ความอยากกินอยู่ที่ไหน..ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

 กินมั้ย! สะเดาดิน

 

         เมื่อวันหยุดวันนึง ผู้เขียนพร้อมเพื่อนสาว และหลาน ๆ ไปเที่ยวบ้านไร่ตามคำชวนของแต๋ว..พี่สาวคนเก่ง ที่บอกว่าเก่ง..เพราะ เก่งทีหนึ่งเธอครองโสดมาตลอดหลังจากที่สามีเธอเสียชีวิต(เป็นหม้าย) เธอเลี้ยงลูก 2 คน จนปัจจุบันส่งเสียให้เรียนจบและมีงานทำกันหมดแล้ว เก่งที่สองเธอร้องเพลงลูกทุ่งได้ไพเราะแบบชนิดหาตัวจับยาก(ยกเว้น..ผู้เขียน) อิ..อิ..เก่งที่สามเธอทำกับข้าวแบบบ้าน ๆ อร่อยมาก..(เพื่อนผู้เขียนที่มีโอกาสมาเที่ยวบ้านไร่ออกปากชมทุ้กก...คน)

        พวกเราเข้ามาถึงบ้านไร่เกือบบ่ายสองโมง..รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชาวไร่ เพราะเดี๋ยวเราต้องไปเก็บผักที่จะนำมาให้แต๋วทำกับข้าวให้กิน "สะเดาดิน" ผู้เขียนจะไปเก็บสะเดาดิน(เป็นต้นหญ้าเล็ก ๆ สูงจากพื้นประมาณ 5-6 เซนติเมตร ลักษณะใบเล็ก ๆ เมื่อมีอายุหรือลำต้นแก่ใบจะแผ่เรี่ยไปตามดิน มีรสชาดออกขม มีกลิ่นเฉพาะตัว)แต่ที่นิยมนำมาปรุงเป็นอาหารจะต้องเป็นต้นอ่อนและต้องถอนมาทั้งราก พืชชนิดนี้มักจะขึ้นอยู่แถวป่าชื้น ลำห้วย หัวคันนา เป็นต้น

        เดินลัดเลาะมาตามลำห้วย..ผู้เขียนมักจะเรียกว่า"ห้วยตาเลื่อน"....สายตาก็พยายามมองหาสะเดาดิน แต่ก็งง ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไร..เพราะเห็นมีต้นหญ้าใบเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายกันเต็มไปหมด..จะได้กินมั้ยนี่..ต้อยเอ้ย!..เฮ้อ..(พึมพำตัวเอง)ขณะกำลังท้อ.."โอ้โห..เต็มเลย..ระวัง!..อย่าไปเหยียบเข้าล่ะ"(แต๋วร้องตื่นเต้น)..สรุปแล้ว..เราต้องฟังคำแนะนำจากแต๋วอีกครั้งเพื่อที่จะได้แยกแยะและเก็บสะเดาดินได้อย่างถูกต้อง

        "ความอยากกินอยู่ที่ไหน..ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"..ว่าแล้วเราก็ช่วยกันเก็บสะเดาดิน พร้อมกับมีหลาน ๆ มาเป็นตัวช่วยป่วน..เรียบร้อย..เก็บได้กะว่าแกงกินสัก 7-8 คน จัดแจงส่งให้แต๋วไปจัดการเตรียมให้เรียบร้อย..ผู้เขียนเลยก็ถือโอกาสพาเพื่อนพร้อมกับหลาน ๆ เดินลัดเลาะไปตามลำห้วยแถวท้ายไร่..จนตะวันคล้อยต่ำลงเรื่อย ๆ..

         เพื่อนสาวยังขำกับการเก็บผักที่เราไปเก็บกัน "สะเดาดิน" แต่ผู้เขียนมักจะนึกถึงใครคนนึง..ป้าเหรียญ(แม่) แม่ชอบเก็บสะเดาดินมาลวกกินกับน้ำพริกบ้าง แกงกินบ้าง...รู้สึกคิดถึงจับใจทุกครั้ง..ท่านหมดบุญไปนานมากแล้ว..แต่ผู้เขียนก็ยังมีความรู้สึกว่าเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้..ชีวิตของแม่น่าสงสาร(ยังมีเรื่องอีกมากมาย....) ผู้เขียนเดินไปพร้อมเล่าเรื่องราวที่รู้สึกว่าเพิ่งผ่านไปให้เพื่อนได้รับฟัง..จนถึงบ้าน..

         "ชิมหน่อยมั้ย!..น้ำแกงกำลังร้อน ๆ" แต๋วรีบร้องบอก..จนเราไม่กล้าที่จะขัดใจ..ผักที่เราเก็บถูกล้างสะอาดใส่ถุงพลาสติกแช่ไว้ในตู้เย็น หยิบใส่ชามพอประมาณ ตักน้ำแกงเทราดลงไปในชาม "หอมจัง!" เพื่อนผู้เขียนสูดลมหายใจ "ใส่นำปลาร้าด้วยใช่มั้ย" เธอถามอย่างใจจดใจจ่อ "ใช่จ่ะ.." แต๋วรีบนำเสนอ...

            ขอข้าวจานนึง!...เพื่อนผู้เขียนขอ..ต้อยด้วยว้อย!....ตักข้าวไปอีกหลายจาน..อร่อยมาก...ขอบคุณนะคุณนาย...รักแต๋วนะ..พี่สาวคนดีของผู้เขียน