "ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอิสานเขียวเต็มพื้นที่แล้ว"
๑๖ กรกฏาคม ๒๕๓๓ เป็นวันแรกที่เดินทางไปถึงอำเภอเปือยน้อย ห่างจากจังหวัดขอนแก่น ๙๗ กม. ญาติที่ไปส่งพูดขึ้นอย่างห่วงใยว่า "หน้าฝนแล้วนะต้นข้าวในนายังไม่มีสักต้นเดียว บ้านเราข้าวเขียวเต็มนาหมดแล้ว เธอต้องอดทนนะคิม" ก่อนที่จะสู่เรื่องน้ำส่าง ขอเล่าตามลำดับ
"แจ่วฮ้อน" ที่ฉันอยากจะเล่าก็คือ "เจ้าภาพได้ต้อนรับเราที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวมอดินแดง และมีอาหารพื้นถิ่นคือแจ่วฮ้อน รวมทั้งอาหารอื่น ๆ"
เวลาของการรับประทานผ่านไปนานพอสมควร ฉันสังเกตเห็นมีผักสด วุ้นเส้นมากมายเหลืออยู่ในจาน ฉันจึงถามพนักงานเสิร์ฟ์ว่า "ผักพวกนี้จะทานกับอะไรคะ"
พนักงานเสิร์ฟย้อนถามกลับมาว่า "เนื้อ หมู ปลาและกุ้งที่อยู่ในจานหายไปไหนหมดละคะ"
พวกเราตอบพร้อมกันว่าแบบเห่ย ๆ "พวกฉันนำมาลวกทานกับน้ำจิ้มหมดแล้วค่ะ" ....ฮาตรึม....ฮา.ๆ.ๆ.ๆ.ๆ.
วันนั้น...พนักงานเสิร์ฟหัวเราะแบบขำ ๆ จึงสั่งหมู เนื้อ กุ้งและปลามาอีกชุด และได้สอนประสบการณ์การรับประทานแจ่วฮ้อนให้พวกเรา ความไม่รู้ของฉันก็คือไม่รู้ นึกแล้วรู้สึกสงสารตัวเองเหลือเกิน ขอขอบคุณพนักงานในวันนั้นที่เปิดกะลาออกจากศีรษะให้และทำให้ได้รับความรู้ว่า "แจ่วฮ้อนแซบอิหลี" เด้อค่ะ

แจ่วฮ้อน บางคน เรียกว่า สุกี้อีสานค่ะ
เพราะจะรับประทานคล้ายๆกัน
มีเนื้อ ผัก น้ำจิ้ม วุ้นเส้น จะต่างกันตรงน้ำซุป น้ำจิ้มที่มีเครื่องปรุงต่างกัน สีจึงต่างกันค่ะ พี่ครูคิม
แวะมาชิม อีกนะคะ
ที่บ้านหนู...เค้ามีร้านเยอะ พอๆกับเนท้อย่างเกาหลีค่ะ
Take care
สวัสดีค่ะ
ปกติทานรสไม่จัด จึงไม่เคยทาน ทานแต่สุกี้ แต่ทราบว่ามีผักพื้นบานที่อุดมด้วยสมุนไพร
ครูคิมเล่นน้ำสงกรานต์ที่ไหนคะ...
ขอให้มีความสุข เย็นชุ่มฉ่ำๆ นะคะ
แวะมาชิมแจ่วฮ้อนครับ
ผักแพรวอร่อยมากๆค่ะ..ครูอ้อยเล็กชอบค่ะพี่ครูคิม..กินกับอะไรก็อร่อยค่ะ..อาการลาว ไทย เวียดนาม อร่อยหมด..
แจ่วฮ้อนแซบๆ ต้องใส่ผักหอมเปล
กับผักแพว ด้วยเด้อ
จะได้แซบๆซ่าๆ
สวัสดีค่ะน้อง@..สายธาร..@
สวัสดีค่ะครูใจดี
สวัสดีค่ะน้องPhornphon
สวัสดีค่ะน้องอ้อยเล็ก
สวัสดีค่ะน้องนาง...มณีวรรณ ตั้งขจรศักดิ์
ถึงพี่คิมค่ะ ....แจ่วฮ้อน จะอร่อย ต้องน้ำจิ้มเด็ดๆค่ะ หมูหรือเนื้อ สดๆไม่มีกลิ่นแปลกๆ
แซ่บ..ค่ะขอบอก ...
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม : อ่านไป หัวเราะไป แอบหิวไปด้วยค่ะ แจ่วฮ้อนนี่จะเหมือนกับ จิ้ม จุ่ม ที่ฮิตอยู่พักนึงแถบเมืองหลวงไหมค่ะเนี่ยะ นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้ทาน หิวววว ..
สวัสดีค่ะครูแจ๋วคุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน
สวัสดีค่ะน้องปิ่นธิดา
สวัสดีค่ะคุณณัฐพัชร์
สวัสดีค่ะ
เดียวเคยทานบ่อย ๆ ที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่เขาจะใช้กระทะไฟฟ้าค่ะ แซบจริง ๆค่ะ ไม่ได้ทานมานานแล้วค่ะ
คิดถึงเสมอ
อิอิ อดีตที่คิดขึ้นมาทีไร น่าหัวเราะและน่าสงสารตนเองนะคะ แจ่วฮ้อน อาหารของคนอีสานจริงๆคะ สุก็ทานไม่ถูกเหมือนกัน คงจะลวกกินกับน้ำพริกที่เขานำมาวางด้วยกัน เพราะด้วยชอบลวกผักอยู่แล้ว จะยังไม่ลวกเนื้อเลย คงจะเปิ่นคนละแบบคะ ซึ่งน้ำพริกเขาให้เทลงในหม้อเพื่อเพิ่มรสชาติ แล้วแต่ชอบเผ็ดหรือไม่เผ็ด บางคนก็ใส่เพี้ยนิดหนึ่งพอนัวๆ ก็มีเครื่องในวัวสำหรับวัวใส่ที่ เรียกว่าผ้าขี้ริ้ว ใส้ ใส้อั่ว ใส่ผักโหระภาหอม ข่า ตะไคร้ ผักหอมเปล ผักแพรวคงจะใช่รูปที่เม้นท์ 5 ของน้องอ้อยเล็ก ผักในรูปพี่ครูคิมนำมาเม้นท์ที่1 ซดแซบๆๆๆ คือสุก็เคยกินแค่นี้ ก็ไม่ทราบว่าจะปล่อยไก่อีกหรือเปล่า ยอมรับ ตอนแรกทานไม่เป็นคะ และไม่ทานบ่อย เรื่องอาหารไม่เก่งคะ เพราะซื้อเขากินตลอดคะ ของดีอีสานมารวมกันในหม้อ แซบไปอีกรูปแบบหนึ่ง วันสงกรานต์ก็เห็นเขาทำกินกันอยู่คะ หอมตลบ อบอวลเลยคะ พูดมาแล้วน้ำลายไหยยยยยยยคะ-
-ส่วนจิ้มจุ่ม จะมีหมู มีกุ้ง มีปลา มีเส้นร้อน มีผักบุ้ง ผักกาด ซดได้ไม่มาก ส่วนมากจะเอาหมูกุ้ง ปลามาลวก จิ้มน้ำพริกคะ นำจะออกทางหวาน กลมกล่อม
-พอดีคิดอยากทานเลยกลับมาเยี่ยมดูรูปใหม่ ว่าจะทำกิน พอมาดูรูปแล้วมันไม่ใช่คะ