เมื่อเย็นวานเพื่อนไหว้วานไปซื้อหนังสือ "Living Nature บ้านสวย อยู่สบาย ของคนรักธรรมชาติ" ... ไปแจ้งให้ทางพนักงานร้านช่วยค้นหาให้หน่อย ระหว่างนั้นผมก็เดินไปพบหนังสือใหม่อยู่เล่มหนึ่ง มองคร่าว ๆ ปกหน้าปกหลัง ก็พอทราบเลา ๆ ว่า เป็นหนังสือที่เขียนถึงวีรบุรุษแห่งเขื่อนบางลาง ณ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เดินไปเดินมา คิดแล้วคิดอีก ซื้อหรือไม่ซื้อดี เพราะคำนวณเงินในกระเป๋าสตางค์แล้วกลัวจะอยู่ไม่ถึงปลายเดือนต้องอดข้าวตายเสียก่อน แต่เมื่อพนักงานร้านพบหนังสือ "Living Nature" แล้วเกิดกิเลสตัณหาใดไม่ทราบ ผมรีบเดินไปหยิบหนังสือเล่มนี้ทันที เพราะคิดเข้าข้างตัวเองว่า ยังไง ๆ ไม่ซื้อวันนี้ วันหลังก็ต้องซื้ออยู่ดี ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จัดการเสียวันนี้แหละ

ฮือ ฮือ แล้วก็เสียตังค์ตามหัวใจที่เข้าข้างตนเองสั่งมา

กลับบ้านมา พลิกหนังสือเล่มนี้แล้วบอกกับตัวเองว่า "นี่คือหนังสือที่ฉันรัก" นี่..

หนังสือที่บ่งบอกเรื่องเล่าของความกล้าหาญของทหาร ตำรวจที่ต้องเข้าไปทำหน้าที่รักษาความสงบให้กับชาติของเรา เสียสละแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง

รู้สึกเศร้าใจและภูมิใจอย่างสุดซึ้ง

 

"ปกหน้า"

 

"ปกหลัง"

 

มีเรื่องราวของ ...

"ผู้กองแคน" ร้อยตำรวจเอก ธรณิศ ศรีสุข ผู้เป็นนักรบต้นแบบที่เฝ้า "ปิดทองหลังพระ" ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น

"หมวดตี้" ร้อยตำรวจตรี กฤตติกุล บุญลือ ที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวเน็ต เขาเสียชีวิตในวันเกิดครบรอบ 24 ปี

ชุดนิติวิทยาศาสตร์ชายหญิง รวมทั้งเจ้าหน้าที่เฮลิคอปเตอร์ทั้งสิบ ที่เสียสละชีวิตไปพร้อมกันในอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกระหว่างการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุซุ่มโจมตีหมวดตี้ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน

พันเอก สุทธิศักดิ์ ประเสริฐศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 ยะลา ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2549

"เสธอิฐ" พันตรี พันธุ์ศักดิ์ ทองสุข นายทหารอนาคตไกลที่เสียชีวิตระหว่างเดินทางเข้าพิสูจน์ทราบวัตถุต้องสงสัยแล้วถูกกับดัก "คาร์บอมบ์" เสียชีวิตทันที

"จ่าเพียร" พันตำรวจเอก สมเพียร เอกสมญา "วีรบุรุษขาเหล็กแห่งบันนังสตา"

 

 

พลเอกบัญชร ชวาลศิลป์ ได้เขียนคำนิยมให้กับหนังสือเล่มนี้ตอนหนึ่งว่า ...

 

"...วีรบุรุษมิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ วีรบุรุษมิใช่เพียงนักรบที่เสียชีวิตเท่านั้น แต่วีรบุรุษ คือ ผู้มีชีวิตอันเป็นอมตะ จิตวิญญาณของผู้ที่สมควรได้รับการเรียกขานว่าเป็นวีรบุรุษล้วนต้องผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักเท่านั้น

วีรบุรุษจึงเกิดจากความตั้งใจ ..."

 

คุณตวงพร อัศววิไล ยังย้ำไว้คำนำว่า ...

 

"...ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้กองแคนอาจกำลังบอกเราว่า ชีวิตหลังความตายนั้นมีอยู่จริง เป็นชีวิตที่ก้าวพ้นข้อจำกัดของเวลา เป็นชีวิตที่ดำรงอยู่ในมิติของคุณงามความดีที่กระทำไวในยามที่ยังมีลมหายใจ..."

"... แน่นอนว่าความสูญเสียเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในสนามรบ แต่ความสูญเสียนั้นมิได้สูญเปล่า เป็นการตายที่มีความหมายและทรงคุณค่าดังคำกล่าวของนักรบที่ว่า "ตายในสนามรบ...เป็นเกียรติของทหาร...หากแม้ชีพถึงปลดปลง...ขอเพียงธงไตรรงค์ได้คลุมกาย"

 

ผมขอคารวะต่อดวงวิญญาณของทุกท่านที่ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินไทยนี้ได้อย่างสงบสุขและร่มเย็น

 

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยหัวใจที่เต้นตูมตามอยู่ตลอดเวลา เสมือนเราได้เข้าไปอยู่เหตุการณ์นั้นจริง ๆ เกิดความรู้สึกสูญเสียจริง ๆ

"ถึงฉันไม่มีวันได้กลับ ก็ขอให้เธอหลับฝันดี"เป็นชื่อที่นุ่มนวล แต่ทำให้แนวหลังอย่างพวกเรารู้สึกอุ่นใจ

หนังสือเล่มนี้ ค่าลิขสิทธิ์ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือทหารและตำรวจตะเวนชายแดนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมท้ายเล่มมีโปสการ์ดเพือส่งกำลังใจแด่ผู้เสียสละรับใช้ชาติ

หากท่านผ่านร้านหนังสือลองเดินหาดูหนังสือเล่มนี้ดูนะครับ

แล้วท่านอาจจะรู้สึกรักประเทศชาติของเราขึ้นมาอีกเยอะเลย

 

บุญรักษา ทุกท่าน ;)

 

แหล่งข้อมูล

ตวงพร  อัศววิไล.  ถึงฉันไม่มีวันได้กลับ ก็ขอให้เธอหลับฝันดี.  กรุงเทพฯ: แพรวสำนักพิมพ์, 2553.