ความธรรมดาที่ได้เรียนรู้นี้เองได้กลายเป็นบทเรียนที่ผู้เขียนได้ฝึกฝน ปฏิบัติธรรม และปล่อยวางแบบวินาทีต่อวินาที พร้อมทั้งยืนหยัดด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ กับคำกล่าวที่กึกก้องอยู่ภายในที่ว่า "บัณฑิตแม้ประสบทุกข์เจียนตายก็ไม่ทิ้งธรรม"

ผู้เขียนใช้ระยะเวลาสิบกว่าปีกับการทำงานด้านซื้อขายระหว่างประเทศ ซึ่งมีความยากและซับซ้อนมากในเรื่องภาษาอังกฤษเชิงกฎหมาย (Legal English) ในรูปแบบสัญญาระหว่างประเทศ  เงื่อนไขและการโต้ตอบสื่อสารแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ รวมถึงความยากในแง่การทำหน้าที่ตัวกลางประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อให้ได้อุปกรณ์เทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูงและราคาได้มาตรฐานตรงตามความต้องการใช้งาน โดยต้องถูกต้องตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง  สิ่งสำคัญที่ปฏิสธไม่ได้เลยก็คือการถูกตรวจสอบจากหน่วยงานอื่น และการถูกแทรกแซงทางการเมืองกรณีโครงการใหญ่ ๆ ซึ่งต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์ และชั้นเชิงขั้นสูงด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ เทคนิคต่าง ๆ มากมาย 

 

สิ่งที่ผู้เขียนได้เรียนรู้คือการใช้ปฏิภาณไหวพริบ ทักษะทั้งศาสตร์และศิลป์ในการจัดการงานและจัดการคนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของงานและยังต้องรักษาสัมพันธภาพกับคู่ค้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในองค์กรเดียวกันเอง 

 

 

ความกลัวว่าจะทำงานพลาด ทำงานได้ไม่ดี......ความกลัวที่จะไม่มีใครมากลั่นกรองงานยาก ๆ แบบนี้ได้ ทำให้ผู้เขียนลุกขึ้นมาเรียนรู้กฎหมายอย่างจริงจังเมื่อ ๗ ปีที่แล้ว เรียนไปเรียนมา ก็โชคดีเรียนตั้งแต่ปริญญาตรีจนจบปริญญาโทสาขากฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งพอที่จะเป็นใบเบิกทางในการเปลี่ยนสายงานใหม่  แต่ผู้ใหญ่ก็ยังไม่ยอมให้ย้ายงาน คงเพราะงานที่เราทำอยู่ หาผู้ที่จะมาทำแทนได้ยากมาก

 

การที่เราทำงานที่ใดนาน ๆ จนเชี่ยวชาญ ยึดติดกับเก้าอี้ เป็นเสมือนการตีตราเราไว้กับงานนั้น ๆ เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย  ข้อดีคือเราจะมีอำนาจในฐานะผู้รู้ในงานนั้น ๆ จนอาจจะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจว่าองค์กรนี้ขาดเราไม่ได้  แต่ข้อเสียก็คือว่าเราจะขอเปลี่ยนไปทำงานด้านอื่น เราก็ไปไม่ได้ง่าย ๆ เลย

 

สำหรับผู้เขียนแล้ว ถือว่าเป็นข้อเสียมากกว่า เป็นข้อเสียที่ทำให้เราใช้เวลาอยู่นานมากกว่าจะสลัดงานเดิมออก โดยผู้ใหญ่ถือเอาประสบการณ์ที่เราทำอยู่นาน เป็นข้ออ้างที่ไม่ยอมให้เราเปลี่ยนสายงาน

 

อย่างไรก็ตาม เหตุผลทางการเมืองภายในองค์กรที่ผู้เขียนไม่สามารถอธิบายในที่นี้ได้ ทำให้ผู้เขียนบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ...เปลี่ยนสายงานสมดั่งความมุ่งหวัง

 

อีกประมาณ ๒ เดือนกว่า ผู้เขียนก็จะได้ย้ายไปทำงานในฐานะนักกฎหมายขององค์กร ซึ่งสิ่งที่ต้องแลกมากับการเปลี่ยนงานนี้ เป็นโศกนาฎกรรมในชีวิตการทำงานที่ผู้เขียนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมีการลงทุน ลงแรง และสูญเสียกันขนาดนี้... "สูญเสียคุณธรรม"   ของฝ่ายที่ต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและการสืบทอดอำนาจ

 

ระยะทางและระยะเวลาพิสูจน์คนจริง ๆ หากไม่ถึงจุดวิกฤติที่จะต้องไปแตะต้องกิเลสหลักของอีกฝ่ายหนึ่ง เราจะไม่มีวันได้เห็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน 

  

หลายสิ่งหลายอย่างที่ผู้เขียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับเส้นทางแสวงหาอำนาจของผู้หลักผู้ใหญ่บางคนในบ้านเมือง การทำทุกวิถีทางแม้กระทั่งการใส่ร้ายป้ายสีคนที่ทำงานเพื่อตนด้วยความซื่อสัตย์  การบิดเบือนข้อเท็จจริงบางส่วนเพื่อนำเสนอเรื่องราวอันนำไปสู่เป้าหมายที่ตนต้องการ และการยกย่องคนหนึ่งขึ้นมาโดยไม่ได้บอกว่าเขาดีกว่าอย่างไร แต่บอกว่าอีกคนแย่กว่าอย่างไร  เหล่านี้เป็นเรื่องที่เราคุ้นชินกันอยู่เป็นประจำ จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

 

ความธรรมดาที่ได้เรียนรู้นี้เองได้กลายเป็นบทเรียนที่ผู้เขียนได้ฝึกฝน ปฏิบัติธรรม และปล่อยวางแบบวินาทีต่อวินาที พร้อมทั้งยืนหยัดด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ กับคำกล่าวที่กึกก้องอยู่ภายในที่ว่า

                                "บัณฑิตแม้ประสบทุกข์เจียนตายก็ไม่ทิ้งธรรม"

 

 

ความยุติธรรมมีจริงหรือไม่ ไม่ต้องค้นหา แต่ความไม่แน่นอนนั้นมีอยู่จริง นี่แหละธรรม (ดา)

           -------------------------------------------------------------------------