วันนี้ดอกไม้แห่งความพยายามเริ่มผลิบานครับ จากความพยายามที่เริ่มจุดประกายเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนครับ จำได้ว่าผมพยายามพูดเรื่องขององค์กรการเรียนรู้ให้กับผู้ที่รับผิดชอบระดับสูงของ มอย. ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ทำประกันคุณภาพ แต่มันไม่เกิดครับ สองปีแรก ผมบอกถึงความสำคัญ บอกวิธีการเบื้องต้น แต่ก็บอกว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความจริงมันคืออะไร และทำอย่างไรจึงจะสำเร็จในบริบทของมหาวิทยาลัยของเรา แต่ตอนนั้นผมรู้ว่าเราจะหาความรู้นี้ได้จากที่ไหน และใครพอจะมาช่วยเราได้บ้าง ฮือ แต่สุดท้ายไม่มีเสียงตอบรับใดๆ 

ผ่านไปหนึ่งปี ผมเริ่มทำมันเองในระดับคณะครับ โดยจับเอาประเด็นของการเรียนการสอนเป็นประเด็นหลัก แล้วก็ขยายมายังการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษา อย่างหลังนี้คณบดีลงมาช่วยอย่างเต็มกำลังเลยครับ แต่ผลสรุปของมันกลายเป็นความว่างเปล่าครับ ด้วยเหตุผลคือ ขาดการวางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน และขาดการสรุปงานที่เป็นระบบ ตอนนั้นสรุปผลของผมเองคือ ผมยังทำไม่เป็น ฮา 

กระบวนการต่อจากนั้นจึงเป็นความพยายามส่วนตัวแสวงหาความรู้ด้วยตัวเองครับ พอเริ่มจะรู้เรื่องก็พอดีได้เข้าเรียน ป.เอก ซึ่งมีประเด็นเรื่องนี้ในการเรียนด้วย ผมเลยได้ใช้ความรู้ที่ค้นคว้ามาตรวจสอบความถูกต้องกับอาจารย์ที่สอน พอมั่นใจมากขึ้นก็คุยสร้างโมเดลของ km สำหรับคณะขึ้น ฮา แต่ก็ขับเคลื่อนไม่ได้เต็มรูปแบบครับ (เสียดาย)

คราวนี้ในโอกาสที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญให้รับผิดชอบ ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วสามเดือน (โดยประมาณ) ผมได้ลงมือทำมันเอง ที่สำคัญทำทั้งมหาวิทยาลัยด้วย ผมเองก็ตกใจกับผลที่ได้ครับ มันได้ผลเกินคาดจริงๆ

(บรรยากาศความคึกคักก่อนเริ่ม ลปรร)

วันนี้เป็นอีกวันที่เกิดเวทีของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักปฏิบัติ เป็นครั้งที่สามของกลุ่มนี้ที่ตั้งชื่อว่า km-qa ซึ่งรอบนี้ได้รับการตอบรับเข้าร่วมกลุ่มอย่างคับคั่งครับ กลุ่มนี้จึงกลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดสำหรับ CoPs ของมหาวิทยาลัยเลย ที่สำคัญผลจากการคุยแลกเปลี่ยนกันในกลุ่ม ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่มา 2 ชิ้นกับอีกหลายกระบวนท่า ความจริงมีหลายคนเสนอว่า กลุ่มนี้ควรแยกออกเป็นสองกลุ่มย่อยตามลักษณะงานเฉพาะกลุ่ม แต่ผมคำนวณแล้วว่า ยังงัยถ้าแยกเป็นสองกลุ่ม กระบวนการทำงานบางอยากอาจจะทำให้ขาดการเกื้อหนุนระหว่างกัน ทำให้ขับเคลื่อนงานไม่ได้อีก ที่สำคัญคือ จัดสองกลุ่ม ผมก็ต้องหาเวลาเพิ่มเพื่อให้รับรู้กับทำงานของสองกลุ่ม ซึ่งตอนนี้เวลามันหายากมากครับ

อันนี้เรียกว่า ความผิดพลาดของการวางแผน km ของผมก็ได้ครับ คือ ยังไม่มีการพัฒนาคนสู่การเป็น คุณอำนวย และคุณลิขิต ประเด็นนี้ำจำได้ว่า ท่านอาจารย์ ibm ครูปอเนาะ เคยถามไว้ล่วงหน้าเมื่อสักปีสองปีที่แล้วแล้วว่า ใครเป็นใคร กำหนดแล้วยัง ฮา วันนี้ท่านเห็นสภาพผม ท่านก็ตั้งคำถามคล้ายๆ คำถามเดิม ซึ่งก็ตอบท่านไปว่า อันนี้แหละที่เราลืมไปในขั้นการวางแผนงานของเรา ฮา

วันนี้เมื่อ km เริ่มทำหน้าที่ของมันได้แล้ว ภาพของการเปลี่ยนแปลงการทำงานของบุคลากรในมหาวิทยาลัยก็เริ่มชัดเจนขึ้นด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือ ผลของมันก็ประจักษ์ขึ้นด้วยเช่นกันครับ (อัลฮัมดุลิลลาห์) หลายหน่วยงานสามารถเป็นหยิบมาอวดบนเวที km ได้แล้วครับ

และความสำเร็จในการดำเนินการในเรื่องนี้ถูกหยิบมาคุยกันในคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยครับ และที่น่าภูมิใจสำหรับคนรับผิดชอบคือ ท่านอธิการบดีทวงถามว่า แล้ว km ของผู้บริหารเมื่อไรจะเกิด

ต้องเรียกว่าจังหวะมันพอดีครับ เพราะจากประเด็นคุยในกลุ่มคนทำงานทำให้ตอนนี้แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเปลี่ยน และโจทย์ต่อไปคือการขับเคลื่อนต่อของผู้บริหาร ซึ่งผมคงเลือกใช้ km มาเป็นเครื่องมืออีกครั้งหนึ่งครับ

ออ. วันนี้นั่งคิดเล่นๆ ว่าทำไม km จึงได้รับการตอบรับดีจากบุคลากรของ มอย. คำตอบที่ได้อย่างรวดเร็วคือ เพราะต้นทุนที่มหาวิทยาลัยมีอยู่ครับ นั่นคือ ฮัลเกาะห์

(เปลี่ยนห้องประชุมกระทันหัน เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องว่า ห้องเดิมกลิ่นมันอับมาก เพราะถูกนำไปใช้ในการทำข้อสอบที่ผ่านมา ต้องมาใช้บริการที่คณะศิลปศาสตร์ฯ ทั้งๆ ที่ห้องเดิมจัดเก้าอี้ไว้พร้อมแล้ว ส่วนรอบหน้าจะไปใช้ที่คณะวิทย์ฯ ครับ)

วันนี้ท่านคณบดีคณะศิลปศาสตร์ฯ เสนอความเห็นในที่ประชุมประการหนึ่งที่ทำให้ผมยิ้มออกครับคือ ตอนนี้ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว ว่า เรามาถูกทางแล้ว เรามีเครื่องมือสำหรับการเดินไปข้างหน้าแล้วครับ ที่สำคัญ คือ ความร่วมมือ ความจริงใจจากทุกฝ่ายครับ