ต้นไม้ที่รัก
ในภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2552 ครูเมี้ยวไม่ได้บันทึกบล็อกเสียนาน การจัดประสบการณ์ การเรียนการสอนเป็นไปด้วยดี และเรื่องที่ยินดีนำเสนอก็คือเรื่อง “ต้นไม้ที่รัก” เด็กๆมีความกระตือรือร้นที่ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี เพราะได้ออกไปศึกษานอกสถานที่ เด็กๆและครูพากันไปศึกษาส่วนประกอบของต้นไม้ที่สวนบริเวณหน้าอาคารอนุบาล และได้ถอนต้นไม้มาศึกษาเรื่องส่วนประกอบของต้นไม้ที่ในห้องเรียนด้วย เด็กๆสามารถบอกส่วนประกอบและเขียนส่วนประกอบของต้นไม้ได้ถูกต้อง เพราะเด็กๆพอมีพื้นฐานการเขียนกันพอสมควร การจัดประสบการณ์ การเรียนการสอนไม่ได้เน้นให้เด็กอ่านออก เขียนได้ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์- จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยผ่านการเล่น การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆอย่างหลากหลาย เมื่อเด็กมีความพร้อมแล้วก็จะเขียน อ่านได้ในที่สุด (เมื่อขึ้นชั้น ป.1)
เด็กๆเรียนเรื่อง"ต้นไม้ที่รัก" เด็กได้ศึกษาส่วนประกอบของต้นไม้ ป่าไม้ชนิดต่างๆที่เด็กรู้จัก เคยมีประสบการณ์ได้ไปพบเห็นก็นำมาเล่าให้เพื่อนและครูฟัง ครูให้ดูภาพป่าไม้ชนิดต่างๆ(ประเภทของป่า) เช่นป่าชายเลน (เด็กๆเล่าประสบการณ์ที่เคยไป และได้พบสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆในป่าชายเลน) ป่าโปร่ง ,ป่าทึบ ,ป่าละเมาะ เด็กและครูร่วมกันสนทนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโทษของการตัดไม้ทำลายป่า เด็กๆก็สามารถพูดแสดงความคิดเห็นได้ดี ประโยชน์ของต้นไม้ เด็กๆก็เล่าเรื่อง แสดงความคิดเห็นได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ก็สนทนาเรื่องการดูแลรักษาต้นไม้ เด็กๆได้ปฏิบัติจริงโดยการถอนหญ้าดูแลรักษาต้นไม้บริเวณหน้าอาคารอนุบาลด้วย เด็กมีความสุขที่ได้ปฏิบัติกิจกรรม รวมทั้งการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะกันอย่างมีความสุขกับการฝนสีเทียนโดยใช้ใบไม้เป็นแบบ การวาดภาพระบายสี การพิมพ์ภาพสีน้ำโดยใช้ใบไม้เป็นแบบ การปั้นดินน้ำมันเป็นต้น
เมื่อเด็กได้ศึกษาถึงส่วนประกอบของต้นไม้เด็กๆได้ทำการทดลองเรื่องการดูดน้ำทางรากของต้นไม้ โดยใช้ต้นกระสังแช่ในน้ำสีแดงเพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลง ตอนแรกที่ทำการทดลอง เด็กเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงอยู่ 2 วันก็ไม่พบการเปลี่ยนแปลง จึงได้ทำการทดลองใหม่เมื่อเด็กๆใช้ต้นกระสังต้นใหม่แช่น้ำสีแดงแล้วนำไปตากแดดไว้ ครึ่งวัน ตอนบ่ายจึงสังเกตพบว่าต้นกระสังเปลี่ยนเป็นสีแดง จึงวาดรูปบันทึกผลการทดลอง เด็กๆได้เกิดองค์ความรู้ว่า เมื่อแช่ต้นกระสังทิ้งไว้ที่ร่ม ไม่เปลี่ยนแปลงเพราะต้นไม้ดูดน้ำน้อย แต่ถ้านำไปตากแดด ต้นไม้ดูดน้ำมากจึงดูดน้ำสีแดงไปอยู่ในต้นและใบจึงเห็นเป็นสีแดง(เด็กได้พบกับความล้มเหลว เมื่อทำใหม่ก็ประสบความสำเร็จ)
เมื่อจบการจัดประสบการณ์เรื่องต้นไม้ที่รัก ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กในเรื่องการรู้จักหวงแหนต้นไม้, รู้จักรักษาต้นไม้โดยการสังเกตเห็นเด็กๆไม่เด็ดดอกไม้,ใบไม้ ถ้าใครเด็ดเขาจะเตือนกันเอง ครูได้ยินแล้วก็ชื่นใจ และรู้จักช่วยครูรดน้ำต้นไม้ตอนเช้าที่มาถึงโรงเรียน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ดี เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ภาพกิจกรรม
หนูสำรวจต้นไม้และศึกษาส่วนประกอบของต้นไม้ค่ะ
หนูทำการทดลองโดยการแช่ต้นกระสังในน้ำสีแดงแล้วสังเกตผลการเปลี่ยนแปลงครับ
หนูช่วยกันถอนหญ้าดูแลต้นไม้ และสังเกตผลการทดลองหลังจากแช่ต้นกระสังกลางแดดค่ะ

หนูฝนสีเทียนโดยใช้ใบไม้เป็นแบบ และเขียนส่วนประกอบของต้นไม้ค่ะ
ผลงานวาดภาพของหนูค่ะ

ผลงานแผนผังความคิดจากการจัดประสบการณ์เรื่อง"ต้นไม้ที่รัก"
เข้ามาชมดอกไม้...แลกเปลี่ยนกิจกรรมเรียนภาษาไทยจากดอกไม้ไว้ด้วยนะคะพิมพ์"ศูนย์ภาษาไทยโรงเรียนสบเมยวิทยาคม"
google เชิญค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
หายไปนาน คิดถึงน่ะค่ะ
การได้อยู่กับต้นไม้ จะรู้สึกว่าเราได้ผ่อนคลาย และใจเย็น เด็ก ๆ ก็ได้เรียนรู้ไว้ได้เฝ้าดูแล และรักษา ก็จะรู้สึกหวงแหนค่ะ
สวัสดีค่ะคุณมณีจันทร์
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
สวัสดีค่ะครูคิม
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ ครูเมี้ยวหายไปนานเลยค่ะ
เพิ่งมาบันทึกบล็อกตอนสงกรานต์นี้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณสุนันทา
ครูเมี้ยวหายไปนานมากเลยค่ะ เพื่งมาบันทึกบล็อกนี่เองค่ะ
เป็นการเล่าเรื่องของเด็กๆที่ปฏิบัติกิจกรรมกันอย่างสนุกสนานค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาเรียนรู้ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ^__^
สวัสดีค่ะครูจ่อย
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
ขอให้มีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์และตลอดไปค่ะ
สวัสดีค่ะต้นเฟิร์น
ขอบคุณที่แวะทักทายนะคะ
ขอให้มีความสุขในสงกรานต์ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณบุษรา
ขอบคุณมากค่ะที่ส่งสายน้ำเย็นๆมาฝาก
มีคำถามต้องการคำตอบที่บันทึกล่าสุดของครูบันเทิงน่ะค่ะ ..คอย คอยค่ะ..
สวัสดีค่ะคุณบุษรา
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและแนะนำส้วมสวยๆค่ะ
สวัสดีค่ะครูบันเทิง
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ
สวัสดีครับครูเมี้ยว
แวะมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจในการสร้างสรรค์งานเพื่อเด็กปฐมวัยครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะมาให้กำลังใจค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ