อธิบายภาพ : ปกหน้า หนังสือ ดังลมหายใจ โดย วิรัตน์ คำศรีจันทร์ บรรณาธิการ : รุจิรา คำศรีจันทร์
อธิบายภาพ : ปกหลังนอก หนังสือ ดังลมหายใจ โดย วิรัตน์ คำศรีจันทร์ บรรณาธิการ : รุจิรา คำศรีจันทร์

รูปเล่มสำเร็จแล้ว ถ่ายภาพ : ขอยืมภาพมาจากอาจารย์ณัฐพัชร์ ทองคำ
ปีใหม่ไทย เทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๕๓ นี้ ผมทำของสำหรับไปกราบไหว้แม่และญาติพี่น้องเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง คือ ดังลมหายใจ ซึ่งตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มเขียนเผยแพร่ในเว็บล็อก GotoKnow เมื่อเดือนแห่งวันแม่ สิงหาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา นอกจากหนังสือนี้เขียนและมีคนเข้ามาพูดคุยเสวนาให้บรรยากาศกรุ่นไปด้วยความรักและความน้อมตนสู่ความรักที่เป็นสากลของผู้คนตลอดเดือนแห่งวันแม่ของสังคมไทยแล้ว ผมได้ขอให้ภรรยาผมเป็นบรรณาธิการ จัดเล่ม และทำกราฟิคศิลปะหนังสือ รวมทั้งขอพี่ๆน้องๆที่ทำงานด้วยกันมาในโอกาสต่างๆให้ช่วยเป็นกองบรรณาธิการ ฝากเป็นรอยมือและรอยใจลงในหนังสือคนละนิดละหน่อย
ต้นฉบับหนังสือเสร็จแล้วก็นำไปพิมพ์ที่โรงพิมพ์สุทินการพิมพ์(๒๕๒๔) ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผมขอกล่าวถึงทั้งด้วยความประทับใจและด้วยความซาบซึ้งใจอย่างที่สุด เนื่องจากทางโรงพิมพ์นั้น พอทราบเจตนาผมแล้วก็กุลีกุจออย่างไม่ใช่งานธุกิจทั่วไปของตนเอง ผู้จัดการสำนักพิมพ์เป็นคนอ่านหนังสือและเมื่อได้คุยกันหลังจากที่ผมไปรับงานที่เสร็จแล้วก็ทราบว่าเขาเป็นคนทำหนังสือมาก่อน ก่อนที่จะมาทำกิจการโรงพิมพ์ จึงเป็นคนรักหนังสือและศิลปะในหนังสือ เขาช่วยตรวจปรู๊ฟและดูหนังสือให้ผมอีกรอบ แล้วก็ให้ในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะมีใครเขาให้กันในลักษณะนี้ คือ เขาทำหน้าปกให้ผมอย่างพิเศษดีกว่าที่ผมจะสามารถทำได้เพราะแต่เดิมนั้นผมทำไปตามกำลังทรัพย์ เสร็จแล้วก็เคลือบพลาสติกให้ฟรีซึ่งทำให้หนังสืองดงามและมีคุณภาพมาก ยิ่งไปกว่านั้น เขาพิมพ์เพิ่มแถมให้ผมอีก ๑๐๐ เล่ม ทั้งหมดนี้ผมยังนึกไม่ออกว่าผมและครอบครัวจะมีโอกาสตอบแทนน้ำใจเขาอย่างไรนอกจากจะต้องรำลึกถึงอย่างไม่มีวันลืม
องค์ประกอบทั้งหมด ทำให้หนังสือ ดังลมหายใจ นี้มีเนื้อหาและความหมายเป็นพวงมาลากราบแม่ บุพการี และผู้เฒ่าผู้แก่ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๕๓ ของปีนี้ หนังสือเสร็จออกมาเป็นเล่มสมบูรณ์แล้ว สวยงามอย่างที่คิด เป็นพ็อคเก็ตบุ๊คขนาด เอ๕ พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา ความหนา ๙๖ หน้า หน้าปก ๒ สีและเนื้อในสีเดียวมีภาพประกอบ กองบรรณาธิการประกอบด้วย ณัฐพัชร์ ทองคำ เริงวิชญ์ นิลโคตร กานต์ จันทวงษ์ สนั่น ไชยเสน ปรีชา ก้อนทอง
เรื่องราว ดังลมหายใจ ที่เขียนในบล็อกและที่สุดดึงออกมาทำเป็นหนังสือในชื่อเดียวกันกับบันทึกในบล๊อกนี้ ผมตั้งใจทำเพื่อให้มีความหมายต่อครอบครัว ญาติพี่น้อง และชุมชนบ้านเกิดหลายอย่าง ที่สำคัญคือ ต้องการให้ประสบการณ์เชิงสำนึกการปฏิวัติตนเองและจัดวางตนเองในอีกภาวะหนึ่งของชุมชนและญาติพี่น้อง นับแต่แม่ของผมเองไปจนกระทั่งคนเฒ่าคนแก่และญาติพี่น้องอีกหลายหมู่บ้านที่บ้านตาลิน อำเภอหนองบัว นครสวรรค์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับการศึกษาน้อยเพียง ป.๔ และป.๖ อ่านหนังสือไม่ออกและไม่คุ้นเคยกับการอ่านแล้ว
ผมจึงถือเป็นโอกาสให้ประสบการณ์ชาวบ้านซึ่งก็คือญาติพี่น้องและชุมชนซึ่งเหมือนกับเป็นตัวผมเอง เพื่อได้ความสำนึกและเห็นศักยภาพเชิงบวกอีกด้านหนึ่งของตนเองเพิ่มขึ้นมาอีกคือ เปลี่ยนฐานะจากคนบ้านนอก อ่านหนังสือไม่ออก ไกลห่างจากหนังสือและการอ่าน สู่การเข้าไปอยู่ในหนังสือ ได้ความสำนึกการเป็นเจ้าของความรู้ชุมชนของตนเองและเป็นเนื้อหาเรื่องราวในหนังสือเสียเอง ซึ่งการให้ประสบการณ์พร้อมกันของชุมชนในช่วงสงกรานต์อย่างนี้ จะเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายต่อการเสริมสร้างทุนทางปัญญาให้กับชุมชนต่อไป
นอกจากนี้ ผมอยากพาญาติพี่น้องและลูกหลานหาความหมายใหม่ของการทำบุญสงกรานต์และการกลับบ้านนอก รวมทั้งจัดความสัมพันธ์กับคนเฒ่าคนแก่ บุพการี และญาติพี่น้องที่เราเคารพนับถือเสียใหม่ จากการทำพิธีกรรมที่เน้นความเป็นตัวบุคคล บุคลาธิษฐาน ความสนุกสนานสิ้นเปลือง รวมทั้งขาดสติจากการดื่มกินของมึนเมา ให้เป็นการพัฒนาเชิงสถาบันความเป็นครอบครัว สถาบันความเป็นผู้สูงอายุ รวมทั้งความเป็นชุมชน ทำกิจกรรมและเทศกาลเชิงพิธีกรรมให้เป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ที่เป็นทุนชีวิตให้กับตนเอง
ผมจะขนหนังสือนี้ไปร่วมกับแม่และพี่ๆน้องๆทำบุญวันสงกรานต์กับญาติพี่น้องและชาวบ้านในชุมชนที่เคารพนับถือกัน แล้วก็จะมอบหนังสือนี้ให้แม่ พร้อมกับให้แม่แจกจ่ายแก่ทุกคนที่มาร่วมงานไม่ว่าจะอ่านหนังสือออกหรือไม่ออก หนังสือนี้เขียนเป็นซีรี่ส์และมีรูปวาดให้ดู จึงเชื่อว่าแม้นไม่ต้องอ่านก็สามารถนั่งดูรูปให้เกิดหัวข้อพูดคุยและเรียนรู้ชุมชนตนเองสืบเนื่องไปได้.


ดีจังเลยครับ ได้เห็นหนังสือใหม่ของอาจารย์ กำลังเลือกหนังสือจากที่เขียนในบล็อกเหมือนกันครับ...
น่าประทับใจนะครับอาจารย์...
สวัสดีค่ะ
รักษาชาติ รักษาวัฒนธรรมอันดี
สาธุ
เรียน อาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ครับ
น้อมคารวะถึง"เจตนารมณ์" "ความพากเพียร" "ความงดงาม" และทุกสิ่งอย่าง ที่นำสู่การก่อกำเนิดเป็นหนังสือ "ดังลมหายใจ" เพื่อบูชา "พระคุณแห่งแม่" ครั้งนี้ครับ
ให้ "ดังลมหายใจ" สื่อความแทนพวงมาลัยกราบแทบเท้า
ให้ "ดังลมหายใจ" ของอาจารย์มีความงดงาม ท่ามกลางกระแสของสังคม ที่ยังคงวิถีและอัตลักษณ์ที่ดีงาม
สวัสดีค่ะพี่ชาย อาจารย์ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์
สวัสดี ครับ อาจารย์วิรัตน์
ผมเข้ามารดน้ำขอพร อาจารย์ ในเทศกาลวันปีใหม่ของคนไทย
ด้วยความเคารพรักอาจารย์ ครับ
สวัสดีปีใหม่ไทยครับอาจารย์ขจิตครับ บันทึกประสบการณ์ของอาจารย์สามารถดึงออกมาทำหนังสือได้หลายเล่มเลยนะครับ ขอเป็นกำลังใจครับ
Blog to Book ทำ Socio-Cultural Activity ให้เป็น Reading and Learning Space
พอทำหนังสือเสร็จ ผมและภรรยาก็หอบเอาหนังสือกลับบ้านเกิดที่บ้านตาลิน ตำบลหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์เพื่อไปแจกแก่ญาติๆในโอกาสทำบุญวันสงกรานต์ พอไปถึงก็มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย กล่าวคือ ทุกๆปีนั้น แม่มักจะถือโอกาสทำบุญที่บ้านของเราด้วย แต่มาปีนี้ แม่และพี่ๆน้องๆของผมงดทำบุญที่บ้านแต่ไปร่วมทำบุญรวมกับชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆที่วัดของชุมชนเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะในหน้าเทศกาลอย่างนี้พระจะไม่พอ อีกทั้งหากเราจัดกิจกรรมทำบุญในวาระอย่างนี้ ญาติพี่น้องและลูกหลานที่กลับบ้าน ก็จะปลีกตัวไปกราบไหว้รดน้ำดำหัวญาติพี่น้องให้ทั่วถึงได้ยาก
ผมเลยไปร่วมทำบุญกับญาติพี่น้องและชาวบ้านที่วัด แล้วก็หอบเอาหนังสือเพื่อไปแจกจ่ายด้วย ผมขนไป ๒ ห่อซึ่งมีทั้งหมด ๑๒๐ เล่ม แจกจ่ายได้ไม่ทั่วถึง แต่ก็เกือบหมด เหลือแจกจ่ายให้แก่ญาติพี่น้องบ้างเล็กน้อย
หลังจากทำบุญที่วัด ในหมู่ญาติพี่น้องของผมก็ไปรวมตัวกันรดน้ำดำหัวคนเฒ่าคนแก่และญาติผู้ใหญ่
นอกจากบ้านเกิดที่หนองบัว นครสวรรค์แล้ว ที่บ้านของผมกับภรรยาที่สันป่าตอง เชียงใหม่ ญาติพี่น้องและลูกหลานของญาติๆทางฝ่ายภรรยาก็มีประเพณีตระเวนไปตามบ้านญาติผู้ใหญ่เพื่อรดน้ำดำหัว ก็เป็นโอกาสแจกจ่ายหนังสือเป็นสื่อแสดงความผูกพันและเคารพรักใคร่กันฉันญาติมิตร ผมได้เรียนรู้อย่างมีความสุขไปด้วยในการทำกิจกรรมที่เราทำไปตามปรกติให้มีมิติใหม่ๆเล็กๆน้อยๆกับหมู่ญาติพี่น้องซึ่งเป็นคนของเราเองและเป็นมิติความเป็นส่วนรวมที่ใกล้ตัวเราที่สุด.
หนังสือสวย งดงามด้วยเนื้อหา อัดแน่นด้วยภูมิปัญญาจริงค่ะพี่อาจารย์ดร.วิรัตน์..พรุ่งนี้รายงานตัวที่โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม ต.หนองขาหยั่ง อ.เมือง จ.นครปฐม 73000 ส่วนเว็บไซด์โรงเรียนกีฬาไวรัสรับประทาน คนให้เช่าพื้นที่ยังไม่แก้ไขให้ อ้อยต้องไปดำเนินการอย่างแรกเลย...ระลึกถึงเสมอค่ะ..
ศิลปะและลูกเล่นหนังสือในหนังสือ 'ดังลมหายใจ' : เครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยสร้างพลังการอ่าน
การทำหนังสือ เราสามารถสอดแทรกลูกเล่นและศิลปะการทำหนังสือเข้าไปในการจัดเล่มหนังสือ เพื่อสร้างศิลปะให้หนังสือและเสริมสร้างพลังการอ่านด้วยหลายแนวคิด
กระดาษและขนาดหนังสือ โดยปรติแล้ว การอ่านหนังสือของเรานั้น เราไม่ได้อ่านทุกตัวอักษร และในหมู่นักอ่านที่อ่านหนังสืออย่างเป็นนิสัยนั้น การอ่านไม่ใช่เป็นการถ่ายทอดความหมายจากตัวหนังสือและประโยคการเขียนที่อยู่ในหนังสือเท่านั้น ทว่า จะเป็นการสนทนากับหนังสือและใช้ประสบการณ์ภายในของผู้อ่านมาสร้างความหมายใหม่ๆให้เกิดขึ้นร่วมกับเนื้อหาของหนังสือด้วย ดังนั้น กระบวนการอ่านจึงเป็นการมองด้วยการสังเคราะห์และสรุปความหมายเป็นชุดๆตามประโยคและกลุ่มคำ ขนาดของเล่มหนังสือและการย่อหน้าหนังสือจะใช้หลักคิดนี้เพื่อจัดวางประโยคและกลุ่มคำให้ผู้อ่านกวาดสายตาเพียง ๒-๓ ครั้งสำหรับการได้แนวคิดย่อยในประโยคและกลุ่มคำหนึ่งๆ ซึ่งจะลงตัวที่ขนาดของหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊ค เอ๕ และขนาดหนังสือ เอ๔ นั่นเอง
ประวัติหนังสือและรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือและกลุ่มคนที่ทำหนังสือนั้น นอกจากเป็นข้อมูลสำหรับการสืบค้นอย่างเป็นมาตรฐานแล้ว จะเป็นข้อมูลให้นักอ่านหนังสือได้ทราบข้อมูลสำหรับอ้างอิงไปถึงผลงานและบริบทที่รอบด้าน ทำให้ได้ประสบการณ์จากการอ่านอย่างลึกซึ้ง รอบด้าน และมีความเชื่อมโยง ใบรองปกหนังสือ นอกจากจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับชื่อหนังสือในกรณีที่ปกหลุดเสียหายแล้ว จะเป็นศิลปะของการอารัมภบทให้ผู้อ่านได้ความหมายการเข้าสู่เรื่องด้วยท่าทีสบายๆ
คนทำหนังสือและบรรณาธิการพิถีพิถัน รวมทั้งนักอ่านหนังสือที่เข้าถึงการอ่านและซาบซึ้งศิลปะของการทำหนังสือ จะให้ความสำคัญกับการจัดเล่มหนังสือในส่วนที่เป็นองค์ประกอบเหล่านี้เหมือนกับเป็นภาพสะท้อนความเป็นเนื้อหาและจิตวิญญาณของหนังสือเล่มนั้นๆทั้งเล่มเลยทีเดียว เห็นแล้วก็จะสื่อถึงบุคลิกของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องและความเป็นทั้งหมดที่ถ่ายทอดอยู่ในเนื้อหาของหนังสือ
เพื่อลดการกวาดสายตาและช่วยให้ผู้อ่านเคลื่อนไหวสายตาแต่น้อยแต่ได้สัมผัสกับเรื่องราวในหนังสือด้วยมุมการมองที่เพิ่มเวลาการสัมผัสให้จิตใจนิ่งมากขึ้น หนังสือ'ดังลมหายใจ'นี้ จึงเลือกขนาด เอ๕
นอกจากนี้ หมึกพิมพ์และพื้นกระดาษขาวมาก จะมีน้ำหนักการตัดกันที่เข้มข้น ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเห็น(Legibility) แต่เมื่ออ่านอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดความล้าทางสายตา การเลือกกระดาษถนอมสายตาจึงช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวนี้
หัวเรื่อง ตัวโปรย ภาพประกอบ ตัวเนื้อ ชื่อหนังสือและเลขหน้า การเลือกแบบตัวอักษรหรือฟ้อนต์ที่กลมกลืนกันจะช่วยให้ผู้อ่านรู้ความเป็นหัวข้อและส่วนเนื้อหา ขณะเดียวกันก็ให้ภาษาความเป็นชุดเดียวกันของหัวเรื่องและตัวพื้น ภาพประกอบและตัวโปรยนั้น ในขั้นก่อนอ่านก็จะมีบทบาทในการเปิดเรื่องหรือให้มุมมองหลักของผู้เขียน แต่หลังจากการอ่านแล้วก็จะเป็นเครื่องมือช่วยสรุปแก่นความคิดให้กับผู้อ่านซึ่งอาจจะเหมือนและแตกต่างกับผู้เขียนก็ได้
หน้าหนังสือและชื่อหนังสือที่มีอยู่ทุกหน้าของหนังสือนั้น นอกจากบอกปริมาณและความคืบหน้าของการอ่านแล้ว เราสามารถทำให้เป็นตัวเชื่อมองค์ประกอบต่างๆในหน้าหนังสือกับเล่มหนังสือให้อยู่ด้วยกันไปตลอดเวลา อ่านไปทุกหน้าก็จะตระหนักรู้ประเด็นความคิดหลักจากชื่อหนังสืออยู่ตลอดเวลา
การปิดท้ายเรื่องย่อยในเล่มหนังสือ หากตอนจบของเนื้อเรื่องอยู่บนหน้าสุดท้ายแต่ไม่เต็มหน้า ซึ่งทำให้เกิดที่ว่างและภาษาหนังสือเรียกว่าทำให้ไม่ได้อารมณ์สอดคล้องกับความเป็นตอนจบ คนทำหนังสือก็สามารถประดิษฐ์ลูกเล่นและสร้างศิลปะการทำหนังสือไว้สำหรับแก้ปัญหานี้โดยทำเครื่องหมายการจบ
แต่บางครั้ง การเหลือพื้นที่ว่างในหน้าสุดท้ายอาจเกิดขึ้นในบางเรื่องย่อยเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วเจ้าของและคนทำหนังสือก็มักจะหารูปมาใส่ แต่ในหนังสือดังลมหายใจนี้บรรณาธิการและทีมกองบรรณาธิการใส่ลูกเล่นโดยดึงเอาภาพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในเล่มอยู่แล้วมาทำภาพตอนจบและแก้ปัญหาการเหลือหน้ากระดาษว่างด้วยเทคนิคการเจาะเอาแต่ภาพออกมาด้วยเทคนิคกราฟิคคอมพิวเตอร์
เทคนิคอย่างนี้จำเป็นต้องใช้ความสามารถหลายยอย่างผสมกัน ทั้งการบรรณาธิกร การทำอาร์ตเวิร์คและศิลปะการจัดหน้าหนังสือ และคอมพิวเตอร์กราฟิค สะท้อนให้เห็นขีดความสามารถที่จำเป็นของการจัดการความรู้อย่างผสมผสานในบริบทใหม่ของโลกวิทยาการและเทคโนโลยี
การเขียนบล๊อกแล้วดึงออกมาทำหนังสือ และการเขียนบันทึกเพื่อดึงออกมาเขียนหนังสือ เป็นวิธีหนึ่งของการลดช่องว่างทางการเข้าถึงข่าวสารและความรู้ของสังคม ขณะเดียวกันก็เป็นศิลปะของการจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมพลังการอ่าน มากเป็นอย่างยิ่ง.
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีครับน้องคุณครูอ้อยเล็ก
เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยเลยนะครับ เป็นการเริ่มต้นในปีใหม่กับการงานและหน้าที่ในเงื่อนไขแวดล้อมใหม่ๆ ความท้าทายใหม่ๆ เนื้อหาชีวิตกับกลุ่มเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหม่ๆ ลูกศิษย์และกิจกรรมการเรียนการสอนในอีกบรรยากาศ
สำหรับสังคมไทยแล้ว โรงเรียนกีฬาของเทศบาลนครปฐม เป็นรูปแบบการศึกษาที่มีแนวคิดการคัดเลือกผู้เรียน รวมทั้งการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนค้นพบและเข้าถึงศักยภาพสูงสุดบนความถนัดเฉพาะด้านของตนเองด้วยวิธีคิดใหม่ๆ จะมีความแตกต่างจากการศึกษาที่ดำเนินการอยู่ทั่วไป ดังนั้น จึงจัดว่าเป็นนวัตกรรมทางการศึกษานะครับ เชื่อว่ามีความน่าท้าทายให้เรียนรู้อยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์ประกอบเชิงระบบและโครงสร้างในความเป็นการศึกษาที่ดำเนินการโดยเทศบาล ซึ่งเป็นองค์กรบริหารความเป็นสาธารณะของท้องถิ่น
ทุกอย่างคงจะมีความเป็นตัวของตัวเอง สามารถคิดริเริ่มและพัฒนาความสร้างสรรค์ได้ในทุกมิติ ทั้งในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนการสอน การจัดสภาพแวดล้อมและทรัพยากรการเรียนรู้ สื่อและเทคโนโลยีการศึกษา-การบริหารการศึกษา การสอนและบทบาทของครู การจัดกิจกรรมเสริม กิจกรรมสร้างสรรค์และการพัฒนาความเป็นมนุษย์ขอผู้เรียน รวมไปจนถึงการประเมินผล การวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการจัดการความรู้ ที่ผสมผสานไปกับภาคปฏิบัติต่างๆ น่าจะนำมาใช้ได้เยอะ และน้องคุณครูอ้อยเล็กก็มีทุนประสบการณ์ในเรื่องเหล่านี้เยอะแยะเลยนะครับ
เป็นการเริ่มต้นที่พัฒนาไปกับประสบการณ์ที่เพิ่มพูนมากขึ้น ได้เรียนรู้สิ่งใหม่และได้ทำงานที่เหมาะสมกับประสบการณ์มากยิ่งๆขึ้นนะครับ ขอให้มีความสำเร็จทุกประการเลยฯ
สวัสดีปีใหม่สงกรานต์คุณครูคิมครับ
ด้วยความยินดียิ่งครับ แล้วจะส่งมาสวัสดีปีใหม่สงกรานต์กับคุณครูคิมโดยเร็วเชียว รวมทั้งผมได้ขอให้บรรณาธิการและทีมกองบรรณาธิการช่วยทำให้เป็น e-Book ด้วยครับ หากเตรียมเสร็จแล้วก็คิดว่าจะแขวนทั้งเล่มไว้ให้ผู้สนใจอ่านและหาแนวคิดได้จากหนังสือออนไลน์เลย
เรื่องราวต่างๆจากประสบการณ์ของคุณครูคิม รวมทั้งจากคุณครูอ้อยเล็กนี่นอกจากน่าดึงออกมาทำหนังสือแล้ว ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นสำหรับพัฒนาการเรียนรู้ของสังคมมากเลยนะครับ ความมีจิตสาธารณะภาคปฏิบัติในสภาวการณ์ของสังคมปัจจุบัน กับจิตวิญญาณความเป็นนักกีฬา เหล่านี้ เชื่อว่าเป็นวิชาความเป็นพลเมืองและเป็นองค์ประกอบการพัฒนาปัจเจกภาพ ที่จำเป็นและสำคัญอย่างมากสำหรับสังคมไทยหลังวิกฤติการแบ่งขั้วทางความคิด ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็เป็นการปฏิบัติความมีจิตสาธารณะและการแสดงออกเพื่อสร้างความเป็นส่วนรวมร่วมกันอย่างหนึ่งของผู้คน ทว่า วิธีคิดและการปฏิบัติความมีจิตสาธารณะอย่างที่เห็นและเป็นอยู่นั้น มีความจำกัดมากแล้วครับ
เรียนรู้จากเด็กๆคนรุ่นอนาคตของคุณครูคิมแล้วถ่ายทอดออกมาให้สังคมได้เห็นทางเลือกใหม่ๆ น่าจะเป็นความริเริ่มที่ดีครับ มีความสุขในวันสงกรานต์ครับ
สวัสดีครับคุณ nui ครับ