ความเป็นครู

    ก้าวแรก และแรกก้าวที่ผมย่างก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ก็รู้สึกได้ถึงความเป็นครู แต่ยังไม่ใช่ผม คือคนอื่น ซึ่งสถานที่แห่งนี่เป็นสถานที่แห่งการผลิตความเป็นครู หรือคุณครู ออกสู่สังคมไทยและสังคมโลก ให้ได้รับรู้ว่าปัจจุบันไทยเราไม่ใช่ธรรมดาแล้ว แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เข้ามาฉุกให้สังคมบ้านเราถอยลงคลองหรือช้าลงมาเรื่อ ๆ คือ การเมืองการปกครอง ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ไม่ลงรอยกับ ความคิดไม่เมือนกัน มาดึงให้บ้านเราไม่เจริญ แต่ถึงยังไงก็อยากไปยุ่งกับมันดีกว่า กลับมากล่าวถึงเรื่องของเรากันดีกว่า จะเห็นได้ว่า ครูในปัจจุบันยังไม่มีการพัฒนามากขึ้นสักเท่าไหร ดังนั้น สถาบันต่าง ๆ ที่เป็นผู้ผลิตแม่พิมพ์ของชาติก็ควรที่สจะผลิต บุคคลกรออกมาให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธผลออกมาให้มีการพัฒนาบ้านเมืองของเราให้เจริญรุ่งเรื่องยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยการพฤติกรรมเก่า ๆ ของบ้านเรามาใช้ ซึ่งบุคคลที่จะมาเป็นแม่พิมพ์หรือแม่แบบของชาตินั้นจะต้องนำสิ่งใหม่ ๆ มาทดแทนสิ่งเก่า (ของที่ใช้การไม่ได้แล้ว แต่ไม่ได้หมายถึงของโบราณ ต่าง ๆ ของชาติครับ ) ดังนั้น วิธีการ การกระทำ ผลที่คาดว่าจะได้รับไม่ควรเป็ยแบบเก่าอีกต่อไป จะเห็นได้ว่าปัจจุบันที่การพัฒนาการยังไม่พัฒนานั้นก็อาจจะมาจากของเก่า สิ่งเก่า มาฉุกให้ไม่มีการพัฒนาการขึ้น ถ้าจะให้มีการเกิดการพัฒนาจริง ๆ ก็สร้างบุคคลกรออกมาใหม่ ๆ ที่มีปกระสิทธภาพออกมารับใช้สังคมไทย สรุป เรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี่เป็นการแสดงความรู้สึกในใจออกมาว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะเป็นการระบายความอักอั้นตันใจมานาน จึงบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือ อาจจะไม่เป็นสาระแต่ประการใด แต่ก็เป็นการที่กระผมแสดงออกมาซึ่งพุทธิพิสัย คือการรับรู้ และเข้าใจ จิตพิสัย คือ การคิดแกละวิเคราะห์ออกมาให้เห้นเป็นตัวหนังสือออกมา และสุดท้ายก็เป็นทักษะพิสัย คือการพิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือให้ทุกคนทุกท่านได้อ่านและได้เห็น สุดท้าย ท้ายสุดของข้อความแรกนี่ ซึ่งเป็นก้าวแรกและแรกก้าวที่จะเป็นครูนี่ ก็สืบเนื่องะมาจากการสั่งสอนของอาจารย์(คุณครู)ทุกท่านครับ หากมีความผิดผลาด(ผิดแน่นอน)ประการใดสามารถติด ชมได้ครับ ขอขอบพระคุณอาจารย์ทุก ๆ ท่านไว้ล้วนหน้า ณ ที่แห่งนี้ด้วยครับ